วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

"รองนายก สุชาติ" สั่งกรมทะเลเร่งสำรวจผลกระทบน้ำท่วม—เฝ้าระวังโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาใกล้ชิด หลังระดับน้ำเพิ่มสูง 2–3 เมตร

 "รองนายก สุชาติ" สั่งกรมทะเลเร่งสำรวจผลกระทบน้ำท่วม—เฝ้าระวังโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาใกล้ชิด หลังระดับน้ำเพิ่มสูง 2–3 เมตร

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยต่อทรัพยากรทางทะเลและระบบนิเวศในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ จึงได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัยครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

ด้าน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังคุณภาพน้ำทะเลที่อาจมีผลกระทบต่อโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตอนบน โดยให้นำอากาศยานไร้คนขับบินสำรวจรอบทะเลสาบสงขลา พบว่าระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอีก 2–3 เมตร จากเดิมที่มีความลึกสูงสุดประมาณ 2.8 เมตร ทำให้ทะเลสาบมีความลึกราว 4–6 เมตร ส่งผลให้โลมาอิรวดีสามารถว่ายน้ำออกมาในวงกว้างมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงสั้นๆ นี้ อาจทำให้โลมาอิรวดีว่ายลงมาทางตอนใต้ของเกาะใหญ่ ซึ่งในเวลาปกติเป็นพื้นที่น้ำตื้น จึงมีความเสี่ยงที่โลมาจะเกยตื้นได้ กรมฯ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมบินสำรวจจุดที่พบโลมาบ่อยครั้ง และบริเวณทางใต้ของเกาะใหญ่ที่ระดับน้ำสูงขึ้น รวมทั้งติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและระดับความลึกของน้ำทะเลอย่างต่อเนื่องอีกด้วย


กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และดำเนินมาตรการอย่างเต็มกำลังเพื่อคุ้มครองทรัพยากรทางทะเล ควบคู่กับการสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลัง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย"

"มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลัง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย"













วันนี้ (30 พ.ย 2568)ด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ ที่ประสบเหตุมหาอุทกภัยน้ำท่วมอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  จึงสั่งการให้นายอรัณย์ โตทวด​  ผู้จัดการใหญ่ฯ เป็นตัวแทน พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน และอาสาสมัครช่วยกันลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นต่างๆที่ได้รับมอบจากสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีนและผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยลำเลียงขึ้นรถเทรลเลอร์ และรถบรรทุก จำนวน 4 คัน ออกเดินทางไปยัง อำเภอหาดใหญ้ จังหวัดสงขลา  






ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และแผนกบรรเทาสาธารณภัย เดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อมอบถุงยังชีพให้พี่น้องประชาชนและศูนย์พักพิงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ รวมทั้งสำรวจข้อมูลภายในพื้นที่เพื่อประเมินการช่วยเหลือ รายละเอียดต่างๆในการช่วยเหลือจะเรียนให้ทราบต่อไป


ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

# ป่อเต็กตึ๊งช่วยน้ำท่วมภาคใต้

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ

 GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ

GAC AION Thailand ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก ประกาศความยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยในปีนี้ GAC ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงบูท A12 ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยีโลกอนาคต ภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อการเดินทางอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนทัพยนตรกรรมไฟฟ้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และไฮไลต์สำคัญกับการเปิดตัวสีใหม่ของ HYPTEC HT และการปรากฏตัวครั้งแรกของนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ “Govy AirCab” พร้อมจัดหนักแคมเปญส่งเสริมการขาย พร้อมขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty

Mr. Wang Haoyong ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จและทิศทางกลยุทธ์ของแบรนด์ในประเทศไทยว่า “ภายใต้กลยุทธ์ระดับโลก ‘ONE GAC 2.0’ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เปลี่ยนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การส่งออกระบบนิเวศการเดินทาง (Mobility Ecosystem) แบบครบวงจร โดยยึดมั่นในปรัชญา ‘In local, for local’ หรือการดำเนินงานในท้องถิ่นเพื่อคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง”

Mr. Wang Haoyong กล่าวเสริมถึงความสำเร็จในปีที่ผ่านมาว่า “ประเทศไทยเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักในกลยุทธ์ระดับโลกของเรา ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมปีนี้ เรามียอดขายรถยนต์ในประเทศไทยมากกว่า 10,000 คัน เติบโตขึ้นถึง 149% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ GAC ยังคงรักษาตำแหน่งท็อป 3 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยได้อย่างเหนียวแน่น

เราไม่ใช่แค่ผู้เข้าร่วมในตลาด แต่เราคือพันธมิตรที่ช่วยยกระดับการผลิตในท้องถิ่น โดยปัจจุบันเรามีอัตราการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Localization rate) สูงถึง 51% และในปีนี้จะมีรถยนต์อีกหลายรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้การส่งมอบรถรวดเร็วยิ่งขึ้น” นอกจากนี้ GAC ยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) รายเดียวในประเทศไทยที่มีขีดความสามารถในการซ่อมแบตเตอรี่ได้ครบทุกระดับ ทำให้การซ่อมบำรุงแบตเตอรี่มีความรวดเร็วและปลอดภัย”

สำหรับทิศทางในปี 2026 GAC มุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ไฮบริดที่ปรับจูนให้เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย พร้อมขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมให้ครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ และขยายคลังอะไหล่ให้มีขนาดถึง 12,000 ตารางเมตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Drive GAC WITH CONFIDENCE’”

เผยโฉมความหรูหราบทใหม่ GAC HYPTEC HT สีใหม่ “Moonstone Grey

GAC AION Thailand ได้เผยโฉม GAC HYPTEC HT ในเฉดสีใหม่ “Moonstone Grey” (สีเทามูนสโตน) ที่สะท้อนความสปอร์ตลักชัวรีขั้นสุด สีเทาพิเศษนี้ช่วยขับเน้นเส้นสายตัวถังให้ดูมีมิติ ลึกลับ และทรงพลัง ผสานเข้ากับดีไซน์ประตูแบบปีกนก (Gull-wing Doors) อันเป็นเอกลักษณ์ และห้องโดยสารระดับ First Class มอบสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมอย่างลงตัว

ข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2025

GAC AION Thailand มอบข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี ตอบสนองมาตรการ EV 3.0 ก่อนมีการปรับโครงสร้างราคาในปีถัดไป สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถและออกใบกำกับภาษี ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และจดทะเบียนรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569

GAC AION UT

ราคาพิเศษ: GAC AION UT รุ่น 420 Standard ราคา 469,900 บาท (จากปกติ 519,900 บาท) และรุ่น 500 Premium ราคา 599,900 บาท (จากปกติ 669,900 บาท) 

ข้อเสนอทางการเงิน: เลือกผ่อนชำระสบาย เริ่มต้นเพียง วันละ 165 บาท หรือ ดาวน์เริ่มต้นเพียง 8,888 บาท

สิทธิประโยชน์: ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท, รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) และเลือกรับฟรี Home Charger หรือ สายชาร์จพกพาและสายต่อพ่วง VtoL 

GAC AION V

ราคาพิเศษ: GAC AION V รุ่น 602 Luxury ราคาเพียง 899,900 บาท (จากปกติ 1,029,900 บาท) 

สิทธิประโยชน์: รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท), ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

GAC HYPTEC HT

ราคาพิเศษ: GAC HYPTEC HT รุ่น 620 Premium ราคาเพียง 1,249,000 บาท (จากปกติ 1,449,000 บาท) และรุ่น 620 Luxury ราคาเพียง 1,549,000 บาท (จากปกติ 1,749,000 บาท)

ข้อเสนอทางการเงิน: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%

สิทธิประโยชน์: รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท) พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

GAC M8 PHEV

ข้อเสนอพิเศษ: ราคาเริ่มต้น 2,499,000 บาท

ข้อเสนอทางการเงิน: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% หรือเลือกแผน Smart Buy ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 12,232 บาท/เดือน

สิทธิประโยชน์: ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 60,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี อุปกรณ์ตกแต่งแท้ (จอเพดานและตู้เย็นภายในรถยนต์ พร้อมบริการติดตั้ง) และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและชุดเกียร์มอเตอร์ไฟฟ้า ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

GAC AION Thailand ประกาศมอบสิทธิ์ “Lifetime Warranty” ให้กับรถยนต์ รุ่น GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V, GAC AION UT และ GAC AION Y Plus เพื่อขอบคุณทุกความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทย

เพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้เสมอมา GAC AION Thailand ได้ประกาศยกระดับมาตรฐานการดูแลครั้งสำคัญ ด้วยการมอบสิทธิ์การรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) ให้ครอบคลุมรถยนต์ GAC AION ครบทุกรุ่น ได้แก่ GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V,  GAC AION UT และ GAC AION Y Plus โดยสิทธิพิเศษนี้มอบให้ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ที่จองและออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อยืนยันถึงความตั้งใจจริงที่จะดูแลสมาชิกครอบครัว GAC AION ทุกท่านเสมือนคนในครอบครัว และสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวอย่างแท้จริง 


การขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty ครั้งนี้ ครอบคลุมการรับประกัน 3 หัวใจหลักของยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ แบตเตอรี่ขับเคลื่อน, มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ ซึ่งถือเป็นคำมั่นสัญญาภายใต้ปรัชญา “Drive GAC WITH CONFIDENCE” ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานทุกคนขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล และเชื่อมั่นในคุณภาพระดับโลกของ GAC AION ตลอดอายุการใช้งาน

ทะยานสู่อนาคตกับ “Govy AirCab” ครั้งแรกในไทย

“Govy AirCab” (โกวี่ แอร์แค็บ) สร้างปรากฏการณ์ในงาน Motor Expo 2025 ในฐานะยานยนต์บินได้ไร้คนขับ (Autonomous Flying Vehicle) รุ่นแรกของโลกที่มีการผลิตแบบ Mass Production ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ GAC AION ในการปฏิวัติการเดินทางสู่น่านฟ้าอัจฉริยะ โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 6 แกน 12 ใบพัด พร้อมระบบความปลอดภัยสำรอง (Redundancy Design) ที่ช่วยประคองตัวเครื่องลงจอดได้อย่างนิ่มนวลแม้เกิดเหตุขัดข้อง รองรับการบินไกล 30 กิโลเมตร และชาร์จเร็วเพียง 25 นาที 


จากกระแสตอบรับที่ท่วมท้นด้วยยอดจองกว่า 1,000 คันในฮ่องกง ปัจจุบัน Govy AirCab ได้รับใบอนุญาตทำการบินพิเศษ (Special Flight License) เรียบร้อยแล้ว และกำลังเดินหน้าขอใบรับรองความสมควรเดินอากาศ โดยมีเป้าหมายเริ่มสายการผลิตและส่งมอบภายในสิ้นปี 2026 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการขนส่งระยะสั้น ซึ่งจะเป็นการเปิดมิติใหม่แห่งการเดินทางให้กับประเทศไทย

ผู้ที่สนใจรถยนต์พลังงานใหม่จาก GAC AION Thailand สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์

www.aionauto.com/th-th/ 

และลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ที่ www.aionauto.com/th-th/test-drive/AION%20V

เกี่ยวกับ GAC Group

GAC Group เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้กับอุตสาหกรรม ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง นวัตกรรมล้ำสมัย และบริการที่ยอดเยี่ยม โดย GAC Group ได้ก้าวสู่ตลาดรถยนต์โลกอย่างเป็นทางการในปี 2013 และเติบโตเข้าสู่ตลาดอย่างมั่นคง ด้วยการยึดมั่นในคุณค่าแห่ง “คุณภาพระดับแนวหน้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย” พร้อมหลักการ “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง บริการจากภายใน” เพื่อสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือในเวทีสากล และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานทุกมิติ

ปัจจุบัน GAC Group มีสำนักงานใหญ่จำนวน 5 แห่ง ครอบคลุมกว่า 74 ประเทศทั่วโลก และ GAC Group มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Centers) ในจีน สหรัฐอเมริกา และอีกหลากหลายประเทศ พร้อมครอบครองเทคโนโลยีด้านสิทธิบัตรหรือสิทธิการอนุญาตกว่า 18,600 รายการ และผลงานการพัฒนาอัจฉริยะกว่า 7,500 รายการ ครอบคลุมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กร นอกจากนี้ GAC Group ยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ชั้นนำในผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ HONDA และ TOYOTA ผ่านบริษัทระหว่าง GAC HONDA และ GAC TOYOTA

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิด 4 มาตรการฟื้นฟูเยียวยาวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ดูแลผู้ประกอบการ GI บรรเทาภาระด้านเงินทุน กระตุ้นตลาด ฟื้นแหล่งทำกินและขยายเวลาดำเนินการด้าน IP มุ่งเป้าคืนรายได้กลับสู่ท้องถิ่นโดยเร็ว

 กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิด 4 มาตรการฟื้นฟูเยียวยาวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ดูแลผู้ประกอบการ GI บรรเทาภาระด้านเงินทุน กระตุ้นตลาด ฟื้นแหล่งทำกินและขยายเวลาดำเนินการด้าน IP มุ่งเป้าคืนรายได้กลับสู่ท้องถิ่นโดยเร็ว

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมทีม War Room กระทรวงพาณิชย์ เกาะติดสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด เร่งสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ GI ใน 11 จังหวัดพร้อมเปิดมาตรการช่วยเหลือดูแลหลังน้ำลด มุ่งบรรเทาภาระด้านการเงิน กระตุ้นตลาด ฟื้นฟูแหล่งผลิตสินค้า หวังคืนชีพเศรษฐกิจชุมชน GI ให้สามารถกลับมาเดินหน้าได้อย่างมั่นคงโดยเร็ว ตลอดจนขยายระยะเวลาดำเนินการด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเสียสิทธิในช่วงประสบเหตุอุทกภัย

 



นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในภาคใต้ได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้ให้ความสำคัญ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมจัดตั้ง War Room ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือถูกส่งต่อได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์) ได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์ประสานงานสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ กระทรวงพาณิชย์ มีผู้บริหารกระทรวงและกรมต่างๆ ร่วมเป็นองค์ประกอบ เพื่อศูนย์กลางบริหารจัดการสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูลความเสียหาย กระจายความช่วยเหลือ และกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยภายใต้ภารกิจของกระทรวงได้อย่างตรงจุด

 



กรมทรัพย์สินทางปัญญาขานรับนโยบายดังกล่าวของกระทรวงทันที โดยมอบหมายรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์) ร่วมในทีม War Room กระทรวงพาณิชย์ พร้อมจัดตั้งทีมเฉพาะกิจของกรมฯ ประสานข้อมูลร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอย่างไร้รอยต่อ เพื่อติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งผลิตสินค้า GI 11 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง สตูล นครศรีธรรมราช นราธิวาส ยะลา กระบี่ ตรัง และปัตตานี ซึ่งมีสินค้า GI ประจำท้องถิ่นดังกล่าวกว่า 46 รายการ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าพืชผลทางการเกษตรและอาหาร โดยมีการสำรวจผลกระทบทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณสินค้า ความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงข้อจำกัดด้านการขนส่งและช่องทางจำหน่ายสินค้า พร้อมประเมินความเสียหายและความต้องการเร่งด่วนของผู้ประกอบการ GI

เพื่อเร่งส่งความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเตรียมความพร้อมสำหรับการฟื้นฟูเยียวยาภายหลังจากน้ำลด

 

นางอรมน กล่าวว่า จากการติดตามประเมินสถานการณ์ พบหลายพื้นที่ได้รับความเสียหายส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อผู้ประกอบการ GI ใน 11 จังหวัด รวมกว่า 108,000 ครัวเรือน โดยเฉพาะ จังหวัดสงขลา กระทบผลผลิต GI ทั้ง 5 รายการของจังหวัดซึ่งได้รับความเสียหายทั้งหมด ได้แก่ มะม่วงเบาสงขลา ส้มโอหอมควนลัง ส้มจุกจะนะ ไข่ครอบสงขลา และปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดปัตตานี กระทบผลผลิต GI ทั้ง 3 รายการของจังหวัด ได้แก่ ส้มโอปูโกยะรัง ลูกหยียะรัง และทุเรียนทรายขาว จังหวัดตรัง กระทบผลผลิต GI ทั้ง 5 รายการของจังหวัด ได้แก่ หมูย่างเมืองตรัง พริกไทยตรัง ข้าวเบายอดม่วงตรัง แตงโมเกาะสุกร และผ้าทอนาหมื่นศรี จังหวัดพัทลุง กระทบผลผลิต GI 2 รายการ ได้แก่ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง และปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุง จังหวัดยะลา กระทบผลผลิต GI 1 รายการ ได้แก่ กล้วยหินบันนังสตา จังหวัดนราธิวาส กระทบผลผลิต GI 2 รายการ ได้แก่ ข้าวหอมกระดังงานราธิวาส และปลากุเลาเค็มตากใบ จังหวัดสตูล กระทบผลผลิต GI 2 รายการ ได้แก่ จำปาดะสตูล และกระท้อนนาปริกสตูล สำหรับจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ ผลผลิต GI ได้รับผลกระทบบางส่วน

โดยพื้นที่ดังกล่าวยังคงต้องเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

 

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้กำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ ในพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูความเสียหายภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลง โดยวางแนวทางดำเนินการ 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1) ด้านการบรรเทาภาระด้านเงินทุนและเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ GI โดยกรมฯ ได้ประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคาร SME D Bank ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดหามาตรการช่วยเหลือทั้งในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือการพักชำระหนี้ให้แก่ผู้ผลิตและประกอบการ GI ซึ่งกรมฯ จะเร่งรวบรวมรายชื่อผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและประสานกับสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรเพื่อออกแผนช่วยเหลือด้านการเงินโดยละเอียดต่อไป

2) ด้านการกระตุ้นตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด อาทิ งาน GI Market จัด Flash Sale ช่วยเกษตรกร GI หลังน้ำท่วม รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายหน่วยงานพันธมิตรและแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าและระบายผลผลิตที่ยังคงคุณภาพมาตรฐาน GI จากพื้นที่ประสบภัย 3) ด้านการฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูกหรือแหล่งผลิตสินค้า GI โดยกรมฯ จะบูรณาการความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินและสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (BEDO) เพื่อลงสำรวจแหล่งผลิตสินค้า GI ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ พร้อมวางกรอบแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันและรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อปกป้องรักษาพื้นที่แหล่งผลิตสินค้า GI ในระยะยาว และ 4) ขยายเวลาดำเนินการด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มอีก 30 วัน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรือ

การออกแบบผลิตภัณฑ์ เครื่องหมายการค้า หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อไม่ให้ผู้ยื่นคำขอเสียสิทธิในช่วงประสบเหตุอุทกภัย โดยสามารถยื่นหลักฐานและคำขอขยายเวลาต่อกรมฯ ผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ตามที่ระบุในประกาศกรมฯ ภายใน 15 วัน

หลังสิ้นสุดเหตุอุทกภัย และกรมฯ จะออกหนังสือยืนยันให้ขยายเวลาดำเนินการออกไปได้อีก 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้ขยายเวลาดังกล่าว

 

นางอรมน เสริมว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมผลักดันมาตรการฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบในมิติด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเร่งด่วน รวมทั้งจัดหามาตรการเสริมอื่นๆ หากจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนผู้ผลิต GI และอำนวยความสะดวกแก่เจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจและคืนรายได้กลับสู่ท้องถิ่นโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยมุ่งหวังให้สถานการณ์ดีขึ้นและกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งกรมฯ ยินดีเป็นหน่วยประสานความช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ โดยสามารถแจ้งความเดือดร้อนและความต้องการเร่งด่วนมาที่เพจ Facebook กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือโทรสายด่วน 1368 เพื่อกรมฯ จะเร่งติดต่อประสานงานส่งความช่วยเหลือและจัดหามาตรการเยียวยาให้ตรงจุดต่อไป

 

---------------------

“สุชาติ” กำชับ การช่วยเหลือประชาชนน้ำท่วมใต้ ต้องเป็นเอกภาพ .. สั่งศูนย์ฯ ทส. บูรณาการใกล้ชิดร่วมกองบัญชาการสั่งการ ค่ายเสนาณรงค์

  “สุชาติ” กำชับ การช่วยเหลือประชาชนน้ำท่วมใต้ ต้องเป็นเอกภาพ .. สั่งศูนย์ฯ ทส. บูรณาการใกล้ชิดร่วมกองบัญชาการสั่งการ ค่ายเสนาณรงค์

วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2568) // นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา และพื้นที่ภาคใต้ มีความเป็นเอกภาพ สามารถช่วยกันระดมความช่วยเหลือไปยังพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ได้สั่งการให้ศูนย์บัญชาการในพื้นที่ของกระทรวงทรัพยากรฯ บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับกองบัญชาการสั่งการ ค่ายเสนาณรงค์ มทบ. 42 ที่มี ท่าน ผบ.กองบัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการ ร่วมถึงหน่วยงานภายนอกอื่น ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน


โดยในวันนี้ ผมได้มอบหมายให้ท่านรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ เป็นผู้แทนกระทรวง ประจำช่วยเหลือในภาพรวมของ ทส. และบูรณาการความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าของ ทส. ที่มีท่าน ผอ.ทสจ.สงขลา ท่านสาธิต ปิ่นกุล เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้รายงานกลับมาแล้วว่า ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เข้าร่วมการประชุมกับกองบัญชาการสั่งการ ค่ายเสนาณรงค์ มทบ. 42 โดยมี ท่าน ผบ.กองบัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานทหาร และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยได้รายงานให้ที่ประชุมได้รับทราบถึง การจัดกำลังและวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ ของ ทส. มาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อให้ทราบถึงกำลังทรัพยากรของ ทส. ที่พร้อมร่วมสนับสนุนพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และพร้อมบูรณาการความร่วมมือช่วยสนับสนุนทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมกู้สถานการณ์ให้กับพื้นที่หาดใหญ่ในครั้งนี้“ นายสุชาติ กล่าว 


โดยในที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรฯ รับดำเนินการฟื้นฟูและช่วยทำความสะอาด ในพื้นที่รับผิดชอบโซน 4 และพื้นที่บางส่วนนอกเขตเทศบาลเมืองหาดใหญ่ เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนของการปฏิบัติงาน และช่วยให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพของแต่ละหน่วยงานยิ่งขึ้น ซึ่งกระทรวงทรัพยากรฯ จะได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ของกองทัพภาค 4 เพื่อจะกำหนดจุดในการออกปฏิบัติงานตามภารกิจที่รับมอบหมายต่อไป 


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมมอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว ณ ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก วานนี้ (วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ จำนวน 17 ราย คิดเป็นมูลค่า 339,410 บาท พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ จำนวน 15 ราย คิดเป็นมูลค่า 45,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 384,410 บาท (สามแสนแปดหมื่นสี่พันสี่ร้อยสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการประชาชนฟรี อาทิ บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และบริการทันตกรรม โดยมี นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ ปลัดจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายปิยะ เสนานุช รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานมาตรฐานฝีมือแรงงาน และนางสาวทิพวรรณ โพธิ์ทอง ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการ ค้ามนุษย์ (บ้านสองแคว) จังหวัดพิษณุโลก ร่วมในพิธี ณ ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก โดยการคัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมมอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว ณ ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก





วานนี้ (วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ จำนวน 17 ราย คิดเป็นมูลค่า 339,410 บาท พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ จำนวน 15 ราย คิดเป็นมูลค่า 45,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 384,410 บาท (สามแสนแปดหมื่นสี่พันสี่ร้อยสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการประชาชนฟรี อาทิ บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และบริการทันตกรรม โดยมี นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ ปลัดจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายปิยะ เสนานุช รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานมาตรฐานฝีมือแรงงาน และนางสาวทิพวรรณ โพธิ์ทอง ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการ ค้ามนุษย์ (บ้านสองแคว) จังหวัดพิษณุโลก  ร่วมในพิธี ณ ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก










นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก โดยการคัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป



ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต



ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

"รองนายก สุชาติ" สั่งกรมทะเลเร่งสำรวจผลกระทบน้ำท่วม—เฝ้าระวังโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาใกล้ชิด หลังระดับน้ำเพิ่มสูง 2–3 เมตร

  "รองนายก สุชาติ" สั่งกรมทะเลเร่งสำรวจผลกระทบน้ำท่วม—เฝ้าระวังโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาใกล้ชิด หลังระดับน้ำเพิ่มสูง 2–3 เมตร วันที่ ...