วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เปิดพิกัดความอร่อยกลางสยาม! “ร้านเด็ดแฟร์ ครั้งที่ 7” ชวนชิมร้านดังแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง 20–22 พฤศจิกายนนี้

 เปิดพิกัดความอร่อยกลางสยาม! “ร้านเด็ดแฟร์ ครั้งที่ 7”  ชวนชิมร้านดังแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง 20–22 พฤศจิกายนนี้

รฟม. ชวนปักหมุด “อร่อยด่วน ขบวนเด็ด” รวมอาหารคาว ของหวาน และกิจกรรมเติมความสุข ให้สายกินนัดเจอกันที่สยามสแควร์


(26 ตุลาคม 2569: กรุงเทพฯ) – เตรียมท้องให้พร้อม แล้วชวนเพื่อนขึ้นขบวนความอร่อย! การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชวนสายกินปักหมุดกันที่งาน “MRTA x PMCU Presents ร้านเด็ดแฟร์ ครั้งที่ 7 อร่อยด่วน ขบวนเด็ด” ที่ ยกร้านดังตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง มาให้เลือกชิมใจกลางสยาม พร้อมร้านอาหารยอดนิยม ของหวาน และเครื่องดื่มกว่า 80 ร้านค้า พร้อมเติมบรรยากาศความอร่อยด้วยดนตรีและกิจกรรมสนุกตลอด 3 วัน ระหว่างวันที่ 20–22 พฤศจิกายน 2569 ณ สยามสแควร์ ซอย 5 ซอย 7 และ Block K

ใครที่ชอบตามหาร้านอร่อย เตรียมมาปักหมุดร้านโปรดกันได้ในงานนี้ ที่รวมทั้ง ร้านอาหารสตรีทฟู้ดชื่อดังในโซเชียล ร้านเด็ดในตำนาน และร้านเมนูอร่อยด่วนทันใจ พร้อมมาทำความรู้จักร้านดังจากย่านนนทบุรีและตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่ยกเมนูเด็ดมาเสิร์ฟถึงสยาม ให้เลือกชิมหลายร้านในทริปเดียว และเก็บพิกัดร้านถูกใจไว้ตามไปอุดหนุนกันต่อ ภายในงานตกแต่งบรรยากาศให้เหมือนการเดินทางผ่านสถานีและขบวนรถไฟฟ้า เชื่อมความอร่อยและความสนุกไว้ใน 3 โซนหลัก

โซน สายสีม่วงชวนชิม เริ่มต้นขบวนบนถนนสายหลักที่จำลองบรรยากาศชานชาลารถไฟฟ้า พบกับ Purple Line Legendary รวมร้านดังระดับตำนานและร้านยอดนิยมตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ให้เลือกชิมเมนูเด่นจากแต่ละร้าน พร้อมแวะ The Grand Station พื้นที่บูธผู้สนับสนุนและพันธมิตรที่มาร่วมเติมสีสันด้วยกิจกรรม มินิเกม ชวนให้ได้ทั้งความอร่อยและความสนุกตั้งแต่ต้นทางพร้อมของรางวัลมากมาย

โซน อร่อยเด็ดท้ายขบวน แวะสถานีเติมพลังกับบรรยากาศสตรีทฟู้ดจานร้อนในโซน Hot & Heavy Express ที่รวมอาหารจานหลักและเมนูจานด่วนปรุงสด ร่วมด้วยร้านเด็ดจากโซเชียลและร้านดังที่หลายคนอยากตามไปลอง ก่อนพักอิ่มที่ The Diner Car หรือ “โบกี้เสบียง” พื้นที่รับประทานอาหารที่ได้แรงบันดาลใจจากโบกี้รถอาหาร เหมาะกับการนั่งพักและแบ่งเมนูอร่อยชิมกับเพื่อน

โซน สถานีปลายทางความอร่อย ปิดท้ายขบวนที่ลานรวมของกินเล่นและความบันเทิง พบกับ Dessert & Snack Cabin ที่รวบรวมของกินเล่น ของทอด ขนมหวาน และเครื่องดื่ม ให้เลือกซื้อแล้วเดินชิมกันได้เพลิน ๆ พร้อมร้านอร่อยและร้านเด็ดจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ เติมความคึกคักด้วย Purple Fun Station พื้นที่กิจกรรมให้ผู้ร่วมงานได้สนุกและลุ้นรับของรางวัล

นอกจากความอร่อยในแต่ละโซน ยังมีมุมถ่ายภาพในธีมรถไฟฟ้า การแสดงดนตรี และกิจกรรมจาก รฟม. รวมถึงพันธมิตรและผู้สนับสนุน ให้การนัดเจอเพื่อนหรือวันพักผ่อนกับครอบครัวมีสีสันยิ่งขึ้น 

การนำร้านค้าตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงมาร่วมงานครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบลูกค้ากลุ่มใหม่ และให้ผู้ร่วมงานรู้จักร้านค้าในย่านต่าง ๆ มากขึ้น ใช้ความอร่อยเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสัมผัสร้านค้าและชุมชนรอบสถานี

เตรียมชวนคนรู้ใจมาพบกันที่ “MRTA x PMCU Presents ร้านเด็ดแฟร์ ครั้งที่ 7 อร่อยด่วน ขบวนเด็ด” ระหว่างวันที่ 20–22 พฤศจิกายน 2569 ณ สยามสแควร์ ซอย 7 ซอย 5 และ Block K ตั้งแต่เวลา 11:00-21:00 น. เข้างานฟรี! พร้อมติดตามรายชื่อร้านและไฮไลต์ความอร่อยเพิ่มเติมก่อนวันงาน ได้ที่  Facebook : ร้านเด็ดแฟร์


วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569

“สบู่วิภาดา” มอบเงินช่วยเหลือพนักงานและชุมชนประสบภัยน้ำท่วม

 “สบู่วิภาดา” มอบเงินช่วยเหลือพนักงานและชุมชนประสบภัยน้ำท่วม

นางสิญจ์พธู หาญวรากิตติ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีเอส  09  ออริจินอล  เฮิร์บ  จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสบู่ผสมสมุนไพรแบรนด์  “วิภาดา” มอบเงินช่วยเหลือพนักงานและครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งนำถุงยังชีพ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และสบู่วิภาดา ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ทั้งในจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดอื่น ๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือสังคม และกิจกรรมสาธารณกุศลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตเครื่องสำอางและสบู่เพื่อทำแบรนด์ของตนเอง หรือต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายสบู่วิภาดา สอบถามได้ที่ Call Center 080-282-9419 หรือ 091-549-3542  www.soap-vipada.com หรือ www.spycosmetic.com  และ www.facebook.com/soapvipada  LINE ID : soapvipada 


วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569

โฮมโปร คว้ารางวัล “OUTSTANDING CFO”จากเวที “IAA Awards for Listed Companies 2026”

 โฮมโปร คว้ารางวัล “OUTSTANDING CFO”จากเวที “IAA Awards for Listed Companies 2026”

 


ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านบริหารการเงิน สะท้อนความเชื่อมั่นจากตลาดทุน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) ตอกย้ำศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงินและความเชื่อมั่นจากตลาดทุนไทย ด้วยการคว้ารางวัล “OUTSTANDING CFO” จากเวที “IAA Awards for Listed Companies 2026” จัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analysts Association: IAA) โดยมี นางวรรณี จันทามงคล รองกรรมการผู้จัดการ – กลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุน เป็นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล ตลอดจนการสื่อสารข้อมูลกับนักลงทุนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 


เวที IAA Awards for Listed Companies ถือเป็นหนึ่งในรางวัลสำคัญของตลาดทุนไทย ที่มุ่งยกย่องผู้บริหารและทีมงานของบริษัทจดทะเบียนที่มีผลงานโดดเด่น โดยพิจารณาจากการลงคะแนนของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ครอบคลุมทั้งวิสัยทัศน์ ความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจและการเงิน ความโปร่งใสในการดำเนินงาน การเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ ตลอดจนศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

สำหรับรางวัล “OUTSTANDING CFO” ที่มอบให้แก่ นางวรรณี จันทามงคล ในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทผู้นำด้านการเงินที่มีความโดดเด่น ทั้งการบริหารโครงสร้างเงินทุน การรักษาสภาพคล่อง การบริหารต้นทุนทางการเงิน และการกำกับดูแลความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันทางธุรกิจที่มีความท้าทายอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนทิศทางการลงทุนและการขยายธุรกิจของโฮมโปรให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตในระยะยาว

 


ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโฮมโปรในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีวินัย การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ควบคู่กับการวางกลยุทธ์ทางการเงินที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน

 

รางวัล OUTSTANDING CFO จึงนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของโฮมโปร ที่สะท้อนถึงการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในตลาดทุนไทย และตอกย้ำความแข็งแกร่งขององค์กรทั้งด้านการบริหารการเงิน การกำกับดูแลกิจการที่ดี และความพร้อมในการสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต ภายใต้ความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า

และผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน

 

#IAAAwardsforListedCompanies2026 #CFO #โฮมโปร #HomePro ##HomeLifetimeCompanion

“พาณิชย์” ลุย เคหะร่มเกล้า จัดไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ ขนสินค้าจำเป็นกว่า 100 รายการ ลดสูงสุด 62% ช่วยประชาชนฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

 “พาณิชย์” ลุย เคหะร่มเกล้า จัดไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ ขนสินค้าจำเป็นกว่า 100 รายการ ลดสูงสุด 62% ช่วยประชาชนฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

กรมการค้าภายใน เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” นำสินค้าจำเป็นและเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาพิเศษช่วยประชาชน ลดสูงสุด 62% พร้อมประสานการเคหะฯ สำรวจความต้องการสินค้าในพื้นที่ ย้ำเดินหน้าดูแลประชาชนเต็มที่ คาดเฟส 1 ช่วยลดภาระค่าครองชีพไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท


วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านศุภจี สุธรรมพันธุ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่หลังน้ำท่วม จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์และดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน 

กรมฯ ได้เร่งขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยได้รับการประสานจากการเคหะแห่งชาติให้จัดจุดจำหน่ายบริเวณตรงข้ามซอยเคหะร่มเกล้า 58 เขตลาดกระบัง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดได้สะดวกยิ่งขึ้น


สำหรับการจัดจำหน่ายครั้งนี้ มีสินค้า 5 หมวด กว่า 100 รายการ ลดสูงสุด 62% โดยเฉพาะสินค้าไฮไลท์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 100% ขนาด 5 กิโลกรัม จำหน่ายถุงละ 120 บาท จากราคาตลาด 165–180 บาท ลดสูงสุด 33% ข้าวขาวขนาด 5 กิโลกรัม ถุงละ 90 บาท จากราคาตลาด 100–120 บาท ลดสูงสุด 25% ไข่ไก่เบอร์ M คละเบอร์ 2–3 จำนวน 30 ฟองต่อแผง ราคา 110 บาท จากราคาตลาด 140 บาท ลด 21% น้ำตาลทรายขนาด 1 กิโลกรัม ราคา 22 บาท จากราคาตลาด 26–28 บาท ลดสูงสุด 21% และน้ำมันปาล์มขนาด 1 ลิตร ราคา 42 บาท จากราคาตลาด 47–50 บาท ลดสูงสุด 16%

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ทำความสะอาดอีก 76 รายการ ครอบคลุมของใช้ประจำวัน ลด 10–61% ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย อาทิ ครีมอาบน้ำ แชมพู สบู่เหลว และครีมทาผิว ลด 8–59% ผลิตภัณฑ์ซักล้าง อาทิ น้ำยาถูพื้น น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน และผงซักฟอก ลด 11–54% อาหารและเครื่องปรุงรส อาทิ ซอสหอยนางรม ซอสพริก ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำผลไม้ และนม ลด 8–42% และอุปกรณ์ทำความสะอาด อาทิ ม็อบถูพื้น ไม้กวาด และแปรงขัดพื้น ลด 42–62% เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงประชาชนที่ต้องฟื้นฟูบ้านเรือนหลังประสบอุทกภัย


ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์เล็งเห็นถึงความจำเป็นของเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ในครัวเรือนที่ประชาชนอาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จึงได้รับความร่วมมือจากบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) โดยร้านค้าปลีกโลตัส นำสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ประจำวันมาร่วมจำหน่ายกว่า 30 รายการ อาทิ เตาปิ้งย่าง ACONATIC ขนาด 1,700 วัตต์ ลดจาก 1,990 บาท เหลือ 890 บาท ลด 55% กาต้มน้ำ ACONATIC ขนาด 1.8 ลิตร ลดจาก 599 บาท เหลือ 299 บาท ลด 50% และหม้อหุงข้าว ACONATIC ขนาด 0.8 ลิตร ลดจาก 890 บาท เหลือ 459 บาท ลด 48% รวมถึงเตารีดไอน้ำ เครื่องดูดฝุ่น ผ้านวม ผ้าปู กล่องล้อเลื่อน ตะกร้าผ้า และตู้ลิ้นชัก


นายวัฒนศักย์กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ร่วมสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษ โดยสินค้าเป็นสินค้าจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน พร้อมขอบคุณบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) และโลตัส ที่ให้ความร่วมมือในการนำสินค้ามาช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนสำนักงานเขตที่อำนวยความสะดวกด้านสถานที่และดูแลความปลอดภัยในการจัดจำหน่าย


“กรมการค้าภายในพร้อมประสานการเคหะแห่งชาติและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อรับทราบว่าประชาชนต้องการสินค้าประเภทใดและพื้นที่ใดมีความจำเป็นเพิ่มเติม เราต้องการให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างตรงจุด ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพาณิชย์จะทำงานอย่างเต็มที่และดีที่สุดเพื่อพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเป็นอย่างยิ่ง”


สำหรับการดำเนินโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2570 จัดจุดจำหน่าย 25 จุดต่อสัปดาห์ ในทุกวันอังคาร วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ เปิดจำหน่ายเวลา 08.00–16.00 น. ประชาชนสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายผ่าน QR Code ของ LINE Official ตามช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรมการค้าภายใน เพื่อวางแผนการเดินทางและเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก




อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการได้รับความสนใจและผลตอบรับที่ดีจากประชาชน โดยในเบื้องต้นคาดว่าโครงการเฟส 1 จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้จริง และกรมฯ จะเดินหน้าติดตามสถานการณ์และดูแลความเป็นธรรมทางการค้าอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการเอาเปรียบทางการค้า เช่น การใช้เครื่องชั่งไม่ถูกต้อง การจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม หรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สพพ. ร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2569

 สพพ. ร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2569




นายภัทรกร การะพิมพ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) เป็นผู้แทน สพพ. นำคณะเจ้าหน้าที่เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ประจำปี พ.ศ. 2569 เนื่องในวันปิยมหาราช เพื่อเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569

วว. ยกทัพนวัตกรรมลงพื้นที่โคราช ถ่ายทอดเทคโนโลยี AI-ชีวภัณฑ์ แปรรูปผักเศรษฐกิจ เสริมสร้างรายได้ชุมชนเข้มแข็ง

 วว. ยกทัพนวัตกรรมลงพื้นที่โคราช ถ่ายทอดเทคโนโลยี AI-ชีวภัณฑ์ แปรรูปผักเศรษฐกิจ เสริมสร้างรายได้ชุมชนเข้มแข็ง

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  นำโดย  ดร.อนันต์ พิริยะภัทรกิจ นักวิจัยอาวุโส  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ พร้อมคณะนักวิจัย ลงพื้นที่จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ การพัฒนาศักยภาพการผลิตผักปลอดภัย สู่การแปรรูปเพิ่มมูลค่า ภายใต้โครงการปลูกผักเศรษฐกิจเสริมรายได้ให้กับชุมชน (ระยะที่ 2) ในวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ณ บ้านไร่นายายคำ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน ประกอบด้วย  เกษตรกร และผู้ประกอบการ ทั้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุม 4 หัวข้อสำคัญ ได้แก่

- การใช้ระบบ AI ในการควบคุมระบบปลูกเลี้ยงผักและหน่อไม้ฝรั่ง โดย ผศ.ดร.ชานนท์ ลาภจิตร (มหาวิทยาลัยขอนแก่น)

- การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร โดย ผศ.ดร.เจนจิรา พกาวัลย์ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี)

- การใช้สารชีวภัณฑ์ในการกำจัดแมลงศัตรูพืช โดย ดร.ตันติมา  กำลัง  ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ วว.

- การพัฒนาวัสดุปรับปรุงดินเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตผักปลอดภัย โดย ดร.นิตยา แก้วแพรก และนางปณิตา ทวีถาวร ศูนย์นวัตกรรมวัสดุ วว.






นอกจากการจัดอบรมดังกล่าวแล้ว ยังมีพิธีเปิดป้ายกลุ่มบ้านไร่นายายคำ เพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงคนในชุมชน รวบรวมและจำหน่ายสินค้าผักเศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ ผลิตภัณฑ์ผ้าอีโคปริ้น สร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ซึ่ง วว. ได้นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้จริง เพื่อยกระดับการผลิต และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน


#ผลิตผักปลอดภัย #วทน  #แปรรูป #เพิ่มมูลค่า  #เศรษฐกิจ #เสริมราย #ชุมชน 

#สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

#อว #วว #TISTR


วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จุฬาฯ เปิดตัว “CHULA​ XL HUB” พลิกโฉมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเปิดองค์ความรู้จุฬาฯ สู่ทุกคน ทุกองค์กร เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

 

จุฬาฯ เปิดตัว “CHULA​ XL HUB” พลิกโฉมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเปิดองค์ความรู้จุฬาฯ สู่ทุกคน ทุกองค์กร เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

กรุงเทพฯ 21 ตุลาคม 2569 – ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เคย – World Economic Forum ประเมินว่าภายในปี 2030 ราว 39% ของทักษะที่คนทำงานมีอยู่จะล้าสมัย ทักษะใหม่จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคน และการเรียนรู้นั้นไม่ได้จบแค่ในรั้วมหาวิทยาลัย คำถามที่ตามมาคือ เราจะไปเติมทักษะใหม่ได้ที่ไหน ในจังหวะที่ชีวิตไม่เคยหยุดรอใคร?

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอบคำถามนี้ด้วยการเปิดตัว “Chula XL Hub” แพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิตของวิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula XL) ที่รวบรวมองค์ความรู้และประสบการณ์จากคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ ศิษย์เก่าจุฬาฯ จากหลากหลายวงการ และเครือข่ายพันธมิตร มาไว้ในที่เดียว เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกช่วงวัย


แพลตฟอร์มบูรณาการองค์ความรู้จากทุกศาสตร์เข้ากับรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ทั้งหลักสูตร Non-Degree, Micro-credentials และการ Upskill–Reskill ที่เชื่อมโยงกับระบบคลังหน่วยกิต ให้ผู้เรียนพัฒนาความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงาน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและตลาดแรงงานในอนาคต



Chula XL Hub จึงไม่ใช่เพียงแหล่งรวมความรู้ แต่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตของจุฬาฯ และขยายโอกาสการเรียนรู้สู่สังคม ที่เชื่อมผู้เรียน ผู้สอน ภาคอุตสาหกรรม และระบบคลังหน่วยกิตเข้าด้วยกัน และเป็นการเปิดประตูให้ใครก็เรียนที่ “จุฬาฯ” ได้

ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า "109 ปีที่ผ่านมา จุฬาฯ สร้างและส่งต่อความรู้ผ่านห้องเรียนสู่นิสิตรุ่นแล้วรุ่นเล่า วันนี้เราเปิดประตูสู่จักรวาลการเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบ Chula XL Hub ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของมหาวิทยาลัย"

ในโลกปัจจุบัน เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทักษะและความรู้ที่เคยเรียนมาในระบบการศึกษาแบบเดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับการทำงานทั้งชีวิตอีกต่อไป การเรียนรู้จึงไม่อาจจบลงเพียงแค่วันที่ได้รับปริญญา แต่มหาวิทยาลัยต้องเปิดพื้นที่และสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถกลับมาพัฒนาทักษะใหม่ (Upskill-Reskill) ได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยหรืออาชีพใดก็ตาม


จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้พลิกบทบาทครั้งสำคัญ จากการเป็นสถาบันที่เน้นเฉพาะการผลิตบัณฑิตในระบบปริญญา สู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน” เรามุ่งมั่นที่จะปลดล็อกองค์ความรู้และงานวิจัยอันทรงคุณค่าที่เคยจำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียนและคณะต่างๆ ออกไปสู่สังคมในวงกว้าง โดยเปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก “การสอนแบบเดิม” สู่ “การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้” ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์เส้นทางชีวิตอันหลากหลายของผู้เรียนแต่ละคน


สะสมการเรียนรู้ตลอดชีวิต


ทุกคนสามารถเริ่มต้นการเป็นผู้เรียนในระบบได้ทันที เพียงแค่สมัครสมาชิกบนแพลตฟอร์ม Chula XL Hub และค้นหาคอร์สเรียนที่สนใจผ่าน 6 หมวดได้แก่ (1) Digital & AI ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (2) Engineering & Technology วิศวกรรมและเทคโนโลยี (3) Languages & Global Communication ภาษาและการสื่อสารสากล (4) Life Skills & Society ทักษะชีวิตและสังคม (5) Health & Well-being สุขภาพและสุขภาวะ และ (6) Creative & Culture ความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรม โดยปัจจุบันคอร์สทั้งหมดเป็นแบบ On-Demand ที่เรียนด้วยตนเองตามจังหวะของผู้เรียน มีทั้งแบบเปิดลงทะเบียนได้ตลอดเวลาและแบบกำหนดรอบลงทะเบียน และมีทั้งคอร์สเรียนฟรีและคอร์สที่มีค่าใช้จ่าย


ผู้เรียนสามารถดูวิดีโอ อ่านและดาวน์โหลดเอกสารประกอบ และทำแบบทดสอบได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟน โดยไม่ต้องติดตั้งแอป ระบบจะบันทึกความคืบหน้าอัตโนมัติ ให้กลับมาเรียนต่อจากจุดเดิมได้เสมอ เมื่อผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ผู้เรียนจะได้รับใบรับรอง (Badge) หรือใบประกาศนียบัตร (Certificate) แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละคอร์ส ที่รับรองโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับใช้ประกอบการสมัครงาน ต่อยอดสายอาชีพ ยื่นเป็นหลักฐานการพัฒนาทักษะต่อหน่วยงานต้นสังกัด หรือศึกษาต่อ 


ผู้เรียนยังสามารถอัปเกรดบัญชีเป็น Lifelong Learner ID (CXL ID) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนผู้เรียนตลอดชีวิตของจุฬาฯ ไม่ว่าผู้เรียนจะอยู่ในช่วงวัยหรือสถานะใดของชีวิต ประวัติและผลการเรียนทั้งหมด รวมถึงใบรับรองและใบประกาศนียบัตรที่ได้รับ จะสะสมไว้ภายใต้ตัวตนเดียวที่ผ่านการยืนยันแล้ว เป็น Learning Record ประจำตัวที่พร้อมเป็นรากฐานสำหรับการเชื่อมโยงกับระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติในอนาคต ตามเกณฑ์ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำหนด


สอนโดยผู้ที่ทำจริง รู้จริง ผ่านประสบการณ์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นจากแต่ละวงการChula XL Hub รวบรวมทั้งผู้ที่ทำจริง รู้จริง ผ่านประสบการณ์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นจากแต่ละวงการ โดย


คอร์สเรียนแบ่งเป็น 2 ประเภท General Course คือคอร์สความรู้จากคณาจารย์จุฬาฯ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานวิชาการของมหาวิทยาลัย และ Signature Course คือคอร์สจากผู้เชี่ยวชาญและศิษย์เก่าตัวจริงในแต่ละวงการ ซึ่งเป็นจุดเด่นของแพลตฟอร์ม โดยวิทยากรทุกคนได้รับการคัดเลือกผ่านเครือข่ายศิษย์เก่าและคณาจารย์ที่เชี่ยวชาญในเนื้อหานั้นโดยตรง


Signature Course ชุดแรกคือซีรีส์ Learning How to Learn – เรียนรู้ “วิธีเรียน” ก่อนจะเรียนอะไรก็ตาม เพราะในโลกที่ความรู้เปลี่ยนทุกวัน คนที่ได้เปรียบไม่ใช่คนที่รู้มากที่สุด แต่คือคนที่เรียนรู้ได้เร็วที่สุด คนที่ “เรียนรู้เป็น” จึงไม่มีวันตกยุค ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน

ซีรีส์นี้เปิดให้เรียนฟรีทั้ง 9 ตอน โดยคณาจารย์ ศิษย์เก่า และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ ประกอบด้วย ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร (Why Learning Never Stops), ดร.สันติธาร เสถียรไทย (What Should Humans Learn Next?), คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร (Unlearn to Move Forward), ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน (Make Knowledge Stick), คุณพชร อารยะการกุล (Learn Smarter with AI), คุณรวิศ หาญอุตสาหะ (Learn Out Loud), คุณอเล็กซ์ เรนเดลล์ (Let Nature Be Your Teacher), และ เชฟป้อม-ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล (Beyond the Recipe) และคุณศิรัถยา อิศรภักดี (From Knowing to Doing: Lessons from Money) นอกจากนี้ยังมีโครงการ Creative Network ที่เปิดให้บุคลากรทุกคณะในจุฬาฯ ร่วมแปลงองค์ความรู้และงานวิจัยให้เป็นคอร์สเรียนที่คนทั่วประเทศเข้าถึงได้

ศ. ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช คณบดีวิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula XL) กล่าวว่า “ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการมีความรู้หรือทักษะใหม่ แต่คือความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง การใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ การคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ และการแยกแยะข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ล้วนเป็นทักษะจำเป็นในปัจจุบัน แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ และปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง เพราะความรู้และทักษะอาจล้าสมัยได้ แต่ความสามารถในการเรียนรู้จะช่วยให้เราพัฒนาตนเองต่อไปได้ตลอดชีวิต”

อัปสกิลทั้งองค์กร เติบโตไปพร้อมกันทั้งทีม 


สำหรับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน Chula XL Hub มีบริการหลายรูปแบบตามโจทย์และความต้องการของแต่ละองค์กร ตั้งแต่การใช้ระบบ LMS พร้อมคอร์สเรียนของจุฬาฯ หรือพาร์ทเนอร์เพื่ออบรมบุคลากร การนำคอร์สที่องค์กรมีอยู่แล้วมาจัดอบรมบนระบบ ไปจนถึงการร่วมผลิตคอร์สและหลักสูตรออนไลน์ด้วยกัน


ทุกรูปแบบมีทีมงานดูแลครบวงจร ตั้งแต่ร่วมหารือและจับคู่บริการที่เหมาะกับองค์กร ประชาสัมพันธ์ก่อนเปิดหลักสูตร ติดตามและดูแลผู้เรียนระหว่างเรียน ไปจนถึงสรุปผลเมื่อปิดหลักสูตร โดยองค์กรจะได้รับรายงานสถานะการเรียนของบุคลากรแต่ละคนเพื่อนำไปวางแผนพัฒนาบุคลากรได้อย่างต่อเนื่อง


ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วคือความร่วมมือกับสมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย ร่วมด้วยความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์กรอื่นๆ ในการใช้ Chula XL Hub เพื่ออบรมบุคลากร อบรมต่ออายุใบรับรอง พัฒนาทักษะ หรือเผยแพร่ความรู้ต่อบุคคลทั่วไป

จุดหมายถัดไปของ Chula XL Hub

จุฬาฯ คาดหวังผลลัพธ์จาก Chula XL Hub ใน 3 ระดับ – สำหรับผู้เรียน คือการที่คนไทยทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้คุณภาพของจุฬาฯ ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือช่วงวัยใด สำหรับสังคม คือระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เชื่อมผู้เรียน องค์กร และสมาคมวิชาชีพเข้าด้วยกัน ให้คนไทย Upskill และ Reskill ได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต และสำหรับภาคการศึกษา คือต้นแบบของมหาวิทยาลัยที่ขยายบทบาทจากการผลิตบัณฑิต สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศ


ศ. ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า เราอยากเห็น Chula XL Hub เป็นหนึ่งในพื้นที่การเรียนรู้ที่คนไทยนึกถึง ไม่ว่าจะต้องการพัฒนาทักษะเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ ต่อยอดการศึกษา หรือเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง โดยสามารถกลับมาเรียนรู้และสะสมผลการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะการเรียนรู้ไม่ควรสิ้นสุดลงพร้อมกับการได้รับปริญญา”

ก้าวต่อไปของแพลตฟอร์ม คือการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สิ่งที่เรียนบนแพลตฟอร์มเชื่อมกับการใช้งานจริงและความต้องการทักษะของตลาดแรงงานมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มคอร์สให้ครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่ม และขยายรูปแบบการเรียนสู่ On-site, Live และ Blended Learning

Chula XL Hub พร้อมเปิดประตูสู่จักรวาลการเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบแล้ววันนี้ เริ่มเรียนได้ที่ chulaxlhub.com องค์กรและหน่วยงานที่สนใจใช้บริการ ติดต่อได้ที่ chulaxl.chula@gmail.com (ติดต่อบริการ Chula XL Hub) หรือ Chulaxl@chula.ac.th (ติดต่อบริการผลิตและ/หรือถ่ายทำหลักสูตร)

เปิดพิกัดความอร่อยกลางสยาม! “ร้านเด็ดแฟร์ ครั้งที่ 7” ชวนชิมร้านดังแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง 20–22 พฤศจิกายนนี้

  เปิดพิกัดความอร่อยกลางสยาม! “ร้านเด็ดแฟร์ ครั้งที่ 7”  ชวนชิมร้านดังแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง 20–22 พฤศจิกายนนี้ รฟม. ชวนปักหมุด “อร่อยด่วน ขบวน...