วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เชิญร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” ยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก

 สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เชิญร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” ยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก

     กรุงเทพฯ – สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย (Horticultural Science Society of Thailand) เตรียมจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” ระหว่างวันที่ 25 – 27 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม Executive 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมศึกษาดูงานแหล่งผลิตทุเรียนคุณภาพในจังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี


     รองศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิตทุเรียนไทยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสุขอนามัยพืชและมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของประเทศคู่ค้า ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก


     โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดการสวนทุเรียน การผลิตทุเรียนคุณภาพระดับ Premium Grade การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) การลดความสูญเสียทางการเกษตร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ รวมถึงแนวทางการพัฒนาธุรกิจส่งออกทุเรียนอย่างยั่งยืน


     นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้แนวโน้มตลาดทุเรียนโลก มาตรฐานการส่งออกของประเทศคู่ค้า ตลอดจนกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มและการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ “Thailand Durian” เพื่อผลักดันผลไม้ไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ


     การอบรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ผู้ประกอบการธุรกิจผลไม้ บริษัทส่งออก นักวิชาการ อาจารย์ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และผู้สนใจด้านการส่งออกผลไม้ โดยกำหนดรับผู้เข้าอบรมจำนวน 50 คน


     วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการ ได้แก่


• ยกระดับมาตรฐานการผลิตทุเรียนไทยสู่ระดับสากล

• ส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก

• ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่

• เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานทุเรียน

• สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเกษตร

• เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก

• สนับสนุนการสร้างแบรนด์ทุเรียนไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ


     ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก การบริหารจัดการต้นทุน การพัฒนาคุณภาพผลผลิต การเพิ่มมูลค่าทางการตลาด รวมถึงโอกาสสร้างเครือข่ายทางธุรกิจกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทุเรียนของประเทศไทย


     สำหรับผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยติดต่อ คุณสร้อยดาว วัฒธาจารุเกียรติ เจ้าหน้าที่สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 089-494-5172 หรืออีเมล nhc12th@gmail.com


     โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกทุเรียนคุณภาพระดับพรีเมียมของโลกอย่างยั่งยืน


ข้อมูลหน่วยงาน


     สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย (Horticultural Science Society of Thailand)


สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร

เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900


โทรศัพท์ 0 2940 6578

อีเมล : nhc12th@gmail.co


Share This Facebook    


กรมการศาสนา (ศน.) จัดพิธีมอบพัดรองและเข็มเชิดชูเกียรติ​ แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘

 กรมการศาสนา (ศน.) จัดพิธีมอบพัดรองและเข็มเชิดชูเกียรติ​  แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘




เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ศาลาร้อยปีปิยมหาราชอนุสรณ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชัยพล​ สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีมอบพัดรองที่ระลึกและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา ได้ดำเนินโครงการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา เพื่อประกาศเกียรติคุณและสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคล หน่วยงานที่อุทิศตนในการทำนุบำรุง ส่งเสริม และเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๘​ มีผู้ได้รับการคัดเลือกทั้งสิ้น จำนวน ๑๖๐ ราย ซึ่งจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัล “เสาเสมาธรรมจักร” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอังคารที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๙​ ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร






ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี ๒๕๖๘ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมโดยรวมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพิธีมอบพัดรองแก่บรรพชิต จำนวน ๙๔ รูป และมอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่คฤหัสถ์ จำนวน ๕๒ คน และหน่วยงาน จำนวน ๑๔ แห่ง รวมทั้งชี้แจงแนวทางการปฏิบัติและซักซ้อมความเข้าใจ

ในการเข้ารับพระราชทานรางวัล เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ



อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาล้วนเป็นผู้มีคุณูปการสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นแบบอย่างของพุทธศาสนิกชนที่ดี มีจิตสาธารณะและมีบทบาทในการประสานเครือข่ายทางศาสนา เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ตลอดจนส่งเสริมให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและความเข้มแข็งของสังคมอย่างยั่งยืน



กรมการศาสนาเชื่อมั่นว่า ผู้ได้รับการยกย่องในครั้งนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นแบบอย่างแห่งการทำความดีแก่สาธารณชนและอนุชนรุ่นหลังต่อไป ///

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วธ. ปลื้ม “วิสาขบูชา 2569” จุดประทีป–สวดมนต์ทั่วไทย สะท้อนพลังศรัทธา ความสามัคคี และการสืบสานพระพุทธศาสนา

 วธ. ปลื้ม “วิสาขบูชา 2569” จุดประทีป–สวดมนต์ทั่วไทย สะท้อนพลังศรัทธา ความสามัคคี และการสืบสานพระพุทธศาสนา




นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา พุทธศักราช 2569 ภายใต้แนวคิด “จุดประทีป 1 ล้านดวง สวดมนต์ 1 ล้านจบ ถวายพุทธบูชา วันวิสาขบูชาโลก” ของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง เเละได้รับการตอบรับจากศาสนิกชนทั่วประเทศอย่างคึกคัก โดยร่วมจุดประทีป สวดมนต์ และประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาและความสามัคคีของสังคมไทย


กิจกรรมสำคัญจัดขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในส่วนกลาง ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร พุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร ถวายไม้ค้ำและผ้าห่มต้นพระศรีมหาโพธิ์ เวียนเทียน และร่วมกิจกรรม “จุดประทีป 1 ล้านดวง สวดมนต์ 1 ล้านจบ” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา 

ส่วนภูมิภาค กรมการศาสนาได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ขับเคลื่อนกิจกรรมในวัดสำคัญและศาสนสถานทั่วประเทศ โดยเฉพาะวัดใน 9 จังหวัดต้นแบบ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช แพร่ พะเยา เพชรบูรณ์ สกลนคร สงขลา สุโขทัย อุทัยธานี และอุตรดิตถ์ ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง เกิดเป็นปรากฏการณ์แห่งแสงประทีปและเสียงสวดมนต์ถวายพุทธบูชาให้เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมในมิติทางศาสนาแล้ว ยังส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยกิจกรรมภายในงานเปิดพื้นที่ให้ชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และเครือข่ายวัฒนธรรมได้นำผลิตภัณฑ์และอาหารพื้นถิ่นมาจำหน่าย สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่า เทศกาลวันวิสาขบูชา ปี 2569 จะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจประมาณ 4,000–4,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 5% เนื่องจากเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประกอบกับเป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่องที่ประชาชนนิยมเดินทางเข้าวัด ทำบุญ และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกับครอบครัว ตลอดจนมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” พร้อมทั้งภาครัฐเข้มงวดดูแลราคาสินค้าและชุดสังฆภัณฑ์ให้เป็นธรรมต่อประชาชน สะท้อนบทบาทของมิติทางศาสนาและวัฒนธรรมในการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนทั่วประเทศ


นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ และชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้นอย่างน่าชื่นชม แม้บางพื้นที่จะประสบปัญหาสภาพอากาศและข้อจำกัดด้านสถานที่รองรับประชาชนจำนวนมาก แต่ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันบริหารจัดการอย่างเต็มที่ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชนเป็นสำคัญ หลายพื้นที่ได้นำอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการจัดงานอย่างสร้างสรรค์ ควบคู่กับการรณรงค์ “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ส่งผลให้บรรยากาศภายในงานสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างโดดเด่นและร่วมสมัย

“วันวิสาขบูชา 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของการใช้มิติทางศาสนาและวัฒนธรรมในการสร้างคุณค่าทางสังคม ควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เกิดทั้งพลังศรัทธา พลังความดี และพลังความร่วมมือของคนไทยทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมจะต่อยอดกิจกรรมดังกล่าวให้เป็นกิจกรรมสำคัญระดับชาติที่ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างต่อเนื่องในทุกปี” 






รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับเครือข่ายพระพุทธศาสนาและภาคีทุกภาคส่วน พร้อมพัฒนารูปแบบกิจกรรมและการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมทางศาสนาได้มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งให้วันวิสาขบูชาเป็น “วันแห่งการสร้างความดี สร้างความสามัคคี และแบ่งปันความสุขสู่สังคมไทย” ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และสังคมไทยเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืนต่อไป ///

สำนักสงฆ์พุปะห์หัง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล เจริญจิตตภาวนา ขอขมากรรม และเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569 โดยมี พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เจ้าสำนักสงฆ์พุปะห์หัง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพุทธศาสนิกชนประกอ

 สำนักสงฆ์พุปะห์หัง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล เจริญจิตตภาวนา ขอขมากรรม และเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569 โดยมี พระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เจ้าสำนักสงฆ์พุปะห์หัง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพุทธศาสนิกชนประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาอย่างพร้อมเพรียง





ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสงบ อิ่มเอม และเปี่ยมด้วยแรงศรัทธา ท่ามกลางพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ และผู้มีจิตศรัทธานับพันคนจากหลายพื้นที่ ที่เดินทางมาร่วมสั่งสมบุญกุศลครั้งใหญ่ เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกถึงวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า



กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ การเจริญจิตตภาวนาเพื่อเสริมสร้างสติและความสงบภายในจิตใจ พิธีขอขมากรรมเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ตลอดจนพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถในช่วงค่ำ ท่ามกลางแสงเทียนอันสว่างไสว สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาและความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานอย่างเนืองแน่น

นอกจากนี้ ภายในสำนักสงฆ์พุปะห์หังยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมะที่มีความงดงาม โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ภูเขา และบรรยากาศอันเงียบสงบ โดยมีจุดสักการะสำคัญหลายแห่ง อาทิ พระธาตุเจดีย์ พระพุทธรูปปางเปิดโลก องค์พญานาค และถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต


อีกทั้งภายในพื้นที่ยังมีจุดมงคลตามความเชื่อให้ประชาชนได้ร่วมสักการะ ไม่ว่าจะเป็นการไหว้พระปางเปิดโลก ขอพรพญาวาสุกรี เปลี่ยนไข่สะเดาะเคราะห์ รวมถึงการฝากดวงต่อพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เดินทางมาปฏิบัติธรรมและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก


ผู้มีจิตศรัทธาที่สนใจร่วมทำบุญ สอบถามรายละเอียด หรือเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา สามารถติดต่อได้ที่ สำนักสงฆ์พุปะหังวงษ์ วนาราม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี


โทรศัพท์ : 061-897-9915

Facebook : สำนักสงฆ์พุปะหังวงษ์ วนาราม

การเดินทาง : ค้นหาเส้นทาง “สำนักสงฆ์พุปะหัง ปากท่อ ราชบุรี” ผ่านแอปพลิเคชันนำทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ทั้งนี้ สำนักสงฆ์พุปะหังวงษ์ วนาราม ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน และเปิดต้อนรับประชาชน นักท่องเที่ยวสายบุญ และผู้แสวงหาความสงบทางจิตใจ ให้เข้ามากราบไหว้ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปฏิบัติธรรม และสัมผัสบรรยากาศอันร่มรื่นงดงามท่ามกลางธรรมชาติของจังหวัดราชบุรีอย่างต่อเนื่อง

“1 มิถุนายน 2569 วันสถาปนาครบรอบ 4 ปี สคส. บังคับใช้กฎหมาย PDPA เต็มรูปแบบ” พร้อมเดินหน้ายกระดับ PDPA ไทย สู่สังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมั่นได้

  “1 มิถุนายน 2569 วันสถาปนาครบรอบ 4 ปี สคส. บังคับใช้กฎหมาย PDPA เต็มรูปแบบ” พร้อมเดินหน้ายกระดับ PDPA ไทย สู่สังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมั่นได้

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ครบรอบ 4 ปี การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA อย่างเป็นทางการ โดยวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของการขับเคลื่อนสิทธิด้านข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย ภายใต้บทบาทของ สคส. ในการกำกับดูแล ส่งเสริม และสร้างความตระหนักรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ


ย้อนกลับไปในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กฎหมาย PDPA เคยถูกเลื่อนการบังคับใช้ออกไปถึง 2 ครั้ง จากเดิมในปี 2563 มาเป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 และมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ มีเวลาเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์ของประเทศในขณะนั้น


อย่างไรก็ตาม โลกหลังโควิดกลับเป็นช่วงเวลาที่ “ข้อมูลส่วนบุคคล” กลายเป็นทรัพยากรสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ขณะที่ภัยคุกคามทางออนไลน์ การหลอกลวงผ่านเทคโนโลยี การซื้อขายข้อมูล การรั่วไหลของข้อมูล รวมถึงการใช้ AI และ Deepfake ได้กลายเป็นความท้าทายใหม่ที่ใกล้ตัวประชาชนมากขึ้น ส่งผลให้บทบาทของกฎหมาย PDPA และ สคส. มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยทางดิจิทัลของประเทศอย่างยิ่ง


พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา สคส. มุ่งยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผ่านการผลักดันนโยบาย การออกแนวปฏิบัติ การสร้างกลไกกำกับดูแล และการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้าน PDPA ให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน


PDPA ไม่ใช่เพียงกฎหมายสำหรับองค์กรหรือภาคธุรกิจเท่านั้น แต่คือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนในการควบคุมและปกป้องข้อมูลของตนเอง ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตดิจิทัล การสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญของทั้งประเทศ


ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สคส. ได้ดำเนินภารกิจทั้งด้านการส่งเสริมองค์ความรู้ การให้คำปรึกษา การกำกับดูแล และการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของประชาชนกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการใช้กฎหมายอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับบริบทเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


ในโอกาสครบรอบ 4 ปี สคส. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความยินดี พร้อมร่วมสะท้อนความคิดเห็นและมุมมองเกี่ยวกับ “สิทธิข้อมูลส่วนบุคคล” และอนาคตของ PDPA ไทย ผ่านช่องทาง เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ pdpc.or.th เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างปลอดภัย โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน


ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้กำหนดจัดงานครบรอบ 4 ปี สคส. ในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ชั้น 5 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารซี ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยภายในงานจะมีการแสดงนิทรรศการ “4 ปี ความก้าวหน้าและความสำเร็จในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” รวมถึงการเสวนาเกี่ยวกับทิศทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยในอนาคต

ยูริ บ้านแรมบ้า นักมวยไทยจากสาธารณรัฐเช็กฯ สับศอกสั้นน็อค ยอดดีเซล ลูกเจ้าแม่ไทรทอง ยกแรกในการชกเป็นคู่เอกรายการมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ , ผู้บริหารภาคธุรกิจ และแฟนมวย ที่เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ

       ยูริ บ้านแรมบ้า นักมวยไทยจากสาธารณรัฐเช็กฯ สับศอกสั้นน็อค ยอดดีเซล ลูกเจ้าแม่ไทรทอง ยกแรกในการชกเป็นคู่เอกรายการมวยไทย SUPER CHAMP  พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ , ผู้บริหารภาคธุรกิจ และแฟนมวย ที่เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ

     


วันที่ 30 พ.ค.69 ที่ เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ ในการแข่งขันมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ร่วมจัดโดย"เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน และ "เสี่ยอู๊ด" นายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหารวันก่อเกียรติและโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี วันนี้พักมวยรอบสากลที่ได้ยอดมวยรุ่น 115 ปอนด์ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย แต่ก็จัดโปรแกรมมวยสากลอุ่นเครื่องมุ่งสู่บัลลังก์โลกรุ่น 66 กก.ให้แฟนมวยได้ร่วมลุ้นกันสนุกกัน พร้อมมวยไทย 3 ยกสุดเดือดอีก 7 คู่ ซึ่งนัดนี้มอบหมายให้โปรโมเตอร์"แรมบ้า"สมเดช เอ็ม 16 จากชลบุรีรับหน้าที่ประกบคู่มวยที่ยังคงเน้นความดุเดือด ความสนุก ฃโดยได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติ , ผู้บริหารภาครัฐ , ผู้บริหารภาคเอกชน และแฟนมวยจากบางแสนไฟต์คลับนำโดย "บอสเบล" เข้าร่วมชมเป็นจำนวนมาก และเช่นเคยมีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศทุกวันเสาร์เวลา 17.30 น. - 20.00 น. ทางช่อง 8 กด 27 โดยการแข่งขันมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติสัปดาห์นี้มีผลการแข่งขันดังนี้



- คู่ที่ 1 มวยสากลมุ่งสู่บัลลังก์โลก พิกัด 66 ก.ก  ( 6 ยก ) ปูซาน ปราสาทหินพิมาย ก่อเกียรติยิม กำปั้นหนุ่มวัย 24 ปีลูกชายอดีตขุนพลกำปั้นทีมชาติไทย สุริยา ปราสาทหินพิมาย และหลาน"ยักษ์สุข"อดีตนักมวยไทยผู้เป็นตำนาน ดวลเดือดกับกำปั้นชาวอิหร่าน มอเซน ธันเดอร์มวยไทย ตลอด 6 ยกทั้ง ปูซาน และ มอเซน แลกกำปั้นกันสนุกโดยนักชกอิหร่านเป็นฝ่านเดินเข้าหาตลอดทำให้ครบ 6 ยกได้ความชัดเจนในการออกหมัดกรรมการชูมือให้ มอเซน นักชกอิหร่านชนะคะแนนแบบต้องมีนัดล้างตากันแน่นอน


- คู่ที่ 2 มวยไทย 3 ยกพิกัด 60 ก.ก. มหาโชค เสือหวลมวยไทย นักชกไทยจากชลบุรีเดินไล่ต่อยและสับศอกสั้นได้นับ 8 เสี่ยวเฮ บางแสนไฟต์คลับ นักมวยไทยชาวจีนในยกแรก แต่ยกสองเดินลุยเปิดหน้าเพลินถูกเข่าลอยของ เสี่ยวเฮ ลงไปนอนหมดสภาพ เสี่ยวเฮ บางแสนไฟต์คลับ ชนะน็อคไปในยกที่ 2


- คู่ที่ 3 มวยไทย 3 ยกพิกัด 57 ก.ก. มัจจุราช PGP BOXING GYM นักมวยไทยเจ้าถิ่นเดินไล่ต้อน ซาหม่า บางแสนไฟต์คลับ นักมวยจีนเพลินโดนศอกสั้นสวนจาก ซาหม่า ลงไปให้กรรมการนับ 10 ก่อนกรรมการชูมือให้ ซาหม่า บางแสนไฟต์คลับ ชนะน็อคไปในยกแรก


- คู่ที่ 4 มวยไทย 3 ยกพิกัด 88 ก.ก. พิมพ์อรัญเล็ก เอกกวีแกแล็คซี่บ็อกซิ่งยิม เดินแลกอาวุธมวยไทยกับ วินเซ้นต์ วิคโตร่า จากออสเตรเลียตลอด 3 ยกก่อนกรรมการชูมือให้ วินเซ้นต์ ที่ได้ลูกหนักหน่วงออกหมัดและเตะใส่ พิมพ์อรัญเล็ก จนออกอาการในยกที่ 2 ชนะคะแนนสนุก


- คู่ที่ 5 มวยไทย 3 ยกพิกัด 65 ก.ก. อีริค บ้านแรมบ้า จากสาธารณรัฐเช็ก มาในสไตล์ดุดันเหมือน "แรมบ้า" เดินสับศอกสั้นใส่ มหาเฮง เสือหวลมวยไทย หลับแค่ยก 1


- คู่ที่ 6 คู่เอกมวยไทย 3 ยกพิกัด 85 ก.ก. ยอดดีเซล ลูกเจ้าแม่ไทรทอง กำปั้นไทย ปะทะ ยูริ บ้านแรมบ้า น้องชาย อีริค ที่ชนะไปก่อนเดินลุยใส่ ยอดดีเซล และสับศอกสั้นใส่นักมวยไทยหลับสนิทแค่ยกแรก ยูริ บ้านแรมบ้า ควงคู่พี่ชาย อีริค ชนะน็อคนักมวยไทยด้วยศอกสั้นในยกแรกทั้งคู่


- คู่ที่ 7 มวยไทย 3 ยกพิกัด 95 ก.ก.

ประกายเพชร ประกายเพชรมวยไทย นักมวยไทยร่างยักษ์วัย 19 ปีดวลกับ ไมเคิล วิคโตร่า ยักษ์ใหญ่จากออสซี่เจ้าของส่วนสูง 190 ซ.ม.คู่นี้ ไมเคิล ใช้ความได้เปรียบช่วงชกและส่วนสูงสาดแข้งและออกหมัดเข้าใส่ ประกายเพชร ได้ชัดเจนเป็นฝ่ายชนะคะแนน


- คู่ที่ 8 มวยไทย 3 ยกพิกัด 43 ก.ก.

ฟินิกซ์ บางแสนไฟต์คลับ เจ้าหนูวัย 15 ปี ปะทะ เทพนิมิตรน้อย ศิษย์เทพนิมิตร วัย 15 ปีเช่นกันคู่นี้เดินแลกหมัดเท้าเข่าศอกกันสนุกตลอด 3 ยก แต่ในยกที่ 2 ฟินิกซ์ ได้ลูกหนักหน่วงเข้าใส่จน เทพนิมิตรน้อย ออกอาการครบ 3 ยก ฟินิกซ์ เป็นนักมวยจาก"บางแสนไฟต์คลับ" ที่ชนะในรายการนี้



     "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันและนายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหารวันก่อเกียรติ และโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี กล่าวถึงมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติในวันเสาร์ที่ 23 พ.ค.69 ว่า "การจัดมวยสากลอุ่นเครื่องมุ่งบัลลังก์โลก และมวยไทย 3 ยกในวันนี้คงสร้างความสุข , ความตื่นเต้น , เร้าใจ ให้กับแฟนมวยทั้งในสนามและที่ชมการถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง 8 กด 27 ได้เป็นอย่างดี และเราจะรักษามาตราฐานการจัดการแข่งขันแบบนี้ต่อไป เพื่อความสุขของแฟนมวยทุกท่าน และพบกับมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติที่ เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ นัดต่อไปวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย 69 เวลา 17.30 น. - 20.00 น. ทางช่อง 8 กด 27 แฟนมวยสายเดือดต้องไม่พลาด


สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เชิญร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” ยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก

  สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เชิญร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนคุณภาพพรีเมียมเพื่อการส่งออก” ยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก      ก...