วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

พาณิชย์ยืนยัน “หมู ไก่ ไข่ไก่” ไม่ขาดตลาดแน่นอน แม้อากาศร้อนทำของน้อยลง แต่ราคาเริ่มนิ่งแล้ว

 พาณิชย์ยืนยัน “หมู ไก่ ไข่ไก่” ไม่ขาดตลาดแน่นอน แม้อากาศร้อนทำของน้อยลง แต่ราคาเริ่มนิ่งแล้ว


นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือร่วมกับองค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ไก่เนื้อ ไก่ไข่ ได้แก่ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ สมาคมผู้ผลิตไก่เนื้อเพื่อการส่งออก สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ และเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว ชลบุรี ลุ่มแม่น้ำน้อย และเชียงใหม่ – ลำพูน รวมทั้ง ผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ซีพีเอฟ เบทาโกร ไทยฟู้ดส์ สหฟาร์ม คาร์กิลล์มีทส์ อัครากรุ๊ป วี.ซี.เอฟ.กรุ๊ป และเอส พี เอ็ม เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการค้าสินค้าเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ และหาแนวทางในการบริหารจัดการด้านราคาให้สอดคล้องกันไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ผลิตและไม่กระทบต่อผู้บริโภคมากนัก



พบว่า การปรับราคาขึ้นในปัจจุบันมีสาเหตุหลักเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโตของสัตว์ เนื่องจากสัตว์กินอาหารได้น้อยลง ทำให้หมูและไก่โตช้า ส่วนไก่ไข่ออกไข่ได้ลดลง และไข่ไก่มีขนาดเล็กลงเช่นกัน ส่งผลให้ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดลดลง นอกจากนี้ เกษตรกรยังต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตด้านการใช้น้ำ - ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากการใช้อุปกรณ์ระบายความร้อนภายในฟาร์มเพื่อลดผลกระทบจากอุณหภูมิสูง 

ซึ่งนายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ยังได้กล่าวว่า ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มที่ปรับเพิ่มขึ้น เป็นราคาที่เพิ่งฟื้นตัวหลังจากขาดทุนสะสมเป็นระยะเวลานานต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว จากการขยายการเลี้ยงที่ทำให้มีผลผลิตส่วนเกินสะสมอยู่ในระบบจำนวนมาก ทำให้ราคาหมูมีชีวิตและเนื้อหมูปรับตัวลดลงตามกลไกลตลาด ทั้งนี้ ราคาปัจจุบันยังถือว่าใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิต แม้จะมีการประกาศราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 72 บาท/กก. แต่การซื้อขายจริงยังไม่เกิน 68 บาท/กก. เท่านั้น ส่วนราคาขายปลีกเนื้อหมูที่มีการปรับขึ้นมาในช่วงก่อนหน้านั้น ปัจจุบันราคามีแนวโน้มที่จะทรงตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ทำให้ภาวะการค้าและการบริโภคชะลอตัว เช่นเดียวกับในส่วนของไก่ ซึ่งนายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อได้กล่าวในที่ประชุมหารือว่า จากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ภาวะการค้าและการบริโภคชะลอตัวในปัจจุบัน ประกอบกับยอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลง ทำให้ราคาไก่มีแนวโน้มที่จะปรับราคาลดลง ภายหลังจากช่วงก่อนหน้าที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ไก่อ่อนแอและเกิดความสูญเสียมากกว่าในช่วงปกติ เกษตรกรจึงเร่งเพิ่มผลผลิตเพื่อป้อนตลาด ซึ่งปัจจุบันปริมาณผลผลิตเริ่มเพิ่มขึ้นและคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้ 

ในขณะที่ นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ได้กล่าวเสริมว่า แม้ราคาต้นทุนจะเป็นตัวกำหนดราคาจำหน่ายสินค้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับภาวะการค้าและปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดด้วย โดยปกติพอหน้าร้อนปริมาณผลผลิตจะปรับลดลงพอเริ่มเข้าสู่หน้าฝนผลผลิตก็จะเริ่มปรับเพิ่มขึ้นตามลำดับ 

อย่างไรก็ตาม จากภาวะปัจจุบันที่ทุกคนถูกบีบรัดจากค่าน้ำมันที่สูงขึ้น พวกเราเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ผู้เลี้ยงสุกร และผู้เลี้ยงไก่เนื้อ จะพยายามตรึงราคาสินค้าให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม เพื่อช่วยแบ่งเบาและลดภาระให้แก่ผู้บริโภคในปัจจุบัน ทั้งนี้ แม้ต้นทุนด้านพลังงานอาจจะไม่ได้เป็นต้นทุนหลักของสินค้าในหมวดปศุสัตว์ แต่ยังส่งผลกระทบทางอ้อมอย่างมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตสุกร ไก่เนื้อ ไข่ไก่ ของไทย โดยเฉพาะความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง และต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สำคัญได้ในช่วงถัดไป

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายใน ได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค โดยกรมฯ ได้มีการจำหน่ายปศุสัตว์และสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัดผ่านงานธงฟ้าราคาประหยัด ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภูมิภาค เพื่อเป็นช่องทางในการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคได้ และกรมฯ จะได้มีการติดตามสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยจะมีการหารือองค์กรเกษตรกร และผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินแนวทางในการบริหารจัดการด้านราคาให้เกิดความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่เกษตรกรและกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคมากนัก 

ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ได้มีการกำกับดูแลและติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เพื่อไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค หากพบผู้ค้ารายใดมีพฤติกรรมจำหน่ายไข่ไก่และเนื้อหมูในราคาสูงเกินสมควร สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หากพบการกระทำผิด จะมีความผิดตามมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! “เทศกาลอาหารชะอำ–เพชรบุรี ครั้งที่ 4” ชู Soft Power อัตลักษณ์เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร UNESCO มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและกระตุ้นการท่องเที่ยว

 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! “เทศกาลอาหารชะอำ–เพชรบุรี ครั้งที่ 4” ชู Soft Power อัตลักษณ์เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร UNESCO มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและกระตุ้นการท่องเที่ยว



จังหวัดเพชรบุรีเปิดงาน “เทศกาลอาหารชะอำ – เพชรบุรี Soft Power and Food Festival ครั้งที่ 4” อย่างเป็นทางการในวันนี้ (2 เมษายน 2569) ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านอัตลักษณ์อาหาร ศิลปะ และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยคาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าสู่พื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรีได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดแถลงข่าวเตรียมความพร้อม ณ โรงแรมลองบีช ชะอำ โดยมีนางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธี


นางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดเพชรบุรีมีศักยภาพโดดเด่นและได้รับการยอมรับให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO หรือ “

” จากวัตถุดิบคุณภาพ ทั้งรสเปรี้ยวจากมะนาวแป้น รสหวานจากน้ำตาลโตนด และรสเค็มจากเกลือทะเลบ้านแหลม นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อาทิ ชมพู่เพชรสายรุ้ง ขนมหม้อแกง และกล้วยหอมทอง ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ทั้งงานช่างสิบหมู่ ละครชาตรี และการเชิดหนังใหญ่ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน






นอกจากด้านอาหารและศิลปะแล้ว จังหวัดเพชรบุรียังมีความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวที่รวบรวมเอกลักษณ์ของ “เมือง 3 ทะเล” ตั้งแต่ทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งไปจนถึงชายหาดชะอำ รวมถึง “เมือง 3 วัง” อันเป็นโบราณสถานสำคัญ และผืนป่าแก่งกระจานมรดกโลก โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รวบรวมร้านอาหารชื่อดังและสินค้าอัตลักษณ์มาจัดแสดงกว่า 60 บูธ พร้อมกิจกรรมสาธิตการทำอาหารและงานศิลปะเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีระบุว่า งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และสร้างการรับรู้สินค้า Soft Power ของเพชรบุรีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในระดับสากล



จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีเพชรบุรีในงาน “เทศกาลอาหารชะอำ – เพชรบุรี Soft Power and Food Festival ครั้งที่ 4” ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยคาดว่าการจัดงานตลอดทั้ง 4 วันจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้อย่างมหาศาล


#เทศกาลอาหารชะอำเพชรบุรี #เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร #UNESCO #SoftPower #เที่ยวเพชรบุรี #PhetchaburiFoodFestival2026 #เมือง3รส #AmazingThailand

สำนักงานสถิติแห่งชาติ​ จัดงานพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือและพิธีเปิดโครงการจัดทำฐานข้อมูลการเกษตรบูรณาการและสถิติการเกษตรของประเทศ ( One Data)"

 สำนักงานสถิติแห่งชาติ​ จัดงานพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือและพิธีเปิดโครงการจัดทำฐานข้อมูลการเกษตรบูรณาการและสถิติการเกษตรของประเทศ ( One Data)"

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือและพิธีเปิดโครงการจัดทำฐานข้อมูลการเกษตรบูรณาการและสถิติการเกษตรของประเทศ หรือ โครงการ One Data ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ 





โครงการ One Data มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการพัฒนาข้อมูลการเกษตรของประเทศ   ให้เป็นข้อมูลเอกภาพที่มีมาตรฐานและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ด้วยเครื่องมือทางสถิติและเทคโนโลยีดิจิทัลในการบูรณาการข้อมูลภาคการเกษตรเข้าสู่ระบบสถิติ โดยมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการ เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และสารสนเทศ ที่เริ่มต้นจาก12 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมชลประทาน กรมส่งเสริมสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทย และสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงาน ทั้งในระดับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และระดับพื้นที่ย่อยในทุกมิติ เพื่อให้ One Data เป็นแหล่งข้อมูลหลักในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแหล่งข้อมูลสำหรับใช้ประโยชน์ในทางสถิติเท่านั้นโดยแผนการดำเนินงานในระยะแรกระหว่างปี 2569 - 2571 จะจัดทำชุดข้อมูลเอกภาพที่มีมาตรฐานของผู้ผลิตภาคการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยในมิติทางเศรษฐกิจและสังคม ที่สามารถระบุกลุ่มเกษตรกรเพื่อกำหนดเป้าหมายของการพัฒนา และแก้ไขปัญหาเร่งด่วนได้และตรงจุด ปี 2570 จะเชื่อมโยงข้อมูลผู้ผลิตภาคการเกษตรกับมิติทางสังคมอื่น ๆ และปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวกับมิติทางสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรด้วย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.สมุทรสาคร และ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง วัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิฯ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.สมุทรสาคร และ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง วัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิฯ) เขตสาทร กรุงเทพฯ


วันนี้ (วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569) และเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก  นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม และนางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ นำทีมเจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงาน เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2569 โดยเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เครื่องคาวหวาน กระดาษเงิน-กระดาษทอง และดอกไม้หอม ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง วัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ




เทศกาลเช็งเม้ง กำหนดจัดขึ้นในระหว่างเดือน 2-3 ของจีน ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณต้นเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลที่แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่สืบทอดมายาวนานกว่าพันปี ก่อนวันพิธี จะมีการทำความสะอาดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ หลังจากนั้นในวันพิธีจะมีการเซ่นไหว้อาหารคาวหวาน เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษ เมื่อไปอยู่อีกภพหนึ่ง




ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

กรมพัฒน์ เปิดอบรม Vibe Coding Master ปั้นนักสร้างนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งหวังขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI อย่างแท้จริง

 กรมพัฒน์ เปิดอบรม Vibe Coding Master ปั้นนักสร้างนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งหวังขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI อย่างแท้จริง

3 เมษายน 2569 นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการพัฒนาฝีมือแรงงาน หลักสูตร Vibe Coding Master สร้างนวัตกรรมองค์กรด้วยพลัง AI และ AWS Kiro เดินหน้ายกระดับศักยภาพบุคลากรภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล มีผู้แทนจากบริษัท อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ผู้แทนจากบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)  ผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมงาน ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารสูง 6 ชั้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

นายสมชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของทุกภาคส่วน การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับบุคลากรภาครัฐ เพื่อให้สามารถปรับตัวและยกระดับการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับโครงการดังกล่าว มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้าน AI และการสร้างนวัตกรรมดิจิทัลผ่านแนวคิด AI-First ควบคู่กับการเรียนรู้ Vibe Coding และการใช้งานเครื่องมือ AWS Kiro ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบและพัฒนาระบบงาน โดยมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในรูปแบบ Workshop การฝึกอบรมมีทั้งในรูปแบบ On-site และ Online มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นบุคลากรของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 56 คน โดยบุคลากรเหล่านี้จะพัฒนาเป็นวิทยากรต้นแบบในด้าน AI และส่งต่อความรู้ไปสู่ประชาชนต่อไป ทั้งนี้ โครงการได้รับการสนับสนุนจากบริษัท อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) และ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ในด้านวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมมอบสิทธิ์การใช้งาน AWS Kiro ให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรมเป็นระยะเวลา 2 เดือน เพื่อให้สามารถนำไปทดลอง และต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมได้จริง

นายสมชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม จะได้รับประโยชน์อย่างรอบด้าน ทั้งในด้านการยกระดับทักษะดิจิทัล การเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในการทำงานจริง ตลอดจนสามารถพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังสามารถนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดและขยายผลสู่เพื่อนร่วมงานและหน่วยงานในสังกัด อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายนวัตกรรมภายในองค์กร และเสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบดิจิทัลอย่างยั่งยืน







กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเชื่อมั่นว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐให้มีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็นหน่วยงานดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายสมชาติ กล่าวทิ้งท้าย

วศ.อว. เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากร จัดอบรมมาตรฐาน ISO 13528:2022 เสริมความเชื่อมั่นงานทดสอบห้องปฏิบัติการ

 วศ.อว. เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากร จัดอบรมมาตรฐาน ISO 13528:2022 เสริมความเชื่อมั่นงานทดสอบห้องปฏิบัติการ

      วันที่ 2-3 มีนาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดยสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ (สบร.) เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ISO 13528:2022” เพื่อยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านสถิติสำหรับการทดสอบความชำนาญ (Proficiency Testing: PT) ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ในการนี้ นางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ เป็นประธานเปิดงานฯ โดยมี นางสาวทิพวรรณ นิ่งน้อย ข้าราชการบำนาญ มาเป็นวิทยากร การอบรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากกว่า 800 คน ทั้งในรูปแบบ On-site ณ ห้องประชุม 519 ชั้น 5 อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ และผ่านระบบออนไลน์ Zoom สะท้อนถึงความสนใจและความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการในระดับประเทศ

      นางจันทรัตน์ฯ กล่าวว่า สำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 17011:2017 ในฐานะหน่วยงานรับรองระบบงาน ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสามารถของผู้จัดโปรแกรมทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17043 โดยมุ่งเน้นให้กระบวนการทดสอบและสอบเทียบมีความถูกต้อง เหมาะสม และเชื่อถือได้

        การทดสอบความชำนาญถือเป็นกลไกสำคัญในการประกันคุณภาพของห้องปฏิบัติการ เนื่องจากช่วยตรวจสอบความถูกต้องของเทคนิคการทดสอบและสอบเทียบที่ดำเนินการอยู่ ทั้งยังเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นในผลการทดสอบในระดับสากล ดังนั้น กระบวนการประมวลผลข้อมูลจำเป็นต้องอาศัยหลักสถิติที่ถูกต้องและเหมาะสม

      ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์บริการมุ่งหวังว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับคุณภาพระบบงานห้องปฏิบัติการของประเทศ เสริมสร้างความน่าเชื่อถือในผลการทดสอบ และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศในระยะยาว

#กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา #ทดสอบห้องปฏิบัติการ

พาณิชย์ยืนยัน “หมู ไก่ ไข่ไก่” ไม่ขาดตลาดแน่นอน แม้อากาศร้อนทำของน้อยลง แต่ราคาเริ่มนิ่งแล้ว

  พาณิชย์ยืนยัน “หมู ไก่ ไข่ไก่” ไม่ขาดตลาดแน่นอน แม้อากาศร้อนทำของน้อยลง แต่ราคาเริ่มนิ่งแล้ว นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ...