วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ พุทธสถานประวัติศาสตร์ มรดกแห่งเมตตาธรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า ศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ พุทธสถานประวัติศาสตร์ มรดกแห่งเมตตาธรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า ศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี




วานนี้ (วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร พุทธสถานประวัติศาสตร์แห่งการรวมพลังศรัทธาของหลวงปู่ไต้ฮง มรดกแห่งเมตตาธรรมและแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี ใจกลางสาทร อันเป็นที่ประดิษฐาน องค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) แกะสลักจากหินหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (กวนซีอิมผ่อสัก) และ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก) องค์เทพสำคัญตามคติความเชื่อจีน และเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านสถาปัตยกรรมแต้จิ๋วโบราณ เป็นแหล่งรวบรวมงานศิลป์ งานไม้แกะสลัก และงานจิตรกรรมหินหยกขาวแกะสลักตกแต่งตามแนวศิลปกรรมจีนแบบราชสำนักที่ถูกต้องตามขนบธรรมเนียม โดยมี นายอรรถนิติ ดิษฐอํานาจ องคมนตรี นายอําพน กิตติอําพน องคมนตรี นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ








เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย เสด็จประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จากนั้น นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินงานจัดสร้างอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายชื่ออาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ เมื่อเสด็จเข้าอาคารศาลเจ้าฯ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก จากนั้น นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณและผู้บริจาคเงินสมทบทุนการก่อสร้าง



อาคารศาลเจ้าฯ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก นายบวรสินธุ์ ตันธุวนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นศิลาเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมวชิราจารย์ (เจ้าคุณเย็นอี่) เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น ถวายเทพซิ่ว (เทพอายุวัฒนะ) เนื้อไม้กฤษณาแกะสลัก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระคณาจารย์จีนธรรมวชิรานุวัตร (เจ้าคุณเย็นงี้) รองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ถวายพระกวนอิมโพธิสัตว์ เนื้อไม้กฤษณาแก่สลัก แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี



จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ร่วมกับ คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารฯ หน้าองค์ไต้ฮงกงหยกขาว ก่อนเสด็จไปยังบริเวณที่ปลูกต้นไม้ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกต้นสนฉัตร จำนวน 1 ต้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปลูกต้นสนฉัตร 1 ต้น จากนั้น นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง น้อมเกล้าฯ ถวายองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) หินหยกขาวแกะสลัก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง น้อมเกล้าฯ ถวายพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์กวนอิม) หินหยกขาวแกะสลัก แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา แห่งนี้ ยึดรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ตามสกุลช่างแต้จิ๋ว บนเนื้อที่ 4 ไร่ 17 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อันเป็นผืนแผ่นดินประวัติศาสตร์แห่งศรัทธาและการตอบแทนคุณแผ่นดินไทยในนาม “สุสานวัดดอน” ที่ชาวจีน 710 ท่าน ได้รวบรวมเงินจัดซื้อที่ดินในปี พ.ศ. 2442 สร้างสุสานสาธารณะเพื่อผู้วายชนม์โดยไม่แบ่งชนชั้น วรรณะ เชื้อชาติ และศาสนา และเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกงพร้อมศาลเจ้าไต้ฮงกงพลับพลาไชย ในปี พ.ศ. 2452-2453 ก่อนจะจดทะเบียนเป็นมูลนิธิฯ ในนาม มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง (มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง) หมายถึง “มูลนิธิฯ แห่งการตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยการทำคุณงามความดี ด้วยการ ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”


ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา แบ่งพื้นที่ออกเป็นตัวอาคารศาลเจ้าและอาคารอเนกประสงค์ จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และฉลองในโอกาสที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก่อตั้งครบ 110 ปี

.

อาคารแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” เพื่อยกย่องเทิดทูนเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา พร้อมได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ มาประดิษฐานบนอาคาร นับเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่มูลนิธิฯ และพสกนิกรผู้มีจิตศรัทธาทุกหมู่เหล่า

ศาลเจ้าแห่งนี้คือภูมิสัญลักษณ์แห่งใหม่ด้านศาสนาและกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่แห่งเมตตาธรรมของหลวงปู่ไต้ฮง และเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมสถาปัตยกรรมแต้จิ๋วโบราณ บนผืนดินศักดิ์สิทธิ์ใจกลางสาทรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 120 ปี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตกุศล ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจารึกประวัติศาสตร์ ในการสร้างพุทธสถาน สืบสานพลังศรัทธา ร่วมทำความดี เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

.

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา กำหนดเปิดให้ประชาชนผู้มีศรัทธาเข้าเยี่ยมชม และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ www.facebook.com/TaiHongGongShrine หรือติดตามข่าวสารตามช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH

อนุกมธ.กีฬา สว. ชี้สเปกผู้ว่ากกท.คนใหม่ บริการเก่ง-โปร่งใส ไร้การเมืองแทรกแซง ด้าน "สว.จำลอง" เปรียบกกท.เป็นคนป่วยหนัก ต้องการหมอผ่าตัดใหญ่-แนะกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครอย่างเข้มข้นและเป็นสากล

 อนุกมธ.กีฬา สว. ชี้สเปกผู้ว่ากกท.คนใหม่ บริการเก่ง-โปร่งใส ไร้การเมืองแทรกแซง  ด้าน "สว.จำลอง" เปรียบกกท.เป็นคนป่วยหนัก ต้องการหมอผ่าตัดใหญ่-แนะกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครอย่างเข้มข้นและเป็นสากล

วันที่ 20 พฤษภาคม 69 นายชัยธัช เพราะสุนทร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาความคืบหน้าการสรรหาผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ( กกท. )  โดยมีนายมีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยฝ่ายบริหาร นายยุธยา จีนหีต ผอ.ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ น.ส.ดารินทร์ วิกรานตโนรส ผอ.กองบริหารทรัพยากรบุคคล นายประวิทย์ เมตตา ผอ.ฝ่ายการคลังกองทุน นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่การกีฬาแห่งประเทศไทยเข้าชี้แจง

นายชัยธัช กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเพื่อให้บอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทยพิจารณาเห็นชอบสรรหาผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย แม้กระบวนการล่าช้ากว่าแผนประมาณ 2 เดือนจากสถานการณ์ทางการเมือง แต่ทางอนุกมธ.กีฬาก็อยากให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 หากไม่สามารถแต่งตั้งได้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามกระบวนการก็จะมีการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเพื่อให้การบริหารงานดำเนินต่อเนื่อง


นายจำลอง อนันตสุข รองประธานอนุกรรมาธิการกีฬา วุฒิสภา กล่าวว่า ปัจจุบันการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรที่ตกอยู่ในภาวะคล้ายคนป่วยหนัก ต้องการหมอมาผ่าตัดใหญ่ ดังนั้นกกท.จะต้องเร่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาซึ่งต้องกำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจนและต้องมีความเชี่ยวชาญแต่ละด้านมาเป็นกรรมการสรรหาผู้ว่ากกท.คนใหม่ ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติเป็นเลิศในการบริหารงานกีฬา 


“อาการป่วยแรกคือ เส้นเลือดอุดตัน งบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติที่เปรียบเสมือนเลือดที่ต้องถูกส่งไปหล่อเลี้ยงร่างกาย แต่กลับเกิดอาการอุดตัน ด้วยเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่ซับซ้อนเกินจำเป็น ทำให้น้ำเลี้ยงไม่ไหลไปสู่ตัวนักกีฬาและบุคลากรทางตรง เราจึงมักได้ยินข่าวสมาคมกีฬาหรือนักกีฬาต้อง สำรองเงินจ่ายไปก่อน หรือ งบตกค้าง นานนับปี ปัญหานี้สร้างความอ่อนแอให้ระบบกล้ามเนื้อ ซึ่งก็คือความพร้อมของนักกีฬา จนบางครั้งกล้ามเนื้อลีบแบนเพราะขาดสารอาหารต่อเนื่อง อีกโรคที่พบคืออาการสายตาสั้นและโฟกัสผิดจุดมองภาพระยะไกลไม่ชัด เช่นการขยายฐานกีฬาเพื่อมวลชนและการสร้างสวัสดิการระยะยาว แต่กลับไปโฟกัสหนักกับกิจกรรมระยะสั้นหรืองานอีเวนต์บางประเภทที่สร้างความกระปรี้กระเปร่าชั่วคราว การพัฒนาเยาวชนและระบบการคัดกรองสร้างฐานนักกีฬาหน้าใหม่ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานผู้ตัดสินและผู้ฝึกสอนให้เป็นสากล ยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร ทำให้ไทยเริ่มขาดช่วงสายเลือดใหม่ในหลายสมาคมกีฬา โรคต่อมาคือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ถูกการแทรกแซงจนขาดเอกภาพ ไม่มีเกราะป้องกันจากขั้วอำนาจทางการเมืองหรือการแทรกแซงในสมาคมกีฬาต่าง ๆ การบริหารงานหลายครั้งไม่ได้ยึดโยงกับระบบ ฃคุณธรรมและความสามารถ แต่ขึ้นอยู่กับสายสัมพันธ์และขั้วอำนาจในขณะนั้นนโยบายก็เปลี่ยนตามความต้องการผู้บริหารใหม่ ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการรักษาตัวระยะยาว ยาที่จ่ายให้คนไข้จึงเปลี่ยนสูตรไปเรื่อย ๆ ตามใจหมอคนใหม่“ สว.จำลองกล่าวในตอนท้าย


ทั้งนี้ ที่ประชุมอนุกรรมาธิการด้านการกีฬา เสนอให้กำหนดคุณสมบัติผู้สมัครอย่างเข้มข้นโปร่งใสและเป็นสากลเพื่อลดการแทรกแซงทางการเมือง พร้อมเน้นย้ำว่าผู้นำองค์กรควรมีวิสัยทัศน์และความสามารถด้านบริหารจัดการองค์กรและงบประมาณควบคู่กับความรู้ด้านกีฬา.


วธ. ผนึกพลัง 5 ศาสนา จัดพิธีถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

 วธ. ผนึกพลัง 5 ศาสนา จัดพิธีถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน นับเป็นโอกาสอันเป็นมงคลที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี และบำเพ็ญคุณงามความดีถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ผู้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยพระวิริยะอุตสาหะ และทรงมีพระราชศรัทธาในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ ความเมตตา และการทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรเครือข่ายทางศาสนา และประชาชน จัดกิจกรรมถวายพระราชกุศลและแสดงออกถึงความจงรักภักดี โดยในส่วนกลาง กรมการศาสนาร่วมกับวัดหงส์รัตนาราม จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีมอบถุงยังชีพแก่ชุมชน ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 ณ อาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรมพระปิ่นเกล้า วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เพื่อถวายพระราชกุศลและช่วยเหลือประชาชนผู้เปราะบางในพื้นที่


นอกจากนี้ ยังจัดพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา  ในวันพฤหัสบดีที่ 4มิถุนายน 2569 ณ โรงละครแห่งชาติ เพื่อรวมพลังศรัทธาของประชาชนทุกศาสนาในการถวายพระพรชัยมงคล พร้อมจัดกิจกรรมวิปัสสนาเพื่อคนทั้งมวล ณ วัดธรรมมงคลเถาบุญนนท์วิหาร และพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชน

สำหรับกิจกรรมขององค์การทางศาสนาทั้ง 5 ศาสนา ได้ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติทั่วประเทศ อาทิ ศาสนาพุทธจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และกิจกรรมบำเพ็ญกุศล ศาสนาคริสต์ จัดพิธีมิสซาถวายพระพรและพิธีอธิษฐานภาวนา ศาสนาอิสลาม จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและขอพรเพื่อความสันติสุขของประเทศ ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู จัดพิธีสวดมนต์ถวายพระพร ณ เทวสถานสำหรับพระนคร และศาสนาซิกข์จัดพิธีสวดกีรตัน อัรดาสถวายพระพรเเละเเจกสิ่งของเคริ่องอุปโภคเเละบริโภค ให้กับประชาชนทั่วไป จำนวน 300 ชุด เพื่อถวายพระราชกุศล รวมถึงเปิดโรงครัวพระศาสดาในวัดเพื่ออุทิศตนรับใช้สังคมตามหลักศาสนา



สำหรับส่วนภูมิภาค กรมการศาสนาร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติถวายพระราชกุศลตามบริบทของแต่ละพื้นที่ อาทิ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การจัดกิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ในมิติทางศาสนา เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมนำหลักธรรมทางศาสนามาใช้ในการดำเนินชีวิต อันจะนำไปสู่สังคมที่สงบร่มเย็น มีคุณธรรม และเข้มแข็งอย่างยั่งยืนสืบไป


"รมช.ปิยะรัฐชย์ สั่งเชือดล้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใบอนุญาต"อายัดทุเรียน 3 ตู้คอนเทนเนอร์ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท จังหวัดจันทบุรี

 "รมช.ปิยะรัฐชย์ สั่งเชือดล้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใบอนุญาต"อายัดทุเรียน 3 ตู้คอนเทนเนอร์ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท จังหวัดจันทบุรี 

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับล้งทุเรียนที่ยังลักลอบผลิตและส่งออกทุเรียนระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 พร้อมอายัดทุเรียนสด 3 ตู้คอนเทนเนอร์ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่ ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังตรวจพบว่ามีการใช้สถานที่ผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตามที่ มกอช. ได้รับแจ้งว่ามีล้งทุเรียน ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี มีการลักลอบผลิตโดยที่ไม่มีใบอนุญาต ผู้อำนวยการกองควบคุมมาตรฐาน และพนักงานเจ้าหน้าที่กองควบคุมมาตรฐาน จึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าล้งทุเรียนรายใหญ่แห่งหนึ่งใน ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งถูกคำสั่งให้พักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกทุเรียน ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา ยังคงมีการดำเนินกิจกรรมการผลิตภายในพื้นที่ โดยพบกล่องเปล่าบรรจุภัณฑ์กว่า 35,000 ชิ้น และทุเรียนบรรจุกล่องแล้วประมาณ 50,000 กิโลกรัม ซึ่งพนักงานบริษัทอ้างว่า เป็นสินค้าของบริษัทรายอื่นที่เข้ามาใช้พื้นที่ผลิตร่วมกัน แต่จากการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่ดังกล่าวในการผลิตทุเรียนตามกฎหมายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงสั่งอายัดพื้นที่ผลิตของล้งทุเรียนรายดังกล่าว และบริษัทที่เข้ามาใช้สถานที่ผลิตด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้สถานที่ดังกล่าวผลิตทุเรียนอีก รวมทั้งอายัดทุเรียนสดที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 3 ตู้ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับทั้งบริษัทเจ้าของพื้นที่และบริษัทที่เข้ามาใช้สถานที่ผลิต




ด้านเลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า การผลิตสินค้าเกษตรในระหว่างที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 เข้าข่ายการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ซึ่งมีโทษทั้งปรับ, พักใช้, เพิกถอนใบอนุญาต นอกจากนี้ การคัดบรรจุทุเรียนสดตามมาตรฐานบังคับ มกษ.9070-2566 นอกพื้นที่ที่ระบุในใบอนุญาตหรือใบรับรองมาตรฐานจะถูกพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตและการรับรองมาตรฐานดังกล่าวด้วย



ขณะที่นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เน้นย้ำว่า ขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรฐานในการผลิตทุเรียนสดตาม มกษ.9070 อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และตรงไปตรงมา โดยไม่มีการผ่อนปรน และจะไม่ยอมให้มีการวิ่งเต้นหรือแทรกแซงทุกรูปแบบ เพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐานคุ้มครองผู้บริโภค และรักษาความเชื่อมั่นต่อคุณภาพสินค้าเกษตรไทยทั้งในประเทศและตลาดโลก

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“ศ.ดร.ยศชนัน” เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมดัน FoodTech กำกับรับรองมาตรฐานความปลอดภัย โดยปรมาณูเพื่อสันติ หนุนใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ตลาดโลก

 “ศ.ดร.ยศชนัน”  เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมดัน FoodTech กำกับรับรองมาตรฐานความปลอดภัย โดยปรมาณูเพื่อสันติ หนุนใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ตลาดโลก 



วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ รก.เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เข้าร่วม “โครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการอาหารฉายรังสีเชิงลึกเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ประจำปี 2569” ซึ่งจัดโดย สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับสถาบันอาหาร เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอาหารฉายรังสีรุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ระดับโลก ณ ห้องแถลงข่าว อาคารพระจอมเกล้า ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวง อว. โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ปั้น FoodTech ไทย กินได้จริง ขายได้ระดับโลก” โดยเน้นย้ำว่าการพัฒนา FoodTech ไทยต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ควบคู่กับการรักษาคุณภาพ มาตรฐาน และอัตลักษณ์อาหารไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า “เทคโนโลยีการฉายรังสีอาหารถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยช่วยลดข้อจำกัดด้านอายุสินค้าและการปนเปื้อน เพิ่มความปลอดภัย และสร้างโอกาสทางการค้าในตลาดสากล ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศในอนาคต”



ด้านนายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวว่า “ปส. พร้อมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสีเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การกำกับมาตรฐานของ ปส. ในการดูแลด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยการพัฒนาเทคโนโลยีอาหารฉายรังสีจะช่วยเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและคู่ค้าต่างประเทศ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

สพพ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และกิจกรรมสาธารณกุศล ในวาระครบรอบ 21 ปี

 สพพ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และกิจกรรมสาธารณกุศล ในวาระครบรอบ 21 ปี


เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบปีที่ 21 ณ อาคารซันทาวเวอร์ส เอ ชั้น 14 โดยได้รับเกียรติจาก นายธีรัชย์ อัตนวานิช ประธานกรรมการในคณะกรรมการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (คพพ.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายปริญญา หอมเอนก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน คพพ. และนายจุลวัจน์ นรินทรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษา คพพ. อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งมีพันเอก ศรัณยู วิริยเวชกุล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สพพ. และ นายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการ ร่วมให้การต้อนรับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มาร่วมแสดงความยินดี






ในการนี้ คณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติได้เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งร่วมบริจาคเงินสมทบกองทุนสวัสดิการภายใน สพพ. เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์และการกุศล ตามเจตนารมณ์ขององค์กรที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน