วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569

รวบทันควัน! สาวเขมรโพสต์คลิปท้าทายอำนาจรัฐ ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ ชะล่าใจเดินเที่ยวห้างหรู โดนชุดสืบสวน ตม.ปทุมธานี แกะรอยรวบคาที่

 รวบทันควัน! สาวเขมรโพสต์คลิปท้าทายอำนาจรัฐ ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ ชะล่าใจเดินเที่ยวห้างหรู โดนชุดสืบสวน ตม.ปทุมธานี แกะรอยรวบคาที่

ตม.จว.ปทุมธานี, 18 มิถุนายน 2569 – ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ณัฐกิตติ์ มีสุข ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี, พ.ต.ท.พีรพัฒน์ คล้ายคลึง รอง ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี และ พ.ต.ต.หญิง สุภางค์กาญน์ มนตรีพิศาล สว.ตม.จว.ปทุมธานีและ พ.ต.ท.รวีศักดิ์ สุริยภักดิ์ สว.ฝ่ายบริการการศึกษา ศฝร.ตม. ช่วยราชการ ตม.จว.ปทุมธานี ได้สั่งการให้เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมนำโดย ร.ต.อ.สุวิทย์ สุทัศน์  ร.ต.อ.ชาติชนก สุวรรณทรรภ รอง สว.ตม.จว.ปทุมธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นางนากรี พล (MS.NAKRY PHON) อายุ 31 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหาขบวนการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย  

สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและเป็นการท้าทายอำนาจกฎหมายอย่างยิ่ง โดยมีหญิงต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาคนดังกล่าว ได้โพสต์คลิปวิดีโออวดการลักลอบหนีเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย แถมยังชะล่าใจเข้าไปเดินท่องเที่ยวในห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างสบายใจ พร้อมเช็กอินระบุพิกัดในโลกออนไลน์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ปทุมธานี ไม่นิ่งนอนใจ เร่งรัดติดตามข้อมูลเชิงลึกและลงพื้นที่แกะรอยตรวจสอบทันที จนกระทั่งสืบทราบพิกัดแน่ชัดก่อนเข้าทำการจับกุมตัวได้ที่บริเวณ ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี  

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าตนเองได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จริง และเมื่อตรวจสอบในระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (BIOMETRICS) ก็ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้าเมืองอย่างถูกต้องแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและเข้าสู่กระบวนการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป  


ทั้งนี้ ตม.จว.ปทุมธานี ขอเตือนไปยังแรงงานต่างด้าวและกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมือง รวมถึงผู้ที่คิดจะใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการกระทำผิดกฎหมายหรือท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการเข้มงวดและตรวจสอบระบบสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำความผิดหรือต้องการแจ้งเบาะแส สามารถโทร. แจ้งสายด่วน 1178 ได้ทันที

สบพ. ต้อนรับอบอุ่น! "ภัคณัฏฐ์ มากช่วย" รับตำแหน่งผู้ว่าการฯ อีกวาระหนึ่ง ตามมติ ครม. อย่างเป็นทางการ ประกาศเดินหน้ายกระดับองค์กร มุ่งเน้นธรรมาภิบาล ความปลอดภัย และการทำงานเชิงรุก

 สบพ. ต้อนรับอบอุ่น! "ภัคณัฏฐ์ มากช่วย" รับตำแหน่งผู้ว่าการฯ อีกวาระหนึ่ง ตามมติ ครม. อย่างเป็นทางการ ประกาศเดินหน้ายกระดับองค์กร มุ่งเน้นธรรมาภิบาล ความปลอดภัย และการทำงานเชิงรุก

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. นางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน (ผวก.สบพ.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการบริหารงานแก่คณะผู้บริหาร เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานและเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โดยมีคณะผู้บริหารร่วมรับฟังนโยบายและให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการอีกวาระหนึ่งตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ห้องประชุม CATC 3 ชั้น 17 อาคารพัฒนาบุคลากรด้านการบิน สถาบันการบินพลเรือน กรุงเทพฯ

 


นางสาวภัคณัฏฐ์ เปิดเผยว่า ตนเองมีความมุ่งมั่นที่จะต่อยอดความสำเร็จที่ได้ร่วมกันสร้างมา พร้อมทั้งขับเคลื่อนสถาบันการบินพลเรือนให้ก้าวสู่ความเป็นองค์กรด้านการบินของรัฐที่มีความเข้มแข็ง ทันสมัย และได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยจะให้ความสำคัญกับนโยบายและทิศทางการดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (ท่านภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์) ในคราวมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานให้กับ สบพ. เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 


การเข้ามาบริหารงานอีกวาระในครั้งนี้มาพร้อมกับความคาดหวังจากกระทรวงคมนาคมในการยกระดับการดำเนินงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โดยจะมุ่งเน้นการบริหารงานภายใต้กฎ ระเบียบ และข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการสร้างความสามัคคีภายในองค์กร เพื่อร่วมกันพัฒนา สบพ. ให้มีมาตรฐานการดำเนินงานที่เข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเร่งติดตามและประเมินผลการดำเนินงานในทุกมิติ ทั้งด้านสถานะทางการเงิน การบริหารงบประมาณ การติดตามความก้าวหน้าของโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ตลอดจนการประเมินผลสัมฤทธิ์ของภารกิจในแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

 


โดยด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ได้เน้นย้ำการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักคุณธรรม ความโปร่งใส และความเป็นธรรม พร้อมกำชับให้ผู้บริหารทุกระดับปฏิบัติตนตามหลักจรรยาบรรณ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคลากรในองค์กร รวมทั้งส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง 

 

ในโอกาสนี้ ผวก.สบพ. ยังได้สะท้อนถึงความท้าทายสำคัญขององค์กร ภาระรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น ความจำเป็นในการสร้างรายได้และเสริมความมั่นคงทางการเงินขององค์กร ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานร่วมกันแสวงหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับองค์กร 

 


สำหรับศูนย์ฝึกการบิน (ศฝบ.) ได้เน้นย้ำให้ติดตามสถานะการฝึกของศิษย์การบินอย่างใกล้ชิด บริหารจัดการทรัพยากรด้านการฝึกบินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยในการฝึกบินเป็นลำดับแรก พร้อมทั้งเร่งวางแผนการสรรหาบุคลากร การพัฒนาหลักสูตรใหม่ และการยกระดับมาตรฐานการฝึกให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมการบิน

 

นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเตรียมการจัดทำงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ควบคู่กับการทบทวนและปรับปรุงแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาขององค์กร โดยเน้นการทำงานเชิงรุก การคิดเชิงกลยุทธ์ และการปรับตัวให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสถาบันการบินพลเรือนสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านการพัฒนาบุคลากรการบินของประเทศและภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ผู้ให้บริการรถไฟลักชูรี่ระดับโลก สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในมิติใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก

 ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ผู้ให้บริการรถไฟลักชูรี่ระดับโลก สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในมิติใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก 

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตจากจุดแข็งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และการบริการที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ในยุคที่พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  รวมถึง KPI ชี้วัดความสำเร็จของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน คือ “คุณค่าเชิงประสบการณ์“ ที่ได้รับ และ “มูลค่า” ที่กระจายสู่เศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเล็งเห็นถึงการยกระดับการท่องเที่ยวทางรางให้เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตอบโจทย์แนวคิดดังกล่าวนี้  โดยใช้การเดินทางโดย “รถไฟ” เพื่อประตูแห่งประสบการณ์ ที่จะเปลี่ยนระยะทางให้กลายเป็นคุณค่าทางความรู้สึก และเปลี่ยนเส้นทางคมนาคมให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหมาย เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสประเทศไทยในมิติที่แตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น


ซึ่งแนวทางของ ททท.นี้ สอดรับกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงนโยบายและกฎระเบียบใหม่ๆ ในการพัฒนาระบบรางของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่า ททท. จึงได้นำทีมหารือร่วมกับ Mr. Gary Franklin กรรมการผู้จัดการ Belmond Trains บริษัทในเครือ LVMH ผู้ให้บริการรถไฟลักชูรี่ระดับโลก Eastern & Oriental Express เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสูงของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยโครงการดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มผู้มีรายได้สูงจากทั่วโลก โดยมีแผนนำร่องที่จะเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี – หัวหิน – หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ภายในปี 2570




ททท. เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมการขายสินค้าบริการท่องเที่ยว ควบคู่ เสน่ห์ไทย กับ 5 Must Do ตลอดจนช่วยกระจายการเดินทางและรายได้สู่เมืองรองและภูมิภาคของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป


#AmazingThailand

#HealingIsTheNewLuxury

#EasternAndOrientalExpress


ทางยกระดับดอนเมือง ติดโผหุ้นกลุ่ม ESG Emerging ปี 69

 ทางยกระดับดอนเมือง ติดโผหุ้นกลุ่ม ESG Emerging ปี 69

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ผู้บริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดงจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้าอยู่ในกลุ่มบริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน หรือ ESG Emerging List ปี 2569

สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศให้ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) (DMT) เป็นหนึ่งในรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่น่าลงทุนในกลุ่ม ESG Emerging ปี 2569 ด้วยการคัดเลือกจาก 931 หลักทรัพย์จดทะเบียน โดยใช้ข้อมูลด้าน ESG ที่ปรากฏในการเปิดเผยข้อมูล การดำเนินงานที่สะท้อนปัจจัยด้าน ESG และความริเริ่มหรือลักษณะธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับประเด็นด้าน ESG ของกิจการ

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า “การที่ DMT ได้รับคัดเลือกให้เข้าอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG Emerging ของสถาบันไทยพัฒน์ ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีความรับผิดชอบ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ”

ทั้งนี้ DMT ได้กำหนดกลยุทธ์ ESG in process เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจ ภายใต้กรอบแนวคิด “3P” ประกอบด้วย People, Planet และ Profit โดยในมติ People บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการ พนักงาน และชุมชนโดยรอบ โดยการใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจจับอุบัติเหตุและจัดการจราจรอัจฉริยะ การพัฒนาระบบเก็บค่าผ่านทางแบบไร้สัมผัส ลดเวลารอคิว ลดมลพิษจากรถติด ในมิติ Planet การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน โดยการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนอาคารสำนักงานใหญ่และอาคารด่านเก็บค่าผ่านทาง และเพิ่มสถานีชาร์จ EV ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ส่วนในมิติ Profit การพัฒนาบริการโดยใช้เทคโนโลยีที่ลดต้นทุนด้านพลังงานและทรัพยากร และเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

การจัดอันดับหลักทรัพย์ที่น่าลงทุนในกลุ่ม ESG Emerging พิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่กันในกระบวนการประเมิน

สำหรับสถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG Emerging เป็นครั้งแรกในปี 2563

การจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจในกลุ่มบริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน หรือ ESG Emerging List ถือเป็นแหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีคุณภาพและได้รับผลตอบแทนที่มิได้ด้อยไปกว่าการลงทุนในแบบทั่วไป

สพพ. ร่วมหารือโครงการ R12 ณ สปป.ลาว

 สพพ. ร่วมหารือโครงการ R12 ณ สปป.ลาว



เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) และคณะผู้แทน สพพ. ร่วมกับ Mr. Vanthong BOUTTANAVONG อธิบดีกรมขัวทาง กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว และคณะ พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงการเงิน สปป.ลาว ตลอดจนที่ปรึกษาควบคุมงานและผู้ประกอบการงานก่อสร้างโครงการปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 12 (R12) ช่วงเมืองท่าแขก–จุดผ่านแดนนาเพ้า สปป.ลาว ทั้ง 2 สัญญา ได้ร่วมประชุมหารือประเด็นปัญหาอุปสรรคทางด้านวิศวกรรม การออกแบบรายละเอียด และผลกระทบต่อโครงการจากการปรับราคาสินค้าและบริการเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอันเป็นผลจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก (สถานการณ์สงครามระหว่างสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา-ประเทศอิสราเอล) ตลอดจนหารือแนวทางแก้ไขปัญหาที่กล่าวเพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ภายใต้กรอบระยะเวลาตามสัญญาจ้างก่อสร้าง 30 เดือนและวงเงินของโครงการ ณ กรมขัวทาง สปป.ลาว 



ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยโดย สพพ. และรัฐบาล สปป.ลาว วงเงิน 1,833.75 ล้านบาท เพื่อผลักดันนโยบายการเชื่อมโยงโครงข่ายเส้นทางการคมนาคมระหว่างไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม-จีน อีกทั้งยังสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region: GMS) โดยคาดว่าการดำเนินการแล้วเสร็จภายในต้นปี 2571

สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน) เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

 สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน) เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ



พันเอก ศรัณยู วิริยเวชกุล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) พร้อมนายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการ เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน)  เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ณ อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บรรเทาทุกข์ ส่งต่อกำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือพร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 รวมงบประมาณกว่า 8 แสนบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ บริเวณโรงเรียนวัดสระบัว เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บรรเทาทุกข์ ส่งต่อกำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือพร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 รวมงบประมาณกว่า 8 แสนบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ บริเวณโรงเรียนวัดสระบัว เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ





ตามที่ได้เกิดอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่แผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือในทันที หลังจากเพลิงสงบได้นำข้าวต้มพร้อมน้ำดื่มแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสาธารณภัย ตั้งจุดลงทะเบียนเพื่อเตรียมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยต่อเนื่องทันที




วันนี้ (วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.30 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสาธารณภัย และ แผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 โดยมอบเงินช่วยเหลือคนละ 3,500 บาท รวม 199 คน พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอัคคีภัยรายครอบครัว มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 61 ชุด มอบเครื่องอุปโภคบริโภครายบุคคล มูลค่า 1,500 บาท จำนวน 15 ชุด รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งสิ้น 871,500 บาท (แปดแสนเจ็ดหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน)  โดยมี ดร.นรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน พร้อมด้วย คณะมูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ มูลนิธิไกรสิทธิการกุศล และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี รวมทั้งอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายกวินรัฏฐ์ ยศอมรสุนทร (หยวน-กวินรัฏฐ์) นายสัญญา พรนารายณ์ (เก่ง) และนางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล (แพรว พัชรมัย) ร่วมแจกจ่ายสิ่งของและให้กำลังใจ ณ บริเวณโรงเรียนวัดสระบัว เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ




ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกรวมถึงพิกัดมูลนิธิฯ ได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

รวบทันควัน! สาวเขมรโพสต์คลิปท้าทายอำนาจรัฐ ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ ชะล่าใจเดินเที่ยวห้างหรู โดนชุดสืบสวน ตม.ปทุมธานี แกะรอยรวบคาที่

  รวบทันควัน! สาวเขมรโพสต์คลิปท้าทายอำนาจรัฐ ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ ชะล่าใจเดินเที่ยวห้างหรู โดนชุดสืบสวน ตม.ปทุมธานี แกะรอยรวบคา...