วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ศน. เตรียมเปิดตัวเส้นทางแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” จังหวัดลำพูน ขับเคลื่อนเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา-ศรัทธา-เศรษฐกิจ*

 ศน. เตรียมเปิดตัวเส้นทางแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” จังหวัดลำพูน ขับเคลื่อนเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา-ศรัทธา-เศรษฐกิจ*



กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา (ศน.) เตรียมจัดกิจกรรมเปิดตัวเส้นทางแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” จังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 15–16 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้กิจกรรม “ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 20 เส้นทางท่องเที่ยวในมิติทางศาสนา ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการศาสนา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนคุณธรรมและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน



ครูบาศรีวิชัย” นักบุญแห่งล้านนา เป็นพระเถราจารย์ผู้มีศีลาจารวัตรอันงดงาม เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในภาคเหนือ ท่านได้จาริกเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในดินแดนล้านนา พร้อมทั้งริเริ่มก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม ตลอดจนสาธารณประโยชน์หลายแห่ง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นโบราณสถานและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของภาคเหนือ


ทั้งนี้ จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมชาวลำพูน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายจังหวัดในภาคเหนือ รวม 9 จังหวัด ได้ร่วมกันเสนอชื่อ “ครูบาศรีวิชัย” ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เพื่อพิจารณายกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบชาตกาล 150 ปี ในปี พ.ศ. 2571 อันเป็นการยกระดับคุณูปการของท่านสู่เวทีนานาชาติ


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูนได้เสนอ “เส้นทางแสวงบุญครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” เพื่อขับเคลื่อนเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนาของจังหวัดลำพูน และได้รับการประกาศให้เป็น 1 ใน 20 เส้นทางท่องเที่ยวในมิติทางศาสนา ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้กรอบแนวคิดหลัก ได้แก่ 1) เส้นทางสักการะพระบรมธาตุ 2) เส้นทางตามรอยพระเถราจารย์ 3) เส้นทางตามรอยความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง และ 4) เส้นทางศาสนิกสัมพันธ์และอื่น ๆ

สำหรับเส้นทางแสวงบุญฯ จังหวัดลำพูน ประกอบด้วยสถานที่สำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องกับครูบาศรีวิชัย จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 1) วัดบ้านปาง (วัดจ๋อมสะหรี่ทรายมูลบุญเรือง) วัดแห่งแรกที่ท่านเริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2444 และเป็นสถานที่ที่ท่านมรณภาพ 2) วัดบ้านโฮ่งหลวง อุปสัมปทาสถานของครูบาศรีวิชัย 3) วัดพระธาตุหริภุญชัย พระอารามหลวงอันเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุประจำปีเกิดปีระกา ภายในบรรจุพระบรมเกศาธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นวัดที่ครูบาศรีวิชัยมีบทบาทสำคัญในการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์

4) สะพานศรีวิชัยอนุสรณ์ สะพานที่ท่านดำริสร้างเพื่อเชื่อมสองฝั่งลำน้ำปิง เมื่อปี พ.ศ. 2480 ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ โดยปัจจุบันจังหวัดลำพูนได้จัดสร้างอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของท่าน 5) วัดจามเทวี (วัดกู่กุด) วัดเก่าแก่สำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี และเป็นสถานที่พระราชทานเพลิงศพครูบาศรีวิชัย และ 6) วัดดอยติ สถานที่ที่ครูบาศรีวิชัยได้สร้างบันไดนาค วิหาร และอุโบสถ ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ครูบาศรีวิชัย และอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าวัดซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดลำพูน

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อไปว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงวัฒนธรรมในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันดีงามของสังคมไทย ผ่านการใช้ทุนทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ศาสนสถาน และเครือข่ายชุมชน เพื่อยกระดับแหล่งเรียนรู้ทางศาสนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ สร้างโอกาสและรายได้ทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางแสวงบุญครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา มิได้เป็นเพียงกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงศาสนาเท่านั้น หากแต่เป็นการเชื่อมโยงมิติแห่งศรัทธาประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตชุมชนชาวล้านนาเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย ซึ่งกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งหวังให้การดำเนินงานครั้งนี้เป็นต้นแบบของการนำพลังศรัทธามาสร้างคุณค่าและมูลค่าทางสังคม ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควบคู่กับการธำรงรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันจะนำไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางวัฒนธรรมของประเทศต่อไป


ทั้งนี้ กรมการศาสนา ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ประชาชน และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมตามกำหนดการดังกล่าว เพื่อร่วมกันสืบสานคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมล้านนา ผ่านการเดินทางแห่งศรัทธาอย่างพร้อมเพรียงกัน ///

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพีธี สวดพระอภิธรรม คุณแม่ผ่องพรรณ คงพูนเพิ่ม ที่ปรึกษาสมาคมฯ

 นายสมศักดิ์  เทพสุทิน รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพีธี สวดพระอภิธรรม คุณแม่ผ่องพรรณ  คงพูนเพิ่ม ที่ปรึกษาสมาคมฯ


วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18:00 นายสมศักดิ์  เทพสุทิน รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพีธี สวดพระอภิธรรม คุณแม่ผ่องพรรณ  คงพูนเพิ่ม ที่ปรึกษาสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น( ประเทศไทย) 


 





โดยมี นายสุรชัย  วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน( ประเทศไทย) ร่วมในพิธีสวด พระอภิธรรม ณ ศาลาที่ 15 (ศาลาจุลละทรัพย์) ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ฌาปนสถานทหารอากาศ กรุงเทพมหานคร และจะมีพิธีฌาปนกิจในวัน อาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร บางเขน ฌาปนสถานทหารอากาศ  กรุงเทพฯ

พาณิชย์ตรวจเข้ม คุมราคาตรุษจีน–เครื่องชั่งทองพบสินค้าส่วนใหญ่ราคาลดลง

 พาณิชย์ตรวจเข้ม คุมราคาตรุษจีน–เครื่องชั่งทองพบสินค้าส่วนใหญ่ราคาลดลง



          รองอธิบดีกรมการค้าภายในลงพื้นที่ชุมชนเล่งบ๊วยเอี๊ยะ เยาวราช ตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาและความเที่ยงตรงเครื่องชั่งร้านทองช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมเปิดเผยสถานการณ์ราคาสินค้าพบว่าส่วนใหญ่ปรับลดลงจากปีก่อน ปริมาณสินค้ามีเพียงพอ ย้ำผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ



          นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการรักษาความเป็นธรรมทางการค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ณ ชุมชนเล่งบ๊วยเอี๊ยะ (ตรงข้ามตลาดเก่าเยาวราช) เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ โดยเน้นกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างถูกต้อง ชัดเจน และเปิดเผย พร้อมตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องชั่งร้านทองให้ผ่านการรับรองจากกรมการค้าภายใน เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ



          นางสาวญาณีฯ กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนปี 2569 ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งประชาชนเชื้อสายจีนนิยมจับจ่ายซื้อวัตถุดิบประกอบพิธีไหว้บรรพบุรุษ กรมการค้าภายในจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสินค้าอุปโภคบริโภคในย่านการค้าสำคัญ เช่น ตลาดบริเวณเยาวราช ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดเวิลด์มาร์เก็ต ตลาดบางขุนศรี ตลาดมีนบุรี ตลาดยอดพิมาน เป็นต้น เพื่อติดตามสถานการณ์ราคา ตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคา เครื่องชั่ง การกักตุนสินค้า และการค้ากำไรเกินควรอย่างใกล้ชิด

          จากติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 พบว่า ภาพรวมวัตถุดิบที่ใช้ในเทศกาลส่วนใหญ่มีราคาเฉลี่ยปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะอาหารสดหลายรายการ เช่น หมูเนื้อแดงอยู่ที่ 120–180 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 115–220 บาทต่อกิโลกรัม ไข่ไก่เบอร์ 3 อยู่ที่ 37–45 บาท/10 ฟอง จากปีก่อน 40–54 บาท/10 ฟอง ขณะที่เป็ดสดทั้งตัว (รวมเครื่องใน) มีบางช่วงราคาปรับสูงขึ้น อยู่ที่ 110–370 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 110–290 บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนของอาหารแห้ง พบว่าราคาเฉลี่ยหลายรายการปรับลดลง 4–33% อาทิ หมี่ซั่วอยู่ที่ 28–35 บาทต่อถุง จากปีก่อน 30–40 บาทต่อถุง เห็ดหอมจีนขนาดใหญ่ 320–600 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 400–700 บาทต่อกิโลกรัม 



          ด้านผักสดและผลไม้ ราคาปรับขึ้นลงตามฤดูกาลและคุณภาพสินค้า โดยหลายรายการเฉลี่ยลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เช่น ผักคะน้า 15–40 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 10–60 บาทต่อกิโลกรัม ผักกวางตุ้ง 15–35 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 10–50 บาทต่อกิโลกรัม กะหล่ำปลี 13–50 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 10–60 บาทต่อกิโลกรัม กล้วยหอมขนาดใหญ่ 120–150 บาทต่อหวี จากปีก่อน 100–200 บาทต่อหวี ขณะที่บางรายการ เช่น ผักกาดขาวปลี และส้มสายน้ำผึ้งบางขนาด มีการปรับเพิ่มขึ้นตามคุณภาพและขนาดสินค้า สำหรับอาหารสำเร็จรูปและเครื่องไหว้ พบว่าบางรายการปรับลดลง เช่น ไก่ต้มทั้งตัวอยู่ที่ 200–650 บาทต่อตัว จากปีก่อน 350–650 บาทต่อตัว ขนมเข่งอยู่ที่ 12–38 บาทต่อคู่ จากปีก่อน 20–38 บาทต่อคู่ และชุดไหว้เจ้าที่ขนาดใหญ่อยู่ที่ 170–190 บาทต่อชุด ลดลงจากปีก่อน 199 บาทต่อชุด แม้ว่ากระดาษเงิน–ทองบางประเภทจะปรับสูงขึ้นตามต้นทุน



          นางสาวญาณีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของทองคำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีในวัฒนธรรมจีน และได้รับความนิยมซื้อขายในช่วงตรุษจีน กรมการค้าภายในได้กำชับร้านทองให้ใช้เครื่องชั่งที่ได้มาตรฐานและแสดงราคาซื้อ–ขายอย่างชัดเจน ผลการตรวจสอบในพื้นที่เยาวราชพบว่าร้านทองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เครื่องชั่งมีสภาพสมบูรณ์และน้ำหนักได้มาตรฐาน

          นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดทั่วประเทศปูพรมตรวจสอบร้านทอง ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผลการเข้าตรวจสถานประกอบการ 1,231 แห่ง และตรวจเครื่องชั่งดิจิทัล 1,403 เครื่อง พบว่าส่วนใหญ่ถูกต้อง 1,365 เครื่อง และพบค่าความคลาดเคลื่อนเกินกฎหมายกำหนด 38 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง สระบุรี อุดรธานี บุรีรัมย์ และตรัง ซึ่งทางกรมได้มีการดำเนินการตามกฎหมายโดยผูกบัตรห้ามใช้ทันที



          รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เน้นย้ำว่า ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยหากไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท หากฉวยโอกาสขึ้นราคา มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับสูงสุด 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากใช้เครื่องชั่งที่คลาดเคลื่อนหรือดัดแปลง มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 280,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือสงสัยว่าเครื่องชั่งไม่เที่ยงตรง สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการได้ทันที

---------------------------------

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุขและกำลังใจให้แก่ผู้สูงอายุในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 มอบอั่งเปา ชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหาร (โต๊ะจีน) แก่ผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ (ไทย -จีน) รวม 5 แห่ง

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุขและกำลังใจให้แก่ผู้สูงอายุในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 มอบอั่งเปา ชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหาร (โต๊ะจีน) แก่ผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ (ไทย -จีน) รวม 5 แห่ง


ระหว่างวันที่ 12 – 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ และนายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์และหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นางชญาน์นันท์ สรพลจิโรจเดชา หัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร(จีน) พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมลงพื้นที่จัดเลี้ยงอาหาร พร้อมมอบเงินอั่งเปาคนละ 1,000 บาท และมอบชุดของขวัญ  ประกอบด้วย ผ้าขนหนูเช็ดตัว นมถั่วเหลือง แป้งเย็น น้ำส้มชนิดกล่อง ขนม และครีมทาผิวแก่ผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ (ไทย-จีน) ประกอบด้วย สถานสงเคราะห์คนชราปากน้ำ (มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส) จังหวัดสมุทรปราการ สถานสงเคราะห์คนชราบางเขน (มูลนิธิธารนุเคราะห์) กรุงเทพมหานคร สถานสงเคราะห์คนชราปทุมธานี (มูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์) จังหวัดปทุมธานี สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์ (วัดม่วง) จังหวัดนครราชสีมา และสถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์ (โพธิ์กลาง) จังหวัดนครราชสีมา รวม 5 แห่ง 4 จังหวัด รวม 340 คน โดยมีมูลนิธิจีน 4 แห่ง ประกอบด้วย มูลนิธิสามัคคีการกุศลสงเคราะห์ (เฮี้ยงซิ๊งเซี่ยงตึ๊ง) มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรม (สี่กั๊กเซี่ยงตึ๊ง) มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ (เต่าเต็กเซี่ยงตึ๊ง) และ มูลนิธิศรัทธาสงเคราะห์ (ช่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง) ร่วมดำเนินการ เพื่อเป็นการเยี่ยมเยียนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้สูงอายุ ในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 59 ปี พร้อมบริจาคเงินทั้งในนาม “มูลนิธิฯ 5 แห่ง” และในนาม “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ให้แก่สถานสงเคราะห์คนชรา (จีน) 3 แห่ง รวมการดำเนินงาน โครงการป่อเต็กตึ๊งจัดเลี้ยงอาหารคนชรา เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 5 แห่ง รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 674,500 บาท (หกแสนเจ็ดหมื่นสี่พันห้าร้อยบาทถ้วน)


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ให้ความช่วยเหลืองานสาธารณกุศลของมูลนิธิฯ รวมทั้ง ผู้สูงอายุทุกท่าน เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุทุกแห่ง และมูลนิธิจีนทั้ง 4 แห่ง มีความสุข ความเจริญ สุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงตลอดไป


อัปเดตข่าวสารเทศกาล กิจกรรม งานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

** ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ตรุษจีนปีนี้ ขอให้มั่ง มี ศรี สุข **

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลุยอุดรฯ หนุนฝึกแรงงานนอกระบบ ยกระดับสถานประกอบกิจการ

 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลุยอุดรฯ หนุนฝึกแรงงานนอกระบบ ยกระดับสถานประกอบกิจการ

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี พบปะผู้ประกอบการและผู้ผ่านการฝึกอบรมตามโครงการเพิ่มทักษะแรงงานอิสระและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพื่อส่งเสริมแรงงานนอกระบบให้มีทักษะที่ได้มาตรฐาน สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง และเชื่อมโยงกับสถานประกอบกิจการที่มีมาตรฐาน




อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ปี 2569 ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศดำเนินโครงการเพิ่มทักษะแรงงานอิสระและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เป้าหมาย 66,330 คน ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 4,950 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569) สำหรับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 18 อุดรธานี ได้รับเป้าหมาย 1,170 คน ดำเนินการแล้ว 391 คน


การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้เข้าพบผู้ประกอบการและผู้ผ่านการฝึกอบรมในพื้นที่ ได้แก่ บริษัท ไอคิวเซ้าท์อีสท์โอเอ อุดรธานี จำกัด ซึ่งเป็นสถานประกอบกิจการที่ร่วมจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานตามมาตรา 26 กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 2 สาขา ได้แก่ สาขาช่างซ่อมบำรุงเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ระดับ 1 และสาขาช่างซ่อมบำรุงเครื่องถ่ายเอกสาร ระดับ 1 ซึ่งการทำมาตรฐาน ม 26 ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อถือ เป็นการยกระดับแรงงานของบริษัทให้ตรงกับความต้องการของตลาด 

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบเซลล์แสงอาทิตย์ ณ ร้านมิตรดาวเทียม เซอร์วิส บ้านคำกลิ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอิสระที่ต้องการต่อยอดทักษะเดิมหรือเปลี่ยนสายงาน สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพรับงานในครัวเรือนหรือภาคการเกษตรได้ทันที พร้อมกันนี้ได้ตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมหลักสูตรช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 18 อุดรธานี



เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับแรงงานนอกระบบให้มีทักษะที่ได้มาตรฐาน มีโอกาสเข้าถึงงานและรายได้ที่มั่นคง ควบคู่กับการส่งเสริมสถานประกอบกิจการให้ร่วมพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพให้กับเศรษฐกิจของประเทศ” อธิบดีกล่าวทิ้งท้าย.

ศน. เตรียมเปิดตัวเส้นทางแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” จังหวัดลำพูน ขับเคลื่อนเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา-ศรัทธา-เศรษฐกิจ*

  ศน. เตรียมเปิดตัวเส้นทางแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” จังหวัดลำพูน ขับเคลื่อนเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนา-ศรัทธา-เศรษฐกิจ * กระ...