วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ส่องดราม่าโซเชียล! ชาวเน็ตถกสนั่น “ไส้ยาสูบแบบความร้อน หิ้วกลับจากญี่ปุ่นได้หรือไม่?” หลังกฎหมายไทยยังกำกวม

 ส่องดราม่าโซเชียล! ชาวเน็ตถกสนั่น “ไส้ยาสูบแบบความร้อน หิ้วกลับจากญี่ปุ่นได้หรือไม่?” หลังกฎหมายไทยยังกำกวม

กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบมาถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มคอมมูนิตี้ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “กลุ่มชอบตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น” ที่มีสมาชิกกว่า 1 ล้านคน เมื่อมีผู้ใช้รายหนึ่งตั้งคำถามถึงความชัดเจนกรณีการซื้อ “ไส้ของผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน” (Heat-not-burn) กลับมาจากประเทศญี่ปุ่น ว่าแท้จริงแล้วสามารถนำเข้าประเทศไทยได้หรือไม่

กระแสความเห็นในกลุ่มท่องเที่ยวแบ่งออกเป็นหลายมุมมอง สมาชิกบางส่วนมีความเข้าใจว่าเนื่องจากตัวไส้มีส่วนประกอบของใบยาสูบแท้ ๆ จึงน่าจะอนุโลมให้หิ้วเข้าประเทศได้ในจำนวนไม่เกิน 1 คอตตอน เช่นเดียวกับบุหรี่มวนปกติ และมีผู้เข้ามาแชร์ประสบการณ์ตรงว่า แม้ในญี่ปุ่นสินค้าชนิดนี้จะวางขายทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อและถูกกฎหมาย แต่พนักงานขายในญี่ปุ่นหลายร้านมีความรู้เรื่องกฎหมายไทย โดยหากทราบว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย พนักงานจะเตือนและชี้แจงทันทีว่าสินค้านี้ยังผิดกฎหมายในประเทศไทย และมีความเสี่ยงที่จะถูกตรวจยึดมีความผิดได้หากนำกลับประเทศ 




ขณะที่สมาชิกบางคนมองว่าการนำเข้าสินค้าชนิดนี้ในปัจจุบันเปรียบเสมือนการ “วัดดวง” โดยมีการระบุว่าหากใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่องหรือโชคดีไม่โดนสุ่มตรวจก็อาจรอดมาได้ แต่หากถูกจับได้ก็ต้องยอมรับสภาพถูกยึดของกลางไปตามระเบียบ พร้อมแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายในประเทศไทยที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายต่างประเทศและความต้องการของผู้บริโภค

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับข่าวการจับกุมการลักลอบนำเข้าไส้ยาสูบแบบความร้อนจำนวนรวมกว่า 1 แสนมวน จากผู้โดยสารไทยหลายรายที่เดินทางมาจากญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ปรากฏบนเพจของกรมศุลกากรซึ่งภายหลังกลายเป็นพื้นที่ระบายความเห็นของชาวเน็ตกว่า 200 คอมเมนต์แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้งานจริงในต่างประเทศ ข้อดีด้านสังคมและสุขภาพของผลิตภัณฑ์ และตั้งคำถามถึงความล้าหลังของข้อบังคับทางกฎหมายไทย




ชาวเน็ตจำนวนมากเปรียบเทียบว่าประเทศที่เข้มงวดเรื่องระเบียบวินัยอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย ต่างอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ถูกกฎหมายและวางขายทั่วไป เนื่องจากมีงานวิจัยรองรับว่ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนเพราะไม่มีการเผาไหม้ ไม่ส่งกลิ่นรบกวนคนรอบข้าง และไม่มีเถ้าบุหรี่ที่เสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ หลายความเห็นตัดพ้อว่าไทยควรทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ถูกต้องตามกฎหมายและเก็บภาษีให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะรูปแบบของผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดึงดูดเยาวชนเหมือนพอดบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นปัญหาสังคมในปัจจุบัน และไม่ควรแบนให้กลายเป็นสินค้าหนีภาษีสวนกับความต้องการในตลาดที่สูงมาก รวมทั้งบางรายยังแสดงความเห็นว่าเห็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐของไทยเองก็ยังใช้ผลิตภัณฑ์นี้กันทั่วไป รวมถึงตั้งคำถามว่าสินค้าที่ยึดได้หายไปไหน มีการทำลายจริงหรือไม่

ปัจจุบันสถานะทางกฎหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนในประเทศไทยยังคงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสินค้าต้องห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เช่นเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้า จึงไม่แน่ชัดว่าตัวไส้ที่ใช้ได้กับเครื่อง เมื่อนำเข้ามาในประเทศไทยในปริมาณที่ตรงกับการนำเข้ายาสูบแบบปกติจะมีความผิดเช่นเดียวกันหรือไม่ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร

ความขัดแย้งระหว่างความต้องการของผู้บริโภคที่มองหา “ทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่า” กับข้อบังคับที่ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนตามเทคโนโลยี จึงยังคงเป็นช่องว่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต้องเผชิญกับความเสี่ยง และเป็นช่องทางที่ก่อให้เกิดการแสวงหาประโยชน์นอกระบบในหลาย ๆ ระดับ จึงเกิดเป็นคำถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยจะทบทวนข้อกฎหมายนี้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและเทรนด์สุขภาพโลก เหมือนดังเช่นประเทศชั้นนำอื่น ๆ ในเอเชีย

ลิ้งโพสจับกุมของศุลกากร https://www.facebook.com/share/p/18YB4dAcy1/

ยาดมสมุนไพรไทยแบรนด์ “หนุมาน” ขยายตลาดต่างประเทศ​ ซุปตาร์สาว“จ้าวลู่ซือ” โพสต์ดึงแฟนคลับแห่ตามซื้อทั้งในไทยและจีน

 ยาดมสมุนไพรไทยแบรนด์ “หนุมาน” ขยายตลาดต่างประเทศ​  ซุปตาร์สาว“จ้าวลู่ซือ” โพสต์ดึงแฟนคลับแห่ตามซื้อทั้งในไทยและจีน

บริษัท สมุนไพร หนุมาน จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย ยาดมสมุนไพรตราหนุมาน ปลื้มสินค้าไทยเป็นไวรัลดันแบรนด์ขยายตลาดในประเทศจีน  เมื่อนางเอกสาวซูเปอร์สตาร์จีน “จ้าวลู่ซือ (Zhao Lusi)” ปลุกกระแสสินค้าไทยโพสต์คลิปผ่าน “Douyin” แพลตฟอร์มโซเชียลชื่อดัง หลังเดินทางกลับจากการแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้

บริษัท สมุนไพร หนุมาน จำกัด  ผลิตและจัดจำหน่ายโดยยาดมสมุนไพรตราหนุมาน  ปลุกกระแสความนิยมสินค้าไทยอีกครั้ง หลังจากที่ จ้าวลู่ซือ เดินทางกลับถึงจีนและได้โพสต์โมเมนต์ที่สบาย ๆ ขณะนั่งทาน “สาหร่ายไทย” อย่างเอร็ดอร่อย สร้างความเอ็นดูให้กับแฟน ๆ จำนวนมาก แต่สิ่งที่ทำเอาแฟนชาวไทยและในประเทศจีนสะดุดตาไม่น้อย คือการปรากฏของ “ยาดมหนุมาน” ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะภายในคลิปอย่างชัดเจน หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป แฟนคลับจำนวนมากต่างเข้ามาคอมเมนต์แซวถึงความน่ารักของสาวจ้าวลู่ซือ พร้อมพูดถึงไอเทมไทยที่หลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่ง Soft Power ของไทยที่ได้รับความสนใจจากคนดังระดับเอเชีย ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ตอกย้ำแบรนด์ “หนุมาน” ให้ได้รับความนิยมจากกลุ่มเป้าหมายในตลาด ทั้งในประเทศไทยและจีนเป็นอย่างดี


สำหรับ “ยาดมหนุมาน”มีสรรพคุณหลักคือช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คัดจมูก และลดความเหนื่อยล้า เนื่องจากใช้สมุนไพรไทยแท้ตามตำรับโบราณ กลิ่นหอมเย็นช่วยให้สดชื่นตื่นตัว ผ่อนคลาย และช่วยให้หายใจโล่งสบาย สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และร้านขายยาทั่วประเทศ 

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในพิธีเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในพิธีเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

ในวันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙  เวลา ๑๗.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ภูมิสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและมรดกด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณ อันเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) หินหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย 

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิฯ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน เฝ้าฯ รับเสด็จ โดยทุกท่านสามารถเข้าจุดคัดกรองได้ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่โรงเรียนโกศลภัทรวิทย์ ซอยเจริญกรุง ๕๗ แขวงยานนาวา เขตสาทร เพื่อเข้าจุดพักคอยก่อนเตรียมเข้าพื้นที่รับเสด็จฯ ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา รัชกาลที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๕๐) บริเวณศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เป็นลำดับถัดไป หรือรับชมการถ่ายทอดสด [LIVE STREAMING] ได้ที่ เฟชบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/TaiHongGongShrine และ facebook.com/atpohtecktung

.

หมายเหตุ: โปรดเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงหรือพาสปอร์ตตัวจริงเพื่อแสดงตน แต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย และการป้องกันทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

.

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่  https://linktr.ee/pohtecktung และ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH

Localized Standard ได้ผล ! นักลงทุนเทใจให้ หนุน KGI DW13 คว้ามาร์เก็ตแชร์ 70% ทำนิวไฮ

 Localized Standard ได้ผล ! นักลงทุนเทใจให้  หนุน KGI  DW13 คว้ามาร์เก็ตแชร์ 70% ทำนิวไฮ 

DW13 ประกาศความสำเร็จวาระครบ 17 ปี โชว์มาร์เก็ตแชร์ทุบสถิติใหม่ 70% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นไทยผันผวน ชูจุดแข็งกลยุทธ์ “Localized Standard” พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์พฤติกรรมนักลงทุนไทย พร้อมกางแผนปี 69 เตรียมออก DW ใหม่กว่า 1,100 ตัว รองรับการเติบโต

นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในปีนี้มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างสถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางดอกเบี้ย สหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนหันมาใช้ Derivative Warrant (DW) เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำกำไรและป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้  DW13 สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 70% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ยกระดับมาตรฐาน “Localized Standard” เพื่อคนไทย

หัวใจสำคัญที่ทำให้ KGI DW13 รักษาความเป็นผู้นำมาได้อย่างยาวนานถึง 17 ปี คือการยึดถือแนวคิด “Localized Standard” หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักลงทุน ในประเทศ เป็นหลัก อาทิ:

การพัฒนาช่องทางข้อมูล: การจัดตั้งเว็บไซต์ Thaiwarrant.com เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำและ เรียลไทม์

มาตรฐานตารางราคา: การวางมาตรฐานตารางราคา DW ที่นักลงทุนสามารถตรวจสอบ และวางแผนการเทรดได้อย่างมั่นใจ

การดูแลสภาพคล่อง: ระบบคอมพิวเตอร์ที่แข็งแกร่งทำให้สามารถดูแลราคาและสภาพคล่อง ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในยามตลาดวิกฤต 

ปรับกลยุทธ์รับมือ Fund Flow และตลาดผันผวน

นายเจนวิทย์ระบุว่า ในภาวะที่ตลาดแกว่งตัวในกรอบหรือมีความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนเริ่มปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการลงทุนไปสู่การเป็น Beyond Buy & Hold กลยุทธ์การลงทุนเชิงลึกใน DW บนหุ้น รายตัวที่มีอัตราทดสูง (Extreme Leverage) ในช่วงที่ราคาหุ้นมีการปรับฐานหรือการลงทุนเชิงรุกมากขึ้น โดยมีการใช้ SET50 Put DW เพื่อป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้นในจังหวะ ดัชนีอ่อนตัว 

กางโรดแมปปี 2569 สร้างสถิติใหม่ 1,100 ตัว

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 KGI DW13 ตั้งเป้าที่จะออก DW รุ่นใหม่มากกว่า 1,100 ตัว เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ เพื่อขยายฐานผู้ลงทุนและรองรับกลยุทธ์ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่มีอัตราทดสูงเป็นพิเศษหรือรุ่นที่มีอายุยาว เพื่อเป็นทางเลือกที่ครบวงจร ให้แก่นักลงทุนไทย

“เรามุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม DW อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ และสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตลาดทุนไทย ในอนาคต” นายเจนวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลและตรวจสอบตารางราคาได้ที่ www.thaiwarrant.com


พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ สะท้อนภาพตลาดความงามยุคใหม่​ ผ่านความร่วมมือไทย-เกาหลี พร้อมไฮไลต์มอบรางวัลตอกย้ำความสำเร็จ

พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ สะท้อนภาพตลาดความงามยุคใหม่​ ผ่านความร่วมมือไทย-เกาหลี พร้อมไฮไลต์มอบรางวัลตอกย้ำความสำเร็จ

ตลาดความงามเมืองไทยยังคงมีทิศทางที่น่าจับตามอง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ควบคู่กับการพิจารณาข้อมูล มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยโปรแกรมจากเกาหลียังคงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับความสนใจในตลาดความงามเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้บริโภคยุคใหม่

ท่ามกลางทิศทางดังกล่าว บริษัท พารากอนแคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนวัตกรรมความงามระดับโลก ได้คัดสรรเทคโนโลยีและโปรแกรมความงามจากเกาหลีเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในตลาดความงามไทย โดยหนึ่งในโปรแกรมที่บริษัทฯ นำเข้าคือโปรแกรม Lorient  ผลิตและคิดค้นโดย Joonghun Pharmaceutical ประเทศเกาหลี  ซึ่งยังคงได้รับความสนใจในตลาดความงามไทยปี 2026

จากความสำเร็จและการตอบรับของโปรแกรม Lorient ในประเทศไทย พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ได้รับการยอมรับจาก Joonghun Pharmaceutical ประเทศเกาหลี ในฐานะ Exclusive Distributor อันดับ 1 ของโปรแกรม Lorient พร้อมจัดงาน Lorient Global Night 2026 เพื่อขอบคุณและมอบรางวัลให้แก่คลินิกพาร์ทเนอร์ที่มีส่วนร่วมกับการเติบโตครั้งนี้  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของตลาดความงามไทยยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโปรแกรมจากเกาหลี ผู้นำเข้า และคลินิกพาร์ทเนอร์ในไทย ในการส่งต่อองค์ความรู้ มาตรฐาน และข้อมูลที่เหมาะสม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการสื่อสารและการนำเสนอทางเลือกด้านความงามให้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ 

              ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเซอค ซังยุบ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชีย พารากอนแคร์ กรุ๊ป, นายยอ มยอง (เอริค) ยุน  ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและกลยุทธ์ บริษัท จุงฮุน ฟาร์มาซูติคอล (Mr.Yeo Myeung (Eric) Yoon, Director of Planning and Strategy, Joonghun Pharmaceutical)  และ นางสาวอุมาภรณ์ เมธเมาลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พารากอนแคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมเปิดค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมมอบรางวัลอันทรงเกียรติ Lorient Global Diamond Excellence Award ให้กับคลินิกพาร์ทเนอร์ชั้นนำผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโปรแกรม Lorient ให้เติบโตในประเทศไทย ได้แก่ Aris Clinic, Bella Clinic, Class Clinic, Doctor Kong Clinic, The Tree Clinic, Star Med Clinic, SUREEPHORN Clinic และ You Desire Clinic ท่ามกลางคลินิกพาร์ทเนอร์และแขกคนสำคัญจากทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ เกาหลี อินโดนีเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม รวมถึงแขกผู้มีเกียรติจากคลินิกชั้นนำของไทย อาทิ DERMATIGE AESTHETICS, V Square Clinic และ The Phu Bangkok Clinic มาร่วมแสดงความยินดี  และอีกความน่าสนใจกับการพูดคุยบนเวทีซึ่งได้รวบรวมทั้งองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคนิค และประสบการณ์จากคลินิก โดยเฉพาะมุมมองสำคัญด้านความปลอดภัยและความแม่นยำในการดูแลผู้บริโภค ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

นายยอ มยอง หรือ เอริค ยุน ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและกลยุทธ์ บริษัท จุงฮุน ฟาร์มาซูติคอล (Mr. Yeo Myeung (Eric) Yoon, Director of Planning and Strategy, Joonghun Pharmaceutical) กล่าวว่า “การจัดงานครั้งนี้สะท้อนพลังของความร่วมมือระหว่างเกาหลีและประเทศไทย ในการยกระดับมาตรฐานความงามสู่ระดับสากลอย่างต่อเนื่องประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดความงามที่มีศักยภาพและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของ พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ในฐานะ Exclusive Distributor อันดับ 1 จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรไทย และเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Lorient ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์พรีเมียมที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาคเอเชีย”

ด้าน นางสาวอุมาภรณ์ เมธเมาลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พารากอนแคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า  “พารากอนแคร์ ไทยแลนด์ ให้ความสำคัญกับการนำเข้านวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดความงามไทย ควบคู่ไปกับการคัดสรรโปรแกรมที่สอดคล้องกับทิศทางของตลาดและผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการส่งต่อความรู้ ความเข้าใจ และข้อมูลที่เหมาะสมให้กับคลินิกพาร์ทเนอร์ ภายใต้แนวทางดังกล่าวการจัดงาน Lorient Global Night 2026 และการมอบรางวัล Lorient Global Diamond Excellence Award จึงไม่เพียงเป็นการขอบคุณคลินิกพาร์ทเนอร์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของความร่วมมือระหว่างพารากอนแคร์ ไทยแลนด์ และคลินิกพาร์ทเนอร์ ในการส่งต่อประสบการณ์ใหม่ๆ และข้อมูลที่เหมาะสมให้กับผู้บริโภคในตลาดความงามไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/ParagonCare.Aesthetic

#ParagonCare#ParagonCareThailand



วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ศรัทธาชายแดนใต้ “งานสมโภช 74 ปี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส”

 ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ศรัทธาชายแดนใต้ “งานสมโภช 74 ปี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส” 

บรรยากาศงานสมโภช 74 ปี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ปีนี้เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่และคึกคักตลอดการจัดงาน ท่ามกลางประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ศรัทธาทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางเข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยกิจกรรมสำคัญภายในงาน ได้แก่ การแข่งขันเชิดสิงโตนานาชาติ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 INTERNATIONAL LION DANCE COMPETITION 2026 โดยมี 7 ประเทศเข้าร่วมได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร ออสเตรเลีย  จีน ฮ่องกง ไทย พร้อมขบวนแห่เกี้ยวองค์เจ้าแม่โต๊ะโมะอันยิ่งใหญ่ สะท้อนถึงพลังศรัทธาและการสืบสานวัฒนธรรมอันงดงามของชุมชนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยได้รับเกียรติจาก นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดงานสมโภช 74 ปี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ สุไหงโก-ลก โดยมีนางขนิษฐา หอมยามเย็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 2 นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ปลัดจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ นายอุทัย บุญอนันต์ ประธานศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ผู้จัดงาน พร้อมคณะกรรมการศาลเจ้า แขกผู้มีเกียรติ และประชาชน เข้าร่วม  ณ ลานศาลเจ้าเเม่โต๊ะโมะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในนามของจังหวัดนราธิวาสรู้สึกมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ในอำเภอสุไหงโก-ลก มีศาลเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติยาวนาน อีกทั้งยังได้มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี ซึ่งสถานที่เเห่งนี้นับเป็นศูนย์รวมใจของผู้ศรัทธามากมาย ทั้งจากในท้องถิ่น ต่างจังหวัด ตลอดจนพี่น้องชาวจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ขึ้น และขออำนาจแห่งองค์เจ้าแม่โต๊ะโมะ จงดลบันดาลให้ทุกท่าน ประสบแต่ความสุข ความเจริญตลอดไป

นายอุทัย บุญอนันต์ ประธานศาลเจ้าเเม่โต๊ะโมะ กล่าวว่า คณะกรรมการศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ สุไหงโก-ลก ได้กำหนดจัดงานสมโภชศาลเจ้าเเม่โต๊ะโมะมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน ครบรอบ 74 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาไว้ซึ่งประเพณีท้องถิ่นที่ดีงาม และเป็นการเปิดโอกาสให้คณะศิษยานุศิษย์ ผู้ศรัทธาในองค์เจ้าแม่โต๊ะโมะได้ร่วมกราบสักการะบูชา แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อองค์เจ้าเเม่ และยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพื้นที่ต่อไป


อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การแข่งขันเชิดสิงโตนานาชาติ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 INTERNATIONAL LION DANCE COMPETITION 2026 ซึ่งมีนักกีฬาเชิดสิงโตจาก 7 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร ออสเตรเลีย  จีน ฮองกง ไทย ท่ามกลางเสียงเชียร์และกำลังใจจากประชาชนที่ร่วมชมการแข่งขันอย่างคึกคัก ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีม FUJIAN SHENG DE TANG DRAGON AND LION DANCE จากประเทศจีน โชว์ศักยภาพได้อย่างยอดเยี่ยม คว้ารางวัลชนะเลิศทั้ง 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทค่ายกล รับเงินรางวัล 40,000 บาท และประเภทเสาดอกเหมย รับเงินรางวัล 70,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมตลอดการแข่งขัน


สำหรับผลการเเข่งขันเชิดสิงโตนานาชาติ ประเภทค่ายกล

 รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม FUJIAN SHENG DE TANG DRAGON AND LION DANCE รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม THAILAND SIT EAK THAO MAHA PHORM THAILAND รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม HONG KONG GOLD DAIMOND SPORT CLUB HONG KONG รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลชมเชยสิงโตเงิน รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัลชมเชยสิงโตทอง รับเงินรางวัล 8,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

ส่วนผลการเเข่งขันเชิดสิงโตนานาชาติเสาดอกเหมย 

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม FUJIAN SHENG DE TANG DROGAN AND LION DANCE รับเงินรางวัล 70,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม CICHANG STREET HAN SHOU TANG CULTURAL รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม SABAH NAM BANG LION DANCE รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล

รางวัลชมเชยสิงโตเงิน รับเงินรางวัล 8,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัลชมเชยสิงโตทอง รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล



ภายในงาน “งานสมโภช 74 ปี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส” ยังมีพิธีสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม คือ ขบวนแห่เกี้ยวองค์เจ้าแม่โต๊ะโมะและองค์เทพต่างๆ รอบเมืองสุไหงโก-ลก โดยมีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานปล่อยขบวนแห่ ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอชมสองข้างทางอย่างเนืองแน่น ปีนี้มีขบวนเกี้ยวเข้าร่วมทั้งหมด 32 เกี้ยว จากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยสีสันแห่งศิลปวัฒนธรรมจีนอันงดงาม พร้อมไฮไลต์สำคัญ คือ การจุดประทัดมหามงคลกว่า 1,600,000 นัด เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน สร้างความคึกคักและเสียงแห่งความศรัทธาดังกึกก้องไปทั่วอำเภอสุไหงโก-ลก พร้อมกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากมาย ทั้งการแสดงงิ้ว ศิลปะพื้นบ้าน การแสดงจากศิลปินชื่อดัง พิธีลุยประทัดมหามงคล พิธีประมูลวัตถุมงคล และพิธีเทกระจาดมหากุศล ซึ่งล้วนสะท้อนถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและพลังศรัทธาที่สืบทอดมายาวนานของชุมชนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างงดงามและยิ่งใหญ่

วศ.อว. ร่วมภาคีเครือข่ายส่งมอบน้ำสะอาดสู่โรงเรียน ตชด. ทั่วประเทศ เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กและชุมชน

 วศ.อว. ร่วมภาคีเครือข่ายส่งมอบน้ำสะอาดสู่โรงเรียน ตชด. ทั่วประเทศ เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กและชุมชน

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการนำโดยนายวันชัย สุวรรณหงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ นางอาภาพร สินธุสาร ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชนและเจ้าหน้าที่จาก
ศูนย์พัฒนาเครื่องมือชุมชน ร่วมกับกรมอนามัย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และมูลนิธิพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าร่วมพิธีมอบวุฒิบัตรและชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำพร้อมอุปกรณ์ติดตั้งแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรระบบควบคุมอัตโนมัติเพื่อการผลิตน้ำสะอาด หลักสูตรการปรับปรุงคุณภาพและการทดสอบน้ำเพื่อการผลิตน้ำสะอาด 
และหลักสูตรการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อการผลิตน้ำสะอาด ภายใต้ “โครงการขยายโอกาสการพัฒนาระบบการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคและสุขาภิบาลอาหารของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน 26 จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลง (MOU) ของ 5 หน่วยงาน



การดำเนินโครงการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาระบบน้ำบริโภคของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามเกณฑ์น้ำบริโภค ตลอดจนพัฒนาศักยภาพครูและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานด้านการจัดการคุณภาพน้ำ ให้สามารถดูแล บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบน้ำสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนซึ่งผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยครูและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานด้านการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่เป้าหมาย โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการระบบน้ำสะอาด การตรวจสอบคุณภาพน้ำ และการประยุกต์ใช้พลังงานทดแทน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริงในพื้นที่ห่างไกลในโอกาสนี้ ได้มีพิธีส่งมอบชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำพร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านระบบน้ำสะอาดของโรงเรียน ตชด. ให้สามารถเข้าถึงน้ำบริโภคที่สะอาด ปลอดภัย และเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สุขอนามัย และสภาพแวดล้อมด้านสุขาภิบาลของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน


โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 6 เรื่องน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล รวมถึงสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และนโยบาย BCG ที่มุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ส่องดราม่าโซเชียล! ชาวเน็ตถกสนั่น “ไส้ยาสูบแบบความร้อน หิ้วกลับจากญี่ปุ่นได้หรือไม่?” หลังกฎหมายไทยยังกำกวม

  ส่องดราม่าโซเชียล! ชาวเน็ตถกสนั่น “ไส้ยาสูบแบบความร้อน หิ้วกลับจากญี่ปุ่นได้หรือไม่?” หลังกฎหมายไทยยังกำกวม กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบมาถกเ...