วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งมอบความสุข และความห่วงใย แจกจ่าย “ชุดของขวัญคลายร้อน” พร้อมรณรงค์และให้ความรู้ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประชาชนที่เดินทาง-ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งลงพื้นที่ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นแก่ผู้สูงวัยในสถานสงเคราะห์ เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2569

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งมอบความสุข และความห่วงใย แจกจ่าย “ชุดของขวัญคลายร้อน” พร้อมรณรงค์และให้ความรู้ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประชาชนที่เดินทาง-ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งลงพื้นที่ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นแก่ผู้สูงวัยในสถานสงเคราะห์ เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2569








ระหว่างวันที่ 9-11 เมษายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข ห่วงใยประชาชนที่สัญจร เดินทางกลับภูมิลำเนา-ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นการเดินทางในช่วงสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน – ร้อนมาก รวมถึง ใส่ใจผู้สูงวัยในสถานสงเคราะห์ ฯลฯ จึงมอบหมายให้คณะกรรมการ นำโดย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก พร้อมด้วย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์และหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสุทิศา ยกสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคคลและฝึกอบรม จัดโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง คลายร้อน” ครั้งที่ 4 นำทีมลงพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) และ สถานีรถไฟนครปฐม มอบพัดลมมือถือ และยาดม รวม 2,800 ชุด ให้แก่ประชาชนที่สัญจรกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปยังต่างจังหวัด โดยที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ รณรงค์สงกรานต์ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน  จัดบูธกิจกรรมให้ความรู้ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) โดยทีมบรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัคร และทีมฝึกอบรม และแจกจ่ายชุดเครื่องเขียนให้กับเด็กและเยาวชน โดยทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย  นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน  นายยุทธนา ทาโคตร์ รักษาการหัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย นายสุชีพ บุญเส็ง หัวหน้าแผนกอาสาสมัคร นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่  และอาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายกวินรัฏฐ์ ยศอมรสุนทร (หยวน-กวินรัฏฐ์) นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล (แพรว พัชรมัย) นางสาวพรชดา วราพชระ (มะเหมี่ยว-พรชดา) ฯลฯ กระจายกำลังสร้างความสุขให้กับประชาชนทั้ง 2 แห่ง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น 




พร้อมกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดโครงการ "ป่อเต็กตึ๊ง สร้างสุข ใส่ใจ ผู้สูงวัย" ลงพื้นที่มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น อาทิ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป น้ำยาฆ่าเชื้อโรค แผ่นรองซับ ผงซักฟอก ทิชชูเปียก ปิโตรเลียมเจลลี่ (สำหรับผู้ป่วยติดเตียง) ให้แก่ผู้สูงวัย ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุปทุมธานี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จ.ปทุมธานี สถานสงเคราะห์หญิงชราไร้ที่พึ่ง บ้านสุทธาวาส เฉลิมพระเกียรติฯ จ.นครนายก ศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุ คามิลเลียน จ.ปราจีนบุรี สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อลำใยอุปถัมภ์) จ.กาญจนบุรี สถานสงเคราะห์คนชรานครปฐม และสถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) จ.นครปฐม สถานสงเคราะห์คนชราบ้านเขาบ่อแก้ว จ.นครสวรรค์ และ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ จ.พระนครศรีอยุธยา รวม 10 แห่ง คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 634,580 บาท (หกแสนสามหมื่นสี่พันห้าร้อยแปดสิบบาทถ้วน) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้สูงวัย เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2569



เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอให้ทุกท่านเดินทางขับขี่ปลอดภัย ท่องเที่ยวโดยสวัสดิภาพตลอดช่วงเทศกาล ทั้งนี้ หากท่านพบ ประสบเหตุฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนและแอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๊ง 1418 ทุกที่ ทั่วประเทศ ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ววันนี้ ทั้งในระบบ Play Store และ App Store 

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569

สงกรานต์ 2569 เดินทางคึกคัก “ค้าภายใน” ลุยตรวจหัวจ่ายน้ำมัน–เครื่องชั่ง สกัดฉวยโอกาสซ้ำเติมค่าครองชีพ

 สงกรานต์ 2569 เดินทางคึกคัก “ค้าภายใน” ลุยตรวจหัวจ่ายน้ำมัน–เครื่องชั่ง สกัดฉวยโอกาสซ้ำเติมค่าครองชีพ




กคัก “ค้าภายใน” ลุยตรวจหัวจ่ายน้ำมัน–เครื่องชั่ง สกัดฉวยโอกาสซ้ำเติมค่าครองชีพ




นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่งผลให้การใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลเรื่องค่าครองชีพจากปัจจัยต้นทุนที่ผันผวน โดยเฉพาะสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก กรมการค้าภายในจึงเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าและบริการ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสปรับราคาหรือเอาเปรียบผู้บริโภค โดยอ้างต้นทุนน้ำมันหรือสถานการณ์เศรษฐกิจ



ทั้งนี้ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. บรมราชชนนี 97 และตลาดสดธนบุรี โดยเน้นกำกับดูแลทั้งด้านราคาสินค้าและความเที่ยงตรงของเครื่องชั่งตวงวัด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนในการซื้อขายและใช้บริการ


เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 ครอบคลุมเครื่องชั่งในตลาดสด เครื่องชั่งกระเป๋าในท่าอากาศยาน และมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานีบริการ เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มีการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งตรวจสอบการแสดงราคาน้ำมันให้ตรงกันระหว่างป้ายหน้าสถานีและหน้าหัวจ่าย เพื่อป้องกันความสับสนและการเอาเปรียบผู้บริโภค


ผลการตรวจสอบ ณ วันที่ 10 เมษายน 2569 ในภาพรวมทั่วประเทศ พบว่า ได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันแล้ว 2,406 สถานี รวม 48,557 หัวจ่าย พบมาตรวัดสิ้นอายุคำรับรองจำนวน 122 หัวจ่าย ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ สมุทรปราการ นนทบุรี นครศรีธรรมราช เพชรบุรี และสุรินทร์ โดยได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับรวมเป็นเงิน 80,000 บาท


ขณะที่การตรวจสอบเครื่องชั่งกระเป๋าในท่าอากาศยาน ดำเนินการแล้ว 30 แห่ง ใน 29 จังหวัด รวม 1,067 เครื่อง พบว่ามีความเที่ยงตรงตามมาตรฐาน ส่วนการตรวจสอบเครื่องชั่งในตลาดสดจำนวน 17,509 เครื่อง พบเครื่องชั่งผิดกฎหมาย 35 เครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เพื่อทำลายทั้งหมด เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้งานซ้ำ



นางสาวญาณี กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนสามารถสังเกตเครื่องชั่งเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง เช่น เครื่องชั่งสปริงต้องตั้งศูนย์ก่อนใช้งาน หน้าปัดชัดเจน เข็มไม่ค้างหรือแกว่งผิดปกติ ส่วนเครื่องชั่งดิจิทัลต้องแสดงค่าเป็นศูนย์ก่อนชั่ง และมีสติกเกอร์คำรับรองจากเจ้าหน้าที่ สำหรับเครื่องชั่งในสนามบินจะมีเครื่องชั่งกลางให้ตรวจสอบเปรียบเทียบได้

ในส่วนของการเติมน้ำมัน ขอให้ประชาชนตรวจสอบราคาที่ป้ายหน้าสถานีให้ตรงกับราคาหน้าหัวจ่าย และสังเกตสติกเกอร์คำรับรองซึ่งมีอายุ 1 ปี โดยวันที่บนสติกเกอร์คือวันหมดอายุการรับรอง หากพบความผิดปกติสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่หรือร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศ


ทั้งนี้ กรมการค้าภายในย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ห้ามใช้เครื่องชั่งหรือมาตรวัดที่ไม่ผ่านการรับรอง หรือดัดแปลงแก้ไขโดยเด็ดขาด โดยมีโทษทั้งจำและปรับตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและสร้างความเป็นธรรมในระบบการค้าในช่วงเทศกาลสำคัญนี้

กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทยหนุนคุ้มครองงานดีไซน์ ต่อยอดผ้าไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

 กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทยหนุนคุ้มครองงานดีไซน์ ต่อยอดผ้าไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์



​กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริมการคุ้มครอง “ผ้าไทย” ในมิติทรัพย์สินทางปัญญา ควบคู่กับการผลักดันการใช้ประโยชน์เชิงสร้างสรรค์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับยุคสมัย ปลุกกระแสความภาคภูมิใจในการสวมใส่ผ้าไทย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่วัฒนธรรมไทยได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ถือเป็นโอกาสในการนำเสนอเอกลักษณ์ไทยสู่สายตานานาชาติ

 


​นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสการแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากโครงการและการรณรงค์ต่างๆ อาทิ โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา การรณรงค์ “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” และเทรนด์การแต่งกายร่วมสมัย “ห่มสไบใส่ยีนส์” เป็นต้น สะท้อนความตื่นตัวของผู้คนในสังคมที่หันมาให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การสวมใส่ผ้าไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในพิธีการหรือโอกาสพิเศษ แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างหลากหลาย กลายเป็นไอเท็มที่มีความสนุก สดใส และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น กระแสดังกล่าวได้สร้างแรงกระเพื่อมไปยังอุตสาหกรรมแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทย ผลักดันให้ช่างฝีมือ นักออกแบบ และผู้ผลิตผ้าไทยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบลวดลายใหม่ๆ เพื่อให้เกิดผลงานสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์

 



​กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งส่งเสริมให้การแต่งกายด้วยผ้าไทยเป็นมากกว่ากระแสในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่เป็นการสร้างความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยผ้าไทยถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญา รากเหง้า วิถีชีวิต และความหลากหลายของชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและนักออกแบบไทย และการผลักดันให้ผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้เข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา จะเป็นการสร้างหลักประกันทางกฎหมายและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันในระยะยาว โดยจะช่วยปกป้อง “องค์ความรู้และภูมิปัญญาการผลิตแบบดั้งเดิม” ผ่านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งปัจจุบันกรมฯ ได้ขึ้นทะเบียน GI ผ้าไทยแล้ว 19 รายการ อาทิ ผ้าตีนจกแม่แจ่ม (เชียงใหม่) ผ้าฝ้ายทอผสมขนแกะบ้านห้วยห้อม (แม่ฮ่องสอน) ผ้าไหมยกดอกลำพูนผ้าครามธรรมชาติสกลนคร ผ้าไหมปักธงชัย (นครราชสีมา) ผ้าไหมมัดหมี่ซิ่นตีนแดงบุรีรัมย์ ผ้าหมักโคลนหนองสูง (มุกดาหาร) ผ้าทอนาหมื่นศรี (ตรัง) เป็นต้น รวมทั้งปกป้อง “ผลงานสร้างสรรค์ใหม่” ผ่านการคุ้มครองลิขสิทธิ์และจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

 




​นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังเดินหน้าประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากลไกการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพและส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการถ่ายทอดความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ชุมชนผู้ผลิต อาทิ การสร้างแบรนด์ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ และการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ เป็นต้น การต่อยอดงานออกแบบร่วมสมัยที่ยังคงอัตลักษณ์ไทยและสามารถพัฒนาเป็นสินค้าในตลาดได้จริง ตลอดจนการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ขยายโอกาสทางการตลาด และเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าและวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน

 







​โดยเมื่อเร็วๆ นี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีการหารือร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ถึงแนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลระดับชาติ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทยและชุดไทยในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการออกแบบลวดลาย การพัฒนาเทคนิคการทอ และข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการอ้างอิง และสนับสนุนผู้ประกอบการ นักออกแบบ และชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับคุณค่าและความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างเป็นระบบ โดยการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการผลักดันชุดไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย โดยกระทรวงวัฒนธรรม อยู่ระหว่างการเสนอขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ต่อ UNESCO โดยมุ่งเน้นการนำเสนอคุณค่าเชิงองค์ความรู้ งานช่างฝีมือ และวิถีการแต่งกายที่สะท้อนอัตลักษณ์ของไทยไว้อย่างรอบด้าน

 

 

---------------------

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569

“ธนบุรีพานิช” เดินเกม CRM พรีเมียม จัด “Refined Movement”เชื่อมโลกยนตรกรรม Mercedes-AMG สู่ไลฟ์สไตล์ สร้าง Brand Engagement ลูกค้าระยะยาว

 “ธนบุรีพานิช” เดินเกม CRM พรีเมียม จัด “Refined Movement”เชื่อมโลกยนตรกรรม Mercedes-AMG สู่ไลฟ์สไตล์ สร้าง Brand Engagement ลูกค้าระยะยาว

บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด ผู้นำธุรกิจยานยนต์ไทย ผู้บุกเบิกการประกอบและผู้แทนจำหน่าย Mercedes-Benz มากว่า 85 ปี พร้อม 4 สาขาทั่วกรุงเทพมหานคร เดินหน้ากลธนบุรีพานิช” พลิกเกม CRM ลักชัวรี


จาก ‘เจ้าของรถ’ สู่ ‘เจ้าของไลฟ์สไตล์’ ผ่าน “Refined Movement”**

ในยุคที่ตลาดรถยนต์ลักชัวรีไม่ได้แข่งขันกันที่ “ผลิตภัณฑ์” เพียงอย่างเดียว แต่ขยับสู่การแข่งขันด้าน “ประสบการณ์” และ “ความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า” บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด กำลังสะท้อนบทบาทใหม่ของดีลเลอร์ Mercedes-Benz 

ในฐานะ Luxury Experience Curator ผ่านการเดินเกม CRM เชิงกลยุทธ์ที่ลึกกว่าการขาย ล่าสุด ธนบุรีพานิชจัดกิจกรรม “Refined Movement” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์สำหรับลูกค้า แต่คือ “โมเดลการสร้าง Brand Preference ระยะยาว” ผ่านการผสานโลกของ Mercedes-AMG เข้ากับไลฟ์สไตล์สุขภาพและ Well-being สะท้อนการตีความใหม่ของคำว่า “Performance” ที่ไม่ใช่แค่สมรรถนะของรถ แต่รวมถึง “สมรรถนะของชีวิต”

จาก Product Experience → Lifestyle Integration

Refined Movement” ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Holistic Luxury Experience โดยร่วมมือกับ Curve BKK และ Stanley เพื่อสร้าง Ecosystem ของไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงกับตัวตนของลูกค้าระดับบน (High-Value Customers) ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่สะท้อนการใช้ชีวิตยุคใหม่ของกลุ่มลูกค้า ตั้งแต่คลาสโยคะ ฟิตเนส เวิร์กช็อป “Matcha 101” ไปจนถึงอาหารสุขภาพทั้งหมดถูกออกแบบให้“แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตจริง” ของลูกค้าไม่ใช่เพียงอยู่ในโชว์รูมหรือโฆษณา

Mercedes-AMG: เมื่อ Performance กลายเป็น Lifestyle Language

อีกหนึ่งแกนสำคัญของงานคือการนำเสนอ Mercedes-AMG ผ่านการจัดแสดงไลน์อัพสมรรถนะสูง ได้แก่ AMG G63 4x4, AMG CLE53, AMG GLE53 และ AMG SL43 แต่สิ่งที่แตกต่างไม่ใช่ “การโชว์รถ” แต่คือการวาง AMG ให้เป็น “ภาษาของไลฟ์สไตล์” ที่สอดคล้องกับ mindset ของลูกค้ารุ่นใหม่ ซึ่งมองความลักชัวรีผ่านประสบการณ์ การดูแลตัวเอง และ identity มากกว่าสถานะเพียงอย่างเดียว


CRM ใหม่ของตลาดลักชัวรี: จาก Transaction → Lifetime Relationship

นายปภณ วิริยะพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ลูกค้าไม่ได้เลือกแบรนด์จากตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เลือกจากความรู้สึกและประสบการณ์ที่แบรนด์สร้างให้กลยุทธ์ CRM ของเราจึงไม่ได้มุ่งแค่การขาย แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว โดยทำให้แบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกค้าในทุกมิติ” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของ CRM ในตลาดลักชัวรี

จากระบบบริหารลูกค้า (Customer Management) สู่การเป็น Customer Relationship Ecosystem ที่เน้น 

ความต่อเนื่องของประสบการณ์” มากกว่าการสื่อสารเป็นครั้งคราวยุทธ์การตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing) ร่วมกับ Curve BKK สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ และ Stanley (สแตนลีย์) แบรนด์กระติกน้ำไลฟ์สไตล์ระดับโลก 

จัดกิจกรรม CRM สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Refined Movement” มุ่งสร้างความผูกพันกับกลุ่มลูกค้าระดับบน (High-Value Customers) โดยผสาน “ยนตรกรรมสมรรถนะสูง” เข้ากับ “ไลฟ์สไตล์พรีเมียม” เพื่อยกระดับ Brand Engagement และ Customer Loyalty ในระยะยาว

กิจกรรมดังกล่าวถูกออกแบบให้สะท้อน DNA ของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงสมรรถนะของรถยนต์ แต่ขยายสู่ “คุณภาพชีวิต” ของผู้ครอบครอง โดยภายในงาน ธนบุรีพานิชได้คัดสรรกิจกรรมไลฟ์สไตล์สุขภาพ อาทิ คลาสโยคะและการออกกำลังกาย ร่วมกับเวิร์กช็อป “Matcha 101” ตลอดจนการนำเสนออาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์แบบ Holistic Lifestyle ให้กับลูกค้า

ในมิติของผลิตภัณฑ์ (Product Experience) ภายในงานยังมีการจัดแสดงยนตรกรรมจากตระกูล Mercedes-AMG ได้แก่ AMG G63 4x4, AMG CLE53, AMG GLE53 และ AMG SL43 ซึ่งถือเป็นไลน์อัพสมรรถนะสูงที่สะท้อนภาพลักษณ์ Performance Luxury ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับยนตรกรรมระดับไอคอน พร้อมตอกย้ำ Positioning ของ Mercedes-AMG ในตลาดรถหรูสมรรถนะสูง

นายปภณ วิริยะพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด กล่าวว่า “กลยุทธ์ CRM ของธนบุรีพานิช มุ่งสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ผ่านประสบการณ์ที่มากกว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์ 

‘Refined Movement’ คือการต่อยอดจาก Product Experience ไปสู่ Lifestyle Experience เพื่อให้ลูกค้าเกิดความผูกพันกับแบรนด์ในทุกมิติ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของตลาดรถลักชัวรีในปัจจุบัน”

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของธนบุรีพานิชในฐานะผู้นำดีลเลอร์ Mercedes-Benz ที่ให้ความสำคัญกับ “Customer-Centric Strategy” โดยปัจจุบันบริษัทมีโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร 4 แห่ง ได้แก่ ลุมพินี งามวงศ์วาน ราชดำเนิน และบางพลัด พร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาฐานลูกค้าในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม


ซินโครตรอน-มทร.อีสาน พร้อมเป็นเจ้าภาพงานใหญ่ Siam Physics Congress 2026 รวมนักฟิสิกส์นานาชาติ ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคใหม่

 ซินโครตรอน-มทร.อีสาน พร้อมเป็นเจ้าภาพงานใหญ่ Siam Physics Congress 2026 รวมนักฟิสิกส์นานาชาติ ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคใหม่  


ประชุมวิชาการระดับนานาชาติทางด้านฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Siam Physics Congress 2026 (SPC2026) กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 20-22 พฤษภาคม 2569 ณ ริมชายหาดหัวหิน โดยสมาคมฟิสิกส์ไทย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เพื่อผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยีอนาคต และเป็นเวทีสร้างเครือข่ายให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาความท้าทายของโลกในปัจจุบันและอนาคต

นครราชสีมา – สมาคมฟิสิกส์ไทย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการฟิสิกส์ระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 21 หรือ Siam Physics Congress 2026 (SPC2026) ระหว่างวันที่ 20 - 22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี ภายใต้แนวคิด “ผสานพลังฟิสิกส์ สร้างสรรค์นวัตกรรม สู่ความยั่งยืน” (Empowering Physics for Creativity and Sustainability) เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของฟิสิกส์ในการตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคใหม่  

ดร.พินิจ กิจขุนทด ประธานคณะกรรมการจัดงาน (Organizing Committee) และหัวหน้าฝ่ายวิจัยและประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอน สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “งาน SPC2026 ในปีนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวมตัวเหล่านักฟิสิกส์ นักวิจัย คณาจารย์ และนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางฟิสิกส์ในหลากหลายสาขา อาทิ ฟิสิกส์พลังงานสูงและเครื่องเร่งอนุภาค เทคโนโลยีควอนตัม ดาราศาสตร์ ไปจนถึงฟิสิกส์วัสดุ พลังงานสะอาด และอื่นๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม New S-Curve ของประเทศไทย”  


ไฮไลท์ของงานประชุม SPC2026 มีการบรรยายพิเศษจากวิทยากรชั้นนำโดยนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่จะมาอัปเดตเทคโนโลยีด้านฟิสิกส์ล่าสุด อาทิ การบรรยายพิเศษโดย Prof. Dr. Yeukuang Hwu จาก Shanghai Advanced Research Institute, Chinese Academy of Science ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีการสร้างภาพแผนที่การสื่อสารของสมองภายใต้โครงการ SYNAPSE ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิกในการสร้างแผนที่สมองสามมิติเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจโรคทางสมองในอนาคต

“อีกทั้งยังมีการบรรยายเกี่ยวกับการขับเคลื่อนศักยภาพของเทคโนโลยีไทยและคนไทยด้วยดาราศาสตร์ การบรรยายเรื่องเทคโนโลยีกราฟีนเพื่อพัฒนาเซนเซอร์และการกักเก็บพลังงานยุคใหม่ และการบรรยายเกี่ยวกับวัสดุพลังงานสมัยใหม่ที่ช่วยให้ประเทศไทยมีความยั่งยืนด้านพลังงานในอนาคต นอกจากนี้การประชุม SPC2026 ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้นำเสนอผลงานสู่สายตาสากลทั้งในรูปแบบบรรยายและโปสเตอร์ รวมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริง” 




"งาน SPC2026 ไม่เพียงแต่เป็นเวทีวิชาการ แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ให้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยแก้ปัญหาความท้าทายของโลกในปัจจุบันและอนาคต" ดร.พินิจ กิจขุนทด ประธานคณะกรรมการจัดงาน SPC2026 กล่าวปิดท้าย

 


สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://spc2026.thaiphysoc.org/ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/SiamPhysicsCongress2026