วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ARDA จับมือ ฟาร์มเอ็กซ์โป เปิดฉาก “AGRITHON by ARDA Season 3”ดึงเกษตรกร-สตาร์ทอัพทั่วไทย ชิงงบวิจัย-ลงทุนกว่า 100 ล้านบาทสร้างนวัตกรรมยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไทย

 ARDA จับมือ ฟาร์มเอ็กซ์โป เปิดฉาก “AGRITHON by ARDA Season 3”ดึงเกษตรกร-สตาร์ทอัพทั่วไทย ชิงงบวิจัย-ลงทุนกว่า 100 ล้านบาทสร้างนวัตกรรมยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไทย

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA ร่วมกับ ฟาร์มเอ็กซ์โป เดินหน้าขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง เปิดเวทีการแข่งขันนวัตกรรม “AGRITHON by ARDA Season 3” พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อย่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, กลุ่มบริษัท ซี แอล พี (CLP Group) และการยางแห่งประเทศไทย (Rubber Authority of Thailand) เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์เกษตรกรไทยในยุคใหม่ เปิดโอกาสให้เกษตรกร นักวิจัย นักศึกษา สตาร์ทอัพ และผู้พัฒนานวัตกรรมจากทั่วประเทศ ร่วมนำเสนอผลงาน สร้างสรรค์โซลูชันใหม่ ๆ ต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคการเกษตร พร้อมโอกาสคว้างบสนับสนุนงานวิจัยและการลงทุนรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ยกระดับภาคการเกษตรของประเทศไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต


ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า การแข่งขันนวัตกรรม “AGRITHON by ARDA Season 3 ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการแรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรมงานวิจัยใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และสามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างตรงจุด และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว ทั้งในมิติของรายได้ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม”

จากความสำเร็จของการจัดแข่งขัน 2 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมแข่งขัน รวมกว่า 200 ผลงาน และมีผลงานจำนวนไม่น้อยที่ ARDA  ได้ต่อยอดสนับสนุนทุนเป็นโครงการวิจัยที่สามารถนำไปใช้จริงในพื้นที่เช่น  โครงการพัฒนาการจัดการกาแฟ อะราบิก้า ด้วยปุ๋ยสั่งตัด และเทคโนโลยีเกษตรแม่นยํา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ดอยช้าง และดอยแม่สลอง  

โดยจุดเด่นคือการนำดินในพื้นที่นำร่องจังหวัดเชียงรายมาตรวจวิเคราะห์ดินและออกแบบปุ๋ยให้เหมาะสมกับพื้นที่แต่ละแปลงของเกษตรกร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เกษตรกรเข้าใจพฤติกรรมการใช้ธาตุอาหารของพืช และนำไปสู่การจัดการปุ๋ยที่แม่นยำยิ่งขึ้น โดยผลการทดลองพบว่า ปุ๋ยสั่งตัดให้ผลดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านการเจริญเติบโตของต้น ผลผลิต และคุณภาพโดยคุณภาพเมล็ดกาแฟจากพื้นที่ดำเนินโครงการได้ผลผลิตเมล็ดกาแฟอยู่ในระดับ Premium Commercial Grade ซึ่งมีศักยภาพเข้าใกล้ระดับ Specialty Coffee เป็นต้น

สำหรับ “AGRITHON by ARDA Season 3” นี้   เราไม่ได้มองว่าเป็นแค่เวทีแข่งขัน แต่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับ คนที่อยากเปลี่ยนไอเดียให้เกิดขึ้นจริง สำหรับผู้ที่มีแนวคิด มีเทคโนโลยี หรืออยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาภาคเกษตรไทย นี่คือเวทีที่เปิดให้คุณได้แสดงศักยภาพ และมีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดจริง

นายนรบดี ผดุงเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด ผู้จัดการแข่งขันนวัตกรรม AGRITHON by ARDA กล่าวว่า “การจัด AGRITHON by ARDA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือในการพัฒนาภาคการเกษตรไทย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าผลงานในแต่ละปีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตร ทั้งในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความต้องการของเกษตรกรไทยในแต่ละช่วงเวลา ทำให้สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และใช้งานได้จริง การแข่งขันในปีนี้จึงมุ่งสร้างโอกาสให้ผู้พัฒนานวัตกรรมได้เชื่อมโยงกับเกษตรกร ภาคธุรกิจ และตลาด เพื่อให้เกิดการนำไปใช้จริงในวงกว้าง และช่วยยกระดับภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน”

โดยผู้เข้าร่วมการแข่งขันนวัตกรรม “AGRITHON by ARDA Season 3” มีโอกาสชิงทุนวิจัยและเงินร่วมลงทุนรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท พร้อมโอกาสในการจัดแสดงผลงานและนวัตกรรมในงาน “ฟาร์มเอ็กซ์โป 2026” มหกรรมเกษตรในร่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ของประเทศไทย ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้พัฒนานวัตกรรมกับภาคธุรกิจและตลาด อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนจากภาคเอกชนและองค์กรพันธมิตร ตลอดจนได้รับคำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านธุรกิจและการตลาดจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน

เวทีการแข่งขันนวัตกรรม “AGRITHON by ARDA Season 3” ยังคงเน้นการคัดเลือกผลงานที่มีทั้งความคิดสร้างสรรค์และความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง โดยพิจารณาจากหลายมิติ ทั้งการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ความต้องการของตลาด และความสามารถในการขยายผลในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ทีมที่ผ่านเข้ารอบได้นำเสนอผลงานผ่านรายการ Farm Expo TV ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ช่อง32 เริ่มออกอากาศ 10 พฤษภาคม นี้ เวลา 13.00-13.45 เพื่อเผยแพร่นวัตกรรมสู่สาธารณชน และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรไทย

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน AGRITHON by ARDA Season 3 ได้ที่ www.agrithon.com ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มิถุนายน 2569 สอบถามรายละเอียดได้ที่ FB ARDA และ Facebook Farm Expo Thailand หรือ Line: @agrithon

​#แอกริธอน #Agrithon #AgrithonbyArda #มหกรรมเกษตรในร่มกลางกรุงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย #โตโยต้าฟาร์มเอ็กซ์โป2026 #farmexpo #toyotafarmexpo2026 #farmexpothailand

วศ. เดินหน้าขับเคลื่อนลมใต้ปีกนวัตกรรมไทยสู่ภาคเหนือ จัดสัมมนา “มาตรฐานและการรับรอง”ต่อยอดความร่วมมือ 5 หน่วยงานรัฐ หนุนนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์

 วศ. เดินหน้าขับเคลื่อนลมใต้ปีกนวัตกรรมไทยสู่ภาคเหนือ จัดสัมมนา “มาตรฐานและการรับรอง”ต่อยอดความร่วมมือ 5 หน่วยงานรัฐ หนุนนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์

​      วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดสัมมนาวิชาการหัวข้อ “มาตรฐานและการรับรอง” ลมใต้ปีกนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์ : ภาคเหนือ โดยมี ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นประธานเปิดงาน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้าน “มาตรฐานและการรับรอง” ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่างานวิจัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและนักลงทุน ตลอดจนผลักดันนวัตกรรมไทยให้สามารถพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ณ โรงแรมวินทรี ซิตี้ รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่



      ภายในงานมีการมอบใบรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์แก่ผู้ประกอบการที่มีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.พจมาน ท่าจีน กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.)

ศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นายญาณพล ขาวพลศรี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เภสัชกร ธนพัฒน์ เลาวหุตานนท์ สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (สทนว.) นายกฤตภาส คงรัตน์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) และ รศ.ดร.จุฬาลักษณ์ เขมาชีวะกุล อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) รวมถึงเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัย เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐานที่ตอบโจทย์ทิศทางอนาคตของประเทศไทย


      ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดี วศ. กล่าวว่า กิจกรรมในพื้นที่ภาคเหนือครั้งนี้เป็นการสานต่อความร่วมมือจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “ความร่วมมือการพัฒนามาตรฐาน เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์” เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์บริการได้ร่วมมือกับ 4 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) เพื่อบูรณาการการทำงานด้านวิจัย มาตรฐาน การกำกับดูแลและการส่งเสริมนวัตกรรมร่วมกันอย่างเป็นระบบ


       นอกจากนี้ วศ. ได้มีความร่วมมือกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงานวิจัยและนวัตกรรมของนักวิจัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนามาตรฐานควบคู่กับกระบวนการวิจัยและพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับการรับรองคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและนักลงทุน และเพิ่มโอกาสให้นวัตกรรมไทยสามารถเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ




      ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์บริการและหน่วยงานพันธมิตรพร้อมทำหน้าที่เป็น “ลมใต้ปีก” ในการผลักดันมาตรฐานและการรับรองให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมไทย และยกระดับประเทศไทยสู่การแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน


#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา #ลมใต้ปีก #เชียงใหม่

กรมบังคับคดีร่วมออกบูทนิทรรศการในงานมหกรรมการเงิน “MONEY EXPO 2026” ภายใต้ แนวคิด“LED SMART PARTNER” เปลี่ยนเรื่องหนี้ให้เป็นเรื่องง่าย พร้อมช่วยลูกหนี้จบปัญหาครบวงจร

 กรมบังคับคดีร่วมออกบูทนิทรรศการในงานมหกรรมการเงิน “MONEY EXPO 2026” ภายใต้ แนวคิด“LED SMART PARTNER” เปลี่ยนเรื่องหนี้ให้เป็นเรื่องง่าย พร้อมช่วยลูกหนี้จบปัญหาครบวงจร

นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า กรมบังคับคดีได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ MONEY EXPO 2026 BANGKOK ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 ณ บูธกรมบังคับคดี อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 - 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“LED SMART PARTNER” พาร์ทเนอร์อัจฉริยะเพื่อประชาชน

กรมบังคับคดีในปีนี้ มาพร้อมภาพลักษณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด “LED SMART PARTNER : พาร์ทเนอร์อัจฉริยะ คู่คิดที่ทำให้เรื่องซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่าย” เพื่อตอกย้ำว่ากรมบังคับคดีคือ "จุดเริ่มต้นใหม่ของคุณ" ในทุกสถานการณ์หนี้ โดยเน้นการบริการ 3 ด้านหลัก:


ให้ความรู้: ไขข้อสงสัยกฎหมายบังคับคดีให้เข้าใจง่าย


คลี่คลายหนี้สิน: เปิดพื้นที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีเพื่อหาทางออกที่ยุติธรรม


ความมั่นคงระยะยาว: ช่วยวางแผนและปรับมุมมองการเงินเพื่อความยั่งยืน

เชิญชวนร่วมกิจกรรมสำหรับประชาชนที่มีปัญหาด้านหนี้สิน หรือต้องการปรึกษากฎหมาย สามารถแวะมาที่บูธกรมบังคับคดีได้จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ 

ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป


"กรมบังคับคดี...โอกาสใหม่ในการเปลี่ยนมุมมองการเงินของคุณ"


สอบถามเพิ่มเติม: สายด่วนกรมบังคับคดี 1111 กด 79 หรือ www.led.go.th

#กรมบังคับคดี #เริ่มต้นใหม่ #ปลดล็อกหนี้ #MoneyExpo2026

#LEDSmartPartner #นวัตกรรมแก้หนี้ #SmartPartner #แก้หนี้อย่างยั่งยืน #ความรู้ทางการเงิน #ทางออกปัญหาหนี้ #วางแผนการเงิน #บังคับคดีเรื่องง่าย #ปรึกษาฟรี #คุยเรื่องหนี้ #กรมบังคับคดี #กรมบังคับคดีช่วยได้ 

ส.ก.เขตลาดพร้าว ณภัค เพ็งสุข ฉีกความเชื่อ เลือกตั้งครั้งใหม่ ไม่ติดป้ายหาเสียง ลดการกีดขวางทางเท้า การบดบังวิสัยทัศน์ การจราจรของประชาชน

 ส.ก.เขตลาดพร้าว ณภัค เพ็งสุข ฉีกความเชื่อ เลือกตั้งครั้งใหม่  ไม่ติดป้ายหาเสียง ลดการกีดขวางทางเท้า การบดบังวิสัยทัศน์ การจราจรของประชาชน 

วันที่ 8 พ.ค. มีรายงาน ว่า นายณภัค เพ็งสุข ส.ก.เขตลาดพร้าว โพสต์ facebook ส่วนตัวระบุว่า ในการเลือกตั้ง ส.ก. ครั้งนี้ ผมได้รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนเรื่องที่จะ “ไม่ติดป้ายหาเสียง” เพื่อไม่สร้างภาระและสร้างความกีดขวางต่อพี่น้องประชาชน ทั้งบนทางเท้า การสัญจร และทัศนวิสัยบนท้องถนน โดยมีจุดมุ่งหมายคือ

1. ในทุกการเลือกตั้ง จะมีบอร์ดประชาสัมพันธ์รายชื่อและรูปผู้สมัครติดตั้งอยู่บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้งอยู่แล้ว เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครได้ก่อนลงคะเเนนเสียง


2. เพื่อลดอุปสรรคต่อการสัญจรของประชาชน ทั้งการกีดขวางทางเท้า การบดบังทัศนวิสัย และการมองเห็นการจราจร ซึ่งในหลายพื้นที่ป้ายหาเสียงจำนวนมากอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้ถนนของประชาชน


3. เพื่อลดปริมาณขยะและการใช้ทรัพยากรแบบใช้แล้วทิ้ง โดยในทุกการเลือกตั้งมักมีป้ายหาเสียงจำนวนมากที่กลายเป็นขยะหลังจบการเลือกตั้ง ทั้งโครงสร้าง เเผ่นพลาสติก(Vinyl) และวัสดุต่าง ๆ ซึ่งสร้างภาระต่อการจัดเก็บและสิ้นเปลืองทรัพยากร


4. การไม่ติดป้ายหาเสียงครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าประมาทคู่แข่งหรือชะล่าใจต่อการแข่งขันทางการเมือง แต่เป็นความตั้งใจที่จะสะท้อนเจตนารมณ์ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอีกแนวทางหนึ่ง แม้จะเริ่มต้นจากพื้นที่เล็ก ๆ แต่ผมเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มได้จากการลงมือทำ

"และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จะเป็นเเรงผลักดันทำให้ผมและทีมงานต้องขยันลงพื้นที่และทำงานให้หนักมากยิ่งขึ้น เพื่อเข้าถึงพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม และทุกพื้นที่ รับฟังทุกปัญหา พูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด และทำงานการเมืองให้เข้าถึงประชาชน มากกว่าการสื่อสารผ่านป้ายหาเสียงเพียงอย่างเดียว


ผมเชื่อว่าการเริ่มต้นทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ควรเริ่มต้นจากการสร้างภาระหรือผลกระทบให้กับประชาชนและพื้นที่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ป้ายหาเสียงก็ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเข้าถึงประชาชน และเป็นสิทธิในการสื่อสารทางการเมืองของผู้สมัครทุกคนเช่นกัน" นายณภัค ระบุ


โดยหลังจากที่เจ้าตัวโพสต์ facebook ระบุถึงการปฏิรูปวิธีการหาเสียง ซึ่งเลือกที่จะไม่ใช้ป้ายประชาสัมพันธ์ไปติดตัังตามเสา พื้นที่สาธารณะข้างทาง ให้รกและบดบังทัศนียภาพเหมือนการเลือกตั้งทุกสนามที่ผู้สมัครคนไทยใช้เป็นวิธีหลักในอดีตนั้น ทำให้มีประชาชนเข้ามาสนใจและร่วม comment ในโพสต์ดังกล่าวจำนวนมาก.


สยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง ฟินเทคไทย ระดมทุน Series A มูลค่า 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เดินหน้าขยายธุรกิจสินเชื่อดิจิทัลด้วย AI ในประเทศไทย

 สยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง ฟินเทคไทย ระดมทุน Series A มูลค่า 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เดินหน้าขยายธุรกิจสินเชื่อดิจิทัลด้วย AI ในประเทศไทย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 30 เมษายน 2569 – บริษัท สยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง จำกัด (Siam Digital Lending Co., Ltd. หรือ SiamDL) ผู้ให้บริการฟินเทคด้านสินเชื่อผู้บริโภคของไทย ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ชั้นนำระดับโลก

การระดมทุนครั้งนี้ได้รับความสนใจเกินกว่าที่คาดหมาย (Oversubscribed) โดยสามารถระดมทุนในรูปแบบทุน (Equity Capital) ได้รวมทั้งสิ้น 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัทบริหารกองทุนชั้นนำของเยอรมนี กลุ่ม Family Office จากเยอรมนี 2 แห่ง และบริษัทการลงทุนชั้นนำจากฮ่องกง

การระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของสยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง ในการเร่งขยายธุรกิจสินเชื่อดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Digital Lending) โดยบริษัทนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความรวดเร็ว และประสิทธิภาพของกระบวนการประเมินเครดิตและการอนุมัติสินเชื่อ พร้อมช่วยลดระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่ออย่างมีนัยสำคัญ เพื่อยกระดับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่โปร่งใสและสะดวกสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการไทย

ปัจจุบันสยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งในประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ สำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ขณะที่แอปพลิเคชันของบริษัทบน Apple App Store และ Google Play Store มียอดดาวน์โหลดแบบออร์แกนิกมากกว่า 300,000 ครั้ง และนับตั้งแต่เปิดให้บริการ มีลูกค้าในประเทศไทยยื่นขอสินเชื่อรวมแล้วมากกว่า 3,000 ล้านบาท หรือราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นาย Maxwell Meyer ผู้ก่อตั้ง SiamDL กล่าวว่า

เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งกับโอกาสในการส่งมอบผลิตภัณฑ์สินเชื่อระดับโลกให้แก่คนไทย ประเทศไทยมีประชากรมากกว่า 70 ล้านคน และถือเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้คนไทยที่ขยันทำงานสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราที่เป็นธรรม จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศและสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในอนาคต การระดมทุนครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถเดินหน้าภารกิจดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

บริษัทถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้าน Agentic AI โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อลดต้นทุนและระยะเวลาของกระบวนการปล่อยสินเชื่อ ระบบ AiTHENA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของสยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง สามารถวิเคราะห์ปัจจัยนับพันรายการเพื่อสร้างโปรไฟล์เครดิตของลูกค้า และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับประชาชนในวงกว้าง

นาย Andy Thienkosol ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง กล่าวว่า

ผ่านที่มา ต้นทุนถือเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับคนไทยที่ต้องการเข้าถึงสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เรามุ่งมั่นนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดต้นทุนและสร้างผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่คนไทยทั่วประเทศ ด้วยมูลค่าตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศไทยที่สูงกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เรามองว่าตลาดไทยมีศักยภาพสูงสำหรับการเปลี่ยนแปลงโดยสตาร์ทอัพที่ใช้แนวคิด AI-first ในการแก้ปัญหา

ทั้งนี้ การระดมทุนรอบดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในดีล Series A ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของอุตสาหกรรมฟินเทคในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน และสะท้อนถึงความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศที่มองประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมด้านสินเชื่อและการเงินสำหรับผู้บริโภค

เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุน และตั้งตารอที่จะใช้ประเทศไทยเป็นต้นแบบของศักยภาพใหม่ในโลกของสินเชื่อที่ขับเคลื่อนด้วย AI” นาย Thienkosol กล่าว

สยาม ดิจิทัล เลนดิ้ง ยังมีฐานนักลงทุนต่างชาติที่แข็งแกร่ง ซึ่งพร้อมสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นาง Ruth Mörkved ตัวแทนผู้ถือหุ้นจาก Santo Venture Capital และ Cloudberry Ventures กล่าวว่า

การระดมทุนครั้งสำคัญนี้ รวมถึงการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากทั้งนักลงทุนรายใหม่และนักลงทุนเดิม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อโมเดลธุรกิจ บริษัท และทีมงาน SiamDL เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเดินทางครั้งนี้ต่อไป และยิ่งมีพลังในการผลักดันขอบเขตใหม่ ๆ สร้างนวัตกรรม และกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SiamDL ได้ที่ www.siamdl.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

กรมการศาสนา (ศน.) จัดใหญ่ ประกวดสวดมนต์หมู่ฯ “ทำนองสรภัญญะ” 2569 ระดับประเทศ ปลูกฝังคุณธรรมเยาวชน สืบสานพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน

 กรมการศาสนา (ศน.) จัดใหญ่ ประกวดสวดมนต์หมู่ฯ “ทำนองสรภัญญะ” 2569 ระดับประเทศ ปลูกฝังคุณธรรมเยาวชน สืบสานพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน



เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเปิดการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ประเภททีม ๕ คน ประจำปี พ.ศ. 2569 ระดับประเทศ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร ครู อาจารย์ นักเรียน ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง



นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ผ่านกระบวนการสวดมนต์หมู่ ในรูปแบบทำนองสรภัญญะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยที่ทรงคุณค่า อีกทั้งยังช่วยปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เสริมสร้างความสามัคคี ความมีระเบียบวินัย และความกล้าแสดงออกในทางที่เหมาะสม






สำหรับการประกวดปีนี้ มีการคัดเลือกตัวแทนจากระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เข้าสู่เวทีการประกวดระดับประเทศ โดยมีเยาวชนเข้าร่วมประกวดอย่างคึกคัก รวมทั้งสิ้นกว่า 312 ทีม 2,808 คน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) ทั้งประเภททีมหญิงล้วน และทีมชายล้วน ประเภทละ 78 ทีม สะท้อนให้เห็นถึงพลังศรัทธาและความตื่นตัวในการสืบสานพระพุทธศาสนา ซึ่งการประกวดในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 ณ วัดชัยชนะสงคราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร โดยได้รับความร่วมมือจาก พระศรีรัตนวิมล เจ้าอาวาสวัดชัยชนะสงคราม รวมทั้งศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมวัดชัยชนะสงคราม และเครือข่ายสถานศึกษาทั่วประเทศ 



อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ เป็นศาสนพิธีที่สะท้อนถึงความงดงามของพระพุทธศาสนา ผ่านการสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะ อันก่อให้เกิดความสงบทางจิตใจ ความเลื่อมใสศรัทธา และการซึมซับหลักธรรมอย่างลึกซึ้ง ซึ่งกิจกรรมลักษณะนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เป็น “คนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ” ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ นอกจากนี้ กรมการศาสนายังมีนโยบายส่งเสริมให้สถานศึกษาทุกระดับจัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่มีความเข้มแข็งและมีคุณธรรมเป็นพื้นฐาน



นอกจากเยาวชนจะได้รับประสบการณ์ด้านการเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การทำงานเป็นทีม และการพัฒนาทักษะด้านความกล้าแสดงออกแล้ว ผลงานและประสบการณ์จากการเข้าร่วมการประกวด ยังสามารถนำไปต่อยอดจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio เพื่อใช้ประกอบการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยเสริมสร้างทั้งคุณธรรมและโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย




ทั้งนี้ ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศ จะได้รับโล่รางวัลและเกียรติบัตร เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการพัฒนาศักยภาพ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนทั่วประเทศ โดยสามารถติดตามผลการประกวดอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์กรมการศาสนา www.dra.go.th และ Facebook เพจกรมการศาสนา รวมถึง Facebook

เพจศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม วัดชัยชนะสงคราม


การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ คณะสงฆ์ และภาคสถานศึกษา ในการขับเคลื่อนงานด้านศาสนาและวัฒนธรรมให้เข้าถึงเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสืบสานคุณค่าทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ///

กรมวิทย์ฯ บริการ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการบาติกภาคใต้ฝั่งอันดามันด้วยนวัตกรรมปากกาจันติ้งไฟฟ้าแบบพกพา

 กรมวิทย์ฯ บริการ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการบาติกภาคใต้ฝั่งอันดามันด้วยนวัตกรรมปากกาจันติ้งไฟฟ้าแบบพกพา


    วันที่ 7 พฤษภาคม 2569  สถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชน  กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคณะทำงานของศูนย์บริหารกลาง ได้จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “เทคนิคการเขียนเทียนบนผืนผ้าด้วยปากกาจันติ้งไฟฟ้าแบบพกพา” ณ โรงแรมสแปลช บีช รีสอร์ท จังหวัดภูเก็ต  ซึ่งเป็นกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สำคัญในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมด้วยปากกาจันติ้งไฟฟ้าแบบพกพา ให้แก่ผู้ประกอบการ OTOP SMEs ผู้ประกอบการชุมชน และผู้ที่สนใจ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางอาภาพร สินธุสาร ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการอบรมดังกล่าว



       การจัดฝึกอบรมฯ ในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมอบรม จำนวน 80 คน ซึ่ง กรมวิทย์ฯ บริการ ได้ส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้แก่ผู้ประกอบการช่วย สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและทันต่อการแข่งขันในตลาด เสริมสร้างงานหัตถศิลป์ที่โดดเด่นของไทย

#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา

ARDA จับมือ ฟาร์มเอ็กซ์โป เปิดฉาก “AGRITHON by ARDA Season 3”ดึงเกษตรกร-สตาร์ทอัพทั่วไทย ชิงงบวิจัย-ลงทุนกว่า 100 ล้านบาทสร้างนวัตกรรมยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไทย

  ARDA จับมือ ฟาร์มเอ็กซ์โป เปิดฉาก “AGRITHON by ARDA Season 3”ดึงเกษตรกร-สตาร์ทอัพทั่วไทย ชิงงบวิจัย-ลงทุนกว่า 100 ล้านบาทสร้างนวัตกรรมยกระ...