วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569

“อธิบดีบุปผา” เสริมแกร่งแรงงานบุรีรัมย์ เดินหน้าสร้างทักษะ สร้างอาชีพ สร้างโอกาส

  “อธิบดีบุปผา” เสริมแกร่งแรงงานบุรีรัมย์ เดินหน้าสร้างทักษะ สร้างอาชีพ สร้างโอกาส

วันที่ 2 กันยายน 2569 นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิด “กิจกรรมส่งเสริมและยกระดับการพัฒนาฝีมือแรงงาน” ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 37 บุรีรัมย์ อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นางวาสิษฐี ระจิตดำรงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 37 บุรีรัมย์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้แทนสถานประกอบกิจการ ผู้ผ่านการฝึกอบรม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 37 บุรีรัมย์  จังหวัดบุรีรัมย์ 





นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังแรงงานให้มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมสนับสนุนทั้งสถานประกอบกิจการและประชาชนให้สามารถนำทักษะไปใช้ประโยชน์ได้จริง การสนับสนุนเงินกู้ยืมจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานจึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดภาระของสถานประกอบกิจการ และส่งเสริมการลงทุนด้านการพัฒนาทักษะลูกจ้าง ขณะที่การมอบเครื่องมือพื้นฐานชุดการฝึกเป็นการสนับสนุน “ทุนตั้งต้นของชีวิต” ให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้และทักษะไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความมั่นคงให้แก่ตนเองและครอบครัว



สำหรับการมอบเงินกู้ยืมจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในครั้งนี้ มีสถานประกอบกิจการจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับการสนับสนุน จำนวน 8 แห่ง รวมวงเงิน 7,901,600 บาท เป็นเงินกู้ยืมดอกเบี้ย 0% สำหรับนำไปใช้ในการพัฒนาทักษะลูกจ้าง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับกำลังแรงงาน ประกอบด้วย บริษัท โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ชูการ์เคน อีโคแวร์ จำกัด บริษัท ปุ๋ยตรากุญแจ จำกัด บริษัท บุรีรัมย์พลังงาน จำกัด บริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์ จำกัด บริษัท โฮมเมก้ามาร์ท จำกัด และบริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์พลัส จำกัด โดยได้รับวงเงินสนับสนุนระหว่าง 901,600–1,000,000 บาทต่อแห่ง


นอกจากนี้ ได้มอบเครื่องมือพื้นฐานชุดการฝึก หรือ “ชุดเครื่องมือทำมาหากิน” แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 60 คน จาก 3 รุ่น ได้แก่ หลักสูตรการตัดเย็บผลิตภัณฑ์จากผ้า รุ่นที่ 21 จำนวน 20 คน รุ่นที่ 22 จำนวน 20 คน และหลักสูตรการทำขนมเบเกอรี่มืออาชีพ รุ่นที่ 24 จำนวน 20 คน เพื่อให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมนำความรู้และทักษะไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และต่อยอดอาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม




อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ การ Kick-off ขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) สู่การปฏิบัติจริง โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 37 บุรีรัมย์ ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคคูเมือง และบริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) เปิดโอกาสให้พนักงานของบริษัทฯ นำประสบการณ์จากการทำงาน การฝึกอบรม และผลการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน มาเทียบโอนเป็นผลการเรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาเทคนิคการผลิต สามารถลดระยะเวลาเรียนได้ถึง 13 รายวิชา รวม 35 หน่วยกิต ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการศึกษา และเปิดโอกาสให้คนทำงานสามารถสะสมหน่วยกิต เพิ่มวุฒิการศึกษา และต่อยอดความก้าวหน้าในอาชีพ


จากนั้น อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมกิจกรรมและผลงานของผู้ผ่านการฝึกอบรมที่ประสบความสำเร็จจากการนำความรู้และทักษะไปต่อยอดในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ สะท้อนผลสำเร็จของการพัฒนาฝีมือแรงงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริง รวมทั้งการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถานศึกษา และภาคเอกชน เพื่อพัฒนากำลังแรงงานให้มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน

สพพ. เปิดการฝึกอบรม "Public Debt Management" มุ่งยกระดับการบริหารหนี้สาธารณะอย่างยั่งยืน

 สพพ. เปิดการฝึกอบรม "Public Debt Management" มุ่งยกระดับการบริหารหนี้สาธารณะอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 พันเอก ดร. ศรัณยู วิริยเวชกุล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “การบริหารหนี้สาธารณะ (Public Debt Management)” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–4 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม 1201 สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง 


โดยมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมรับการอบรมจำนวน 19 คน จาก 5 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ราชอาณาจักรภูฏาน สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต


การอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารหนี้สาธารณะ รวมถึงยกระดับศักยภาพของผู้เข้าร่วมอบรมในการกำหนดนโยบายและการวางแผนบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างยั่งยืน โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก สบน. เพื่อร่วมถ่ายทอดประสบการณ์เชิงลึกและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569

กรมการค้าภายในเผย “Farm Outlet Market 2026” กระแสตอบรับดี สร้างยอดขายกว่า 35 ล้านบาท เพิ่มตลาดเกษตรกร–ส่งของดีถึงผู้บริโภค

 กรมการค้าภายในเผย “Farm Outlet Market 2026” กระแสตอบรับดี สร้างยอดขายกว่า 35 ล้านบาท เพิ่มตลาดเกษตรกร–ส่งของดีถึงผู้บริโภค


กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เผยความสำเร็จการจัดงาน “Farm Outlet Market 2026” 



หลังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน สร้างมูลค่าการจำหน่ายจากการจัดงานทั้ง 2 ครั้ง รวมกว่า 35 ล้านบาท เกษตรกรและผู้ประกอบการกว่า 30 รายมีช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้าเกษตร ผลไม้สด สินค้าแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศถึงใจกลางเมือง สะท้อนศักยภาพของ Farm Outlet ในการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรจากชุมชนสู่ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในจัดงาน “Farm Outlet Market 2026” เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ Farm Outlet โดยนำสินค้าคุณภาพจากแหล่งผลิตและศูนย์ Farm Outlet ทั่วประเทศเข้ามาจำหน่ายโดยตรงในศูนย์การค้า 

ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้บริโภคจำนวนมาก ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดใหม่ เพิ่มยอดขาย และมีโอกาสพบปะผู้บริโภคโดยตรง 

“ผลการจัดงานทั้ง 2 ครั้งสามารถสร้างมูลค่าการจำหน่ายรวมกว่า 35 ล้านบาท ถือเป็นความสำเร็จที่น่าพอใจ เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถขายสินค้าและขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคก็มีความสุขจากการได้เลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพจากแหล่งผลิตโดยตรงในราคาที่เหมาะสม เป็นภาพของตลาดที่ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อได้รับประโยชน์ร่วมกัน” นายจิรวุฒิ กล่าว


การจัดงานครั้งแรก ณ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ระหว่างวันที่ 13–19 สิงหาคม 2569 ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างคึกคัก ก่อนต่อยอดสู่การจัดงานครั้งที่ 2 ณ เซ็นทรัล พระราม 9 ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม –

3 กันยายน 2569 ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง มีเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าร่วมจำหน่ายสินค้ารวมกว่า 30 ราย ภายในงานรวบรวมสินค้าเด่นจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ อาทิ หมูยอและกุนเชียงจากฟาร์มฮัก ป. จังหวัดอุบลราชธานี ผักสลัดและแหนมเห็ดจากสวนลุงไกร จังหวัดนครราชสีมา ผักสดจากตลาดหัวปลี จังหวัดสระบุรี รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาล เช่น มังคุดจากนครศรีธรรมราช และทุเรียนจากชุมพร เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้าสดใหม่และรู้แหล่งที่มาของสินค้า ขณะเดียวกันยังช่วยกระจายผลผลิตและสร้างรายได้กลับไปสู่เกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายและสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้บริโภค ทั้งการแจกชิมผลไม้ และเวิร์กช็อปการทำแยมผลไม้ การทำลูกชุบ รวมถึงกิจกรรม “ไอศกรีมผัดผลไม้” สำหรับผู้ซื้อผลไม้ภายในงาน ช่วยสร้างสีสัน กระตุ้นการบริโภค และนำเสนอแนวทางเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรไทย

ปัจจุบันกรมการค้าภายในส่งเสริม ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน หรือ Farm Outlet จำนวน 49 แห่ง ใน 34 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นช่องทางรวบรวมและจำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าสู่ตลาดใจกลางเมือง


นายจิรวุฒิ กล่าวว่า ตัวเลขยอดจำหน่ายกว่า 35 ล้านบาท ไม่เพียงสะท้อนกำลังซื้อและความต้องการสินค้าเกษตรคุณภาพของผู้บริโภค แต่ยังแสดงให้เห็นว่า หากเกษตรกรได้รับโอกาสและมีพื้นที่ตลาดที่เหมาะสม ก็สามารถนำสินค้าจากชุมชนเข้าสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้

โตโยต้า​ฟาร์ม​สำเร็จครั้งนี้จึงเป็นทั้งรอยยิ้มของเกษตรกรที่มีตลาดและมีรายได้เพิ่มขึ้น และรอยยิ้มของผู้บริโภคที่ได้ซื้อของดีมีคุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ กรมการค้าภายในจะต่อยอดความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและขยายช่องทางจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง” นายจิรวุฒิ กล่าว





ทั้งนี้ งาน “Farm Outlet Market 2026” ครั้งที่ 2 ณ เซ็นทรัล พระราม 9 ยังคงจัดต่อเนื่องถึงวันที่

3 กันยายน 2569 เวลา 10.00 – 21.00 น. ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตร ผลไม้สด สินค้าแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากเกษตรกรและผู้ประกอบการ Farm Outlet ได้ภายในงาน


กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ประกาศความพร้อมในการเข้าร่วมงานมหกรรมทางการเงินครั้งสำคัญของภาคตะวันออก Money Expo Rayong 2026 ภายใต้คอนเซปต์ “LED Smart Partner”

 กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ประกาศความพร้อมในการเข้าร่วมงานมหกรรมทางการเงินครั้งสำคัญของภาคตะวันออก Money Expo Rayong 2026 ภายใต้คอนเซปต์ “LED Smart Partner” มุ่งเน้นการเป็นคู่คิดอัจฉริยะที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องหนี้ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่าย พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงคำปรึกษาและแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้อย่างเหมาะสม เพื่อก้าวสู่การเริ่มต้นใหม่ทางการเงินที่มั่นคงกว่าเดิม🤝✨

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่หลายคนต้องเผชิญกับภาระหนี้สิน กรมบังคับคดีพร้อมทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยในการคลี่คลายปัญหา โดยภายในงานจะมีบริการให้คำปรึกษาครอบคลุม 3 ด้านหลัก💡

ได้แก่

⚖️ให้ความรู้ ไขข้อสงสัยด้านกฎหมายและการบังคับคดี

📖 คลี่คลายหนี้สิน ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

💰สร้างความมั่นคงระยะยาว ให้ความรู้และแนวทางในการวางแผน เพื่อสร้างวินัยและเสถียรภาพทางการเงิน

พบกันที่ Money Expo Rayong 2026



✨พิเศษ! ครั้งสุดท้ายที่กรมบังคับคดีจะมาร่วมงาน Money Expo ที่จังหวัดระยอง🌊🌴

กรมบังคับคดีขอเชิญชวนประชาชนชาวระยองและจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมงานกันให้มากที่สุด! หากมีข้อสงสัยเรื่องหนี้ กฎหมาย หรือกำลังมองหาทางออก แวะมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้ที่บูธกรมบังคับคดี พร้อมก้าวสู่การเริ่มต้นใหม่ทางการเงินอย่างมั่นคงไปด้วยกัน 🩷✨

📅 วันที่: 4 – 6 กันยายน 2569

⏰ เวลา: 10.00 – 20.00 น.

📍 สถานที่: ลานกิจกรรม เซ็นทรัล ระยอง



อย่าพลาด! มาพบกันให้ได้ เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายที่กรมบังคับคดีจะมาพบกับพี่น้องประชาชนชาวระยองในงาน Money Expo



“กรมบังคับคดี: คู่คิดที่ทำให้เรื่องซับซ้อน กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย”

RISE UP NOW! “ดัง พันกร” เปิดบทบาทครั้งใหม่ จากตำนานล้านตลับ สู่พรีเซนเตอร์เกมครั้งแรกใน CABAL RED Thailand by Gen Play

 RISE UP NOW! “ดัง พันกร” เปิดบทบาทครั้งใหม่ จากตำนานล้านตลับ สู่พรีเซนเตอร์เกมครั้งแรกใน CABAL RED Thailand by Gen Play

เซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่! CABAL RED Thailand by Gen Play เปิดตัว “ดัง พันกร” ศิลปินระดับตำนาน เจ้าของปรากฏการณ์ 1 ล้านตลับ สู่บทบาท พรีเซนเตอร์เกมเป็นครั้งแรก พร้อมพลิกโฉมในลุค Force Blader ถ่ายทอดตัวตนผ่านโลกของเกม ในคาแรกเตอร์ที่แฟน ๆ ไม่เคยเห็นมาก่อน

โดยในการร่วมงานครั้งนี้ “ดัง พันกร” ไม่ได้มารับบท พรีเซนเตอร์ เพียงอย่างเดียว แต่ยังรับอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในฐานะศิลปินผู้ถ่ายทอด Official Music ของ CABAL RED Thailand by Gen Play ผ่านบทเพลง “(CABAL RED) RISE UP NOW”

จาก “ตำนานล้านตลับ” สู่ “ตำนานบทใหม่ในสมรภูมิ CABAL RED Thailand by Gen Play” 

หากพูดถึงชื่อของ “ดัง พันกร” ถือเป็นหนึ่งในศิลปินที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงไทยในยุค 90 ด้วยอัลบั้มแรกที่มียอดขายถึง 1 ล้านตลับ จนได้รับการจดจำในฐานะศิลปิน “ล้านตลับ” และยังคงมีผลงานและเป็นที่พูดถึงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ สะท้อนพลังของ “ตำนานจากรุ่นสู่รุ่น” ที่ยังคงร่วมสมัย เช่นเดียวกับ CABAL หนึ่งใน IP เกมระดับตำนานที่เติบโตเคียงข้างเกมเมอร์มาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งการมาถึงของ CABAL RED Thailand by Gen Play จึงเป็นการนำเรื่องราวและเอกลักษณ์ของ CABAL มาถ่ายทอดในมุมมองใหม่ เพื่อเชื่อมต่อแฟนเกมรุ่นเดิมสู่ผู้เล่นรุ่นใหม่ การร่วมงานครั้งนี้จึงเกิดขึ้นบนแนวคิดเดียวกัน นั่นคือ “ตำนานจากรุ่นสู่รุ่น” พร้อมพลิกโฉมบทบาทของ “ดัง พันกร” สู่โลกของเกมเป็นครั้งแรก ในคาแรกเตอร์ ของ Force Blader พร้อมถ่ายทอดพลังเสียงผ่านเพลง (CABAL RED) RISE UP NOW

จากกว่า 200 บทเพลง สู่หนึ่งเสียงที่พร้อมปลุกตำนานบทใหม่ให้ลุกขึ้นอีกครั้ง!

สำหรับเพลง “(CABAL RED) RISE UP NOW” มาในคอนเซปต์ “ความหวังที่เกิดจากหัวใจของผู้ที่เลือกจะลุกขึ้น” ถ่ายทอดพลังของการลุกขึ้นสู้และเปิดฉากตำนานบทใหม่ ผ่านดนตรี Rock และ Alternative Rock ซาวด์หนักแน่น ผสานเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของ “ดัง พันกร”


ฟังเพลง  “(CABAL RED) RISE UP NOW”

https://music.youtube.com/watch?v=tcN6cbzPAv4&si=D9WL-cUIFl2dzNHl


และเพลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบธรรมดา เพราะเป็น ผลงานชนะเลิศจากกว่า 200 เพลงทั่วประเทศ! จากกิจกรรมประกวดแต่งเพลงที่ Gen Play เปิดพื้นที่ให้เหล่าครีเอเตอร์และ คอมมูนิตี้นักแต่งเพลงเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างเสียงเพลงให้กับ CABAL RED Thailand by Gen Play

โดยเจ้าของผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศคือ “หนุ่ม วัชรพงษ์ อินทะโชติ” จากช่อง Over Imagine ก่อนนำมาต่อยอดร่วมกับ “เต็น ธีรภัค” โปรดิวเซอร์แนวหน้าของประเทศไทย เจ้าของผลงานเพลง “นับหนึ่ง” และอีกหลายผลงาน ซึ่งเข้ามาดูแลทั้งการบันทึกเสียงร้อง มิกซ์ และมาสเตอริง จนกลายเป็น “(CABAL RED) RISE UP NOW” เวอร์ชัน Official

เรียงลำดับจากซ้ายไปขวา

คุณหนุ่ม วัชรพงษ์ อินทะโชติ, คุณดัง พันกร บุณยะจินดา, คุณเต็น ธีรภัค มณีโชติ

สามารถรับชมผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวดทั้งหมดได้ที่

 https://cabalred.in.th/redanthem


โดย ดัง พันกร กล่าวถึงความรู้สึกในการร่วมงานครั้งนี้ว่า

“รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากครับที่ได้มีส่วนร่วมกับโปรเจกต์นี้ เพราะถึงแม้ผมจะทำงานด้านการร้องเพลงมาโดยตลอด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสร้องเพลงประกอบเกม และยังได้มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ CABAL RED Thailand by Gen Play รวมถึงได้สวมบทบาทเป็นตัวละครในเกมอย่าง Force Blader ด้วย ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่สนุกและท้าทายมากครับ ได้ลองทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ครับ ฝากติดตามผลงานกันด้วยนะครับ”


เตรียมพบกับ Official Music Video “(CABAL RED) RISE UP NOW” แบบเต็มรูปแบบได้เร็ว ๆ นี้ และร่วมเปิดฉากบทใหม่ของตำนาน CABAL RED Thailand by Gen Play ไปพร้อมกัน  และในส่วนของ Official Music Video ยังได้ “นัทตี้ ธัญญลักษณ์ วรรณโคตร” มาร่วมแสดงในบทบาท Lyris คาแรกเตอร์ใหม่จากจักรวาล CABAL RED ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาร่วมสร้างตำนานบทใหม่ไปพร้อมกับเหล่านักรบแห่ง Nevareth

สำหรับเกม CABAL RED Thailand by Gen Play คือเกม Action MMORPG แบบ Cross-Platform ที่สามารถเล่นได้ทั้ง PC และ Mobile นำเอกลักษณ์ของ CABAL มาต่อยอดในรูปแบบใหม่ 


พร้อมระบบการต่อสู้ที่รวดเร็ว ระบบ Combo ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นต่อสกิลอย่างต่อเนื่อง และ Battle Mode ที่เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของซีรีส์ โดยผู้เล่นจะได้ออกเดินทางสู่ Nevareth โลกที่กำลังเผชิญกับมหันตภัยครั้งใหม่ พร้อมเผชิญหน้ากับศัตรู บอส และสมรภูมิต่าง ๆ รวมถึงร่วมสร้างตำนานบทใหม่ไปพร้อมกับเหล่านักรบและคู่หูของตนเอง และตอนนี้ตัวเกมยังเปิดให้ ลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่สมรภูมิในช่วง Closed Beta Test (CBT) วันที่ 29 กันยายน - 2 ตุลาคม 2569

ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ลิงก์

https://cutt.ly/Dyhu0GA9


สามารถติดตามข่าวสารของ CABAL RED Thailand by Gen Play ได้ผ่านช่องทาง

Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/cabalred.in.th 

Official Website: https://cabalred.in.th/

Discord: discord.gg/cabalred

LINE OA: @cabalred

“อธิบดีบุปผา” เสริมแกร่งแรงงานบุรีรัมย์ เดินหน้าสร้างทักษะ สร้างอาชีพ สร้างโอกาส

   “อธิบดีบุปผา” เสริมแกร่งแรงงานบุรีรัมย์ เดินหน้าสร้างทักษะ สร้างอาชีพ สร้างโอกาส วันที่ 2 กันยายน 2569 นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒน...