วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569

เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังอุทกภัยเตรียมจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026”ดันผู้ประกอบการสู่ตลาด สร้างเงินหมุนเวียน ฟื้นความเชื่อมั่นพื้นที่

 เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังอุทกภัยเตรียมจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026”ดันผู้ประกอบการสู่ตลาด สร้างเงินหมุนเวียน ฟื้นความเชื่อมั่นพื้นที่




เชียงราย : จังหวัดเชียงราย โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย กำหนดจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 : การค้าขยับ เศรษฐกิจขับเคลื่อน” ภายใต้โครงการบูรณาการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดเชียงรายจากสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 28 มีนาคม–1 เมษายน 2569 ณ สนามลานฝึกยุววรรณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย





การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ภายหลังจังหวัดเชียงรายประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2567 ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการค้า การท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นวงกว้าง จังหวัดเชียงรายจึงเร่งดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งสร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการกว่า 200 ราย ครอบคลุมสินค้าและบริการหลากหลาย อาทิ สินค้า OTOP สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้า GI สินค้า BCG สินค้าเชียงรายแบรนด์ สินค้าชุมชน รวมถึงธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง พร้อมขยายตลาดและสร้างการรับรู้สินค้าในวงกว้าง


โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ “ฟื้นเศรษฐกิจ–สร้างโอกาส–เชื่อมตลาด” โดยมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ สร้างช่องทางการค้าใหม่ เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว ตลอดจนยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและยุทธศาสตร์ การพัฒนาจังหวัด

กิจกรรมไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online โดยเชิญผู้ซื้อ นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนไม่น้อยกว่า 30 ราย เพื่อเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงรายไม่น้อยกว่า 50 ราย อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางการค้า และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาวอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในโดมปรับอากาศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงานตลอดการจัดกิจกรรม พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย “ยิ่งช้อป ยิ่งสุข ยิ่งลุ้น” ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท รวมถึงกิจกรรมความบันเทิง การแสดงศิลปวัฒนธรรม และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เพื่อสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยและดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยว  

ทั้งนี้ การจัดงานคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย สร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ ฟื้นฟูความเชื่อมั่น และยกระดับภาพลักษณ์จังหวัดเชียงราย พร้อมวางรากฐานสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบนในอนาคต

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

Ads.Face เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโต ในปี 2026

 Ads.Face เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโต ในปี 2026

เป็นเจ้าของธุรกิจยุคปัจจุบันนี้ 

งานดีแค่ไหนแต่ไม่มีใครมองเห็น ก็เป็นเรื่องที่ยากของการเติบโต 

Ads.Face 

ผู้ให้บริการ ADS MARKETING พร้อมให้การช่วยเหลือ และ สะดวก รวดเร็วในการขึ้น โฆษณา ยุคใหม่นี้ด้วยประสบการณ์ในการใช้โซเชียลในหลายแพลตฟอร์ม  แบบมืออาชีพเฟสบุ๊ค , ติ๊กต๊อก , อินสตาแกรม ,LINE OA

Ads.Face 

ได้เผย 10 เทคนิคใช้โซเชียลให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็ว สบายที่สุด ใน ปัจจุบัน 

ได้แก่ 

1. ต้องมีเพจเขียว พร้อมผู้ติดตาม 

2. ทำให้เพจมีความน่าเชื่อถือ 

3. บัญชีโฆษณายิงแอด เฟสบุ๊ค

4. โปรโมท เพจ และ บัญชีโฆษณา ร่วมกันเพื่อสร้างความเชื่อมโยง       

5. สร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง 

6. มี วิดีโอสั้นๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ

7. มีโปรโมชันช่วยกระตุ้นยอดขาย 

8. เพิ่มฐานลูกค้าจากการทำโฆษณา (ยิงแอด) 

9. มีบัญชี เริ่มต้นที่ปลดลิมิต วงเงินเยอะ  

10. พร้อม บัญชี LINE OA แบบผู้ติดตาม เพื่อความน่าเชื่อถือ สำหรับร้านค้า

 

สำหรับการทำโฆษณา (ยิงแอด) ให้มีประสิทธิภาพ อย่างรวดเร็ว

Ads.Face ให้ข้อมูลว่า สามารถทำได้ด้วยการรู้จักกลุ่มลูกค้าของเรา จากนั้นเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับตัวเอง และออกแบบโฆษณา (ยิงแอด) ให้น่าสนใจ รวมถึงต้องดูงบประมาณที่เหมาะสม และอย่าลืมที่จะ Call to Action ด้วย

 


หากสนใจที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เรื่อง การเร่งยอด โฆษณา (บัญชียิงแอด) 

สามารถมาเป็นเพื่อนกับ Ads.Face 

พร้อมให้บริการและดูแลคุณ 

ได้ที่ Line : @ads.face 

คลิก https://lin.ee/9Mpj94P

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 


ไชนีสไทเปผงาดคว้าแชมป์ชายคู่-หญิงคู่ ศึกซอฟท์เทนนิสปัญญาชนเอเชีย 2026 ที่ปทุมธานี

 ไชนีสไทเปผงาดคว้าแชมป์ชายคู่-หญิงคู่ ศึกซอฟท์เทนนิสปัญญาชนเอเชีย 2026 ที่ปทุมธานี

       นักหวดชายคู่+หญิงคู่ซอฟท์เทนนิสมหาลัยจากไชนีสไทเปสุดแกร่งทะลุเข้าชิงชนะเลิศกันเองทั้งสองประเภท ชายคู่ เชน ยูฮุน และ เชน โปยี โชว์ฟอร์มร้อนแรงพอกับสภาพอากาศวันนี้เอาชนะชายคู่เพื่อนร่วมชาติ ชาง ยู-ซุง ที่จับคู่กับ อู๋ ซู-ฮุง ไปสุดเดือด 5 : 2 ส่วนประเภทหญิงคู่ ซู ยาน-เซ็น จับคู่กับ เจียง มิน-ยู หวดเอาชนะคู่ของ ซู เจียว- ยิง และ หาน ชิ-หยวน 5 : 3 คว้าแชมป์หญิงคู่การแข่งขันซอฟท์เทนนิสนานาชาติ "The 2nd Asian University Soft Tennis Championships 2026" ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก ปทุมธานี

     วันที่ 27 มี.ค.69 ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จังหวัดปทุมธานี สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซอฟท์เทนนิสชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยเอเชียรายการ "The 2nd Asian University Soft Tennis Championships 2026" โดยมีนักกีฬาซอฟท์เทนนิสระดับมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแข่งขันรวม 6 ประเทศได้แก่ เกาหลีใต้ , ญี่ปุ่น , ไชนีสไทเป , อินเดีย สปป.ลาว และประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ในระหว่างวันที่ 27 - 29 มี.ค.69 

     โดยในการแข่งขันวันที่ 27 มี.ค.69 เป็นการชิงชัยในประเภทชายคู่ และหญิงคู่ รอบแรกจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ส่วนประเภทชายเดี่ยว และหญิงเดี่ยว จะแข่งขันไปถึงรอบ 16 คนสุดท้าย โดยมีอุปสรรคสำคัญของนักกีฬาทุกชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันคือสภาพอากาศร้อนสุดโหด หลัวดวลกันท่ามกลางสภาพอากาศสุดโหดมาถึงรอบชิงชนะเลิศชายคู่จากไชนีสไทเป ฝ่าด่านนักหวดจาก 5 ชาติผ่านเข้าชิงชนะเลิศกันเองเป็นการพบกันระหว่าง เชน ยูฮุน และ เชน โปยี เสื้อสีขาวที่รอบรองชนะเลิศชนะชายคู่เพื่อร่วมชาติอีกคู่ หวัง หมิง-ฟัง และ เซียง ยู-ยุน มา 5 : 0 พบกับ ชาง ยู-ซุง ที่จับคู่กับ อู๋ ซู-ฮุง ที่ชนะชายคู่ไทยเจ้าภาพ ภัคพล เธียรชัยพงษ์ และประเสริฐชัย   นาคพเจริญทรัพย์ สบายมือ 5 : 0 คู่นี้ดวลกันสนุกเพราะซ้อมด้วยกันอยู่แล้วก่อนคู่ของ เชน ยู-ฮุน และ เชน โป-ยี ที่จับคู่เล่นเกมรุกได้ดุดัน และเกมรับเหนียวแน่นหวดชนะไป 5 : 2ส่วนรองชนะเลิศอันดับสองเป็น หวัง หมิง-ฟัง และ เซียง ยู-ยุน และชายคู่มือ 1 ของไทย ภัคพล เธียรชัยพงษ์ และ ประเสริฐชัย นาคพเจริญทรัพย์

      ส่วนประเภทหญิงคู่รอบชิงชนะเลิศหญิงคู่จากไชนีสไทเปโชว์ฟอร์มสุดแกร่งผ่านเข้าชิงชนะเลิศกันเองอีกรายการโดยคู่ของ ซู ยาน-เซ็น และ เจียง มิน-ยู ที่รอบรองชนะเลิศเอาชนะหญิงคู่สาวไทยเจ้าภาพ ฌัชชา กล่อมกมล และแพรวา จงจิตร มา 5 : 1 พบกับหญิงคู่เพื่อนร่วมชาติ ซู เจียว-ยิง และ หาน ชิ-หยวน ที่รอบรองชนะเลิศดับฝันหญิงคู่จากญี่ปุ่น ซาโตะ โกโกมิ และ อาโอมัตสุ ซูมิกะ มา 5 : 2 ผลคู่นี้เล่นแบบไม่มีใครยอมใครทุ่มกันสุดฝีมือก่อนคู่ของ ซู ยาน-เซ็น และ เจียง มิน-ยู คว้าแชมป์หญิงคู่ด้วยการหวดชนะคู่ของ ซู เจียว-ยิง และ หาน ชิ-หยวน 5 : 3 ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นของหญิงคู่จากญี่ปุ่น ซาโตะ โกโกมิ และ อาโอมัตสุ ซูมิกะ และหญิงคู่ไทยเจ้าภาพ ฌัชชา กล่อมกมล และ แพรวา จงจิตร


     ส่วนวันพรุ่งนี้วันที่ 28 มี.ค.69 จะมีการชิงชนะเลิศในประเภทชายเดี่ยว และหญิงเดี่ยว สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนแฟนๆกีฬาซอฟท์เทนนิสและครอบครัวซอฟท์เทนนิสมาร่วมชมร่วมเชียร์กันได้ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

     

“จากไร่สู่โลก! พาณิชย์เปิดเวที Agri Plus Award 2026 เฟ้นหาสุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรม พร้อมผลักดันสู่ตลาดสากล”

 “จากไร่สู่โลก! พาณิชย์เปิดเวที Agri Plus Award 2026 เฟ้นหาสุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรม พร้อมผลักดันสู่ตลาดสากล”

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเวทีการประกวด Agri Plus Award 2026 เฟ้นหาสุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดโลก ชิงถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดโอกาสให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ นิสิต นักศึกษา นักวิจัย และคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศได้โชว์ไอเดีย พลิกโฉมสินค้าเกษตรไทยให้ก้าวไกลระดับสากล โดยในปีนี้ กรมฯ ได้รับเกียรติจากผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ (ดร. กิริฎา เภาพิจิตร) ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี และเป็นสักขีพยานในการลงนาม MOU ระหว่างกรมการค้าต่างประเทศและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมปั้น SMEs สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่อินเตอร์

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยหลังการจัดงานเปิดตัวการประกวด Agri Plus Award 2026 เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 ว่ากรมฯ ดำเนินโครงการสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรนวัตกรรมสู่ตลาดสากล หรือการประกวด “Agri Plus Award 2026 โดยในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด 3 ประเภท ได้แก่ (1) Food Innovation (กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร) (2) Lifestyle Innovation (กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร) และ (3) Rising Star (กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการรุ่นใหม่) โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Thailand’s Agri Inno Wave” สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย คลื่นลูกใหม่บุกตลาดโลก ซึ่งเป็นคลื่นแห่งนวัตกรรมในภาคการเกษตรของไทยที่ยกระดับสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยมุ่งสู่ตลาดสากล ด้วยการบูรณาการห่วงโซ่คุณค่าแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก  


แนวคิดของการจัดประกวด Agri Plus Award 2026 ปีนี้ สืบเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยมีรากฐานด้านการเกษตรที่เข้มแข็งมาอย่างยาวนาน ภาคเกษตรกรรมไม่ได้เป็นเพียงภาคการผลิตที่สำคัญของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจฐานราก และวิถีชีวิตของประชาชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตามโลก

ในปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) 

การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและ AI ทำให้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับโลกกำลังมุ่งไปสู่รูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังผลักดันให้สินค้าเกษตรของไทยต้องปรับตัวจากสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ไปสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง (High Value Agricultural Products) ที่มีนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้เป็นตัวขับเคลื่อน เน้นการผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาต่อยอดสินค้าเกษตรขั้นต้นให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่มีความหลากหลาย ใช้กลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน นำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้ในการผลิตสินค้า อันจะนำไปสู่การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ และส่งเสริมให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียง “ครัวของโลก” อีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ “ผู้สร้างสรรค์สินค้าเกษตรนวัตกรรมของโลก” โดยคลื่นลูกใหม่ของสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพสูง ผนวกกับพลังของนวัตกรรม จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันสินค้าเกษตรไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกได้อย่างยั่งยืน โครงการ Agri Plus Award 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้นวัตกรรม และยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรมจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการ เกษตรกร นักวิจัย นิสิต นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจ มาสมัครเข้าร่วมโครงการประกวดสินค้าเกษตรนวัตกรรม หรือ Agri Plus Award 2026 ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการก้าวสู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า การนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับสิทธิประโยชน์และโอกาสพิเศษในการต่อยอดธุรกิจมากมาย อาทิ การเข้าร่วมค่ายพัฒนาศักยภาพ (Bootcamp) ภายใต้ความร่วมมือ (MOU) กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งระดมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรนวัตกรรมมาร่วมถ่ายทอดทักษะรอบด้าน ทั้งนวัตกรรมเทคโนโลยี การบริหารธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนการเปิดประตูสู่เครือข่ายความร่วมมือและโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ ทั้งในประเทศและระดับสากล ผ่านการร่วมจัดแสดงและขยายตลาดสินค้าในงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ อาทิ งาน Agri Plus Expo 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

งาน Thaifex Anuga Asia 2026 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี งาน Inter Health Expo 2026 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน งาน Food and Hospitality Asia 2026 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ งาน Foodex Saudi 2026 ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และงาน Beauty World Middle East 2026 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเข้าร่วมรายการโทรทัศน์ “Agrithon by ARDA” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่องไทยรัฐ TV 32อีกด้วย ขณะเดียวกัน โครงการยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตสินค้าเกษตรนวัตกรรมคุณภาพระดับโลก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวด Agri Plus Award 2026 ได้ตั้งแต่ วันนี้ - 17 เมษายน 2569 โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ได้ทางเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th หรือ Facebook : กรมการค้าต่างประเทศ/Institute for Agricultural Product Innovation หรือโทร. 0-2547-4744 

BioActive+ คว้ารางวัล Business+ Product Innovation Awards 2026 ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม Health & Wellness ด้วย “Concentrated Liquid Collagen”

 BioActive+ คว้ารางวัล Business+ Product Innovation Awards 2026 ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม Health & Wellness ด้วย “Concentrated Liquid Collagen”

(กรุงเทพฯ) — BioActive+ แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม นำโดย ดร. วาสนา อินทะแสง Founder of BioActive+  เข้ารับรางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2026 ในสาขา Health & Wellness Innovation จากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ Concentrated Liquid Collagen นวัตกรรมคอลลาเจนรูปแบบเข้มข้นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ทั้งด้านประสิทธิภาพและไลฟ์สไตล์

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อน DNA สำคัญของแบรนด์ BioActive+ ที่ยึด 3 แกนหลักในการพัฒนา ได้แก่ Innovation, Nature และ Active Life โดยเฉพาะ “Innovation” ซึ่งถือเป็นหัวใจของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทุกตัวของแบรนด์

BioActive+ เชื่อว่า “นวัตกรรม” ไม่ใช่เพียงความใหม่ แต่คือการพัฒนาสิ่งที่มีคุณค่าและสร้างผลลัพธ์จริงให้กับผู้บริโภค จึงให้ความสำคัญกับการคิดค้นและพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์สุขภาพในทุกมิติ

โดยแบรนด์ใช้แนวคิด “Science-based Innovation” ผสานทั้ง Consumer Insight, Global Ingredients และ Advanced Formulation เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้าน efficacy และ lifestyle อย่างแท้จริง

ดร. วาสนา อินทะแสง เปิดเผยว่า“เราเชื่อว่านวัตกรรมที่แท้จริง ต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง และนำวิทยาศาสตร์มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งผลลัพธ์และการใช้ชีวิต ซึ่ง ‘Innovation’ จึงไม่ใช่แค่หนึ่งในองค์ประกอบของแบรนด์ แต่เป็นหัวใจของทุกสิ่งที่เราทำ

สำหรับ Concentrated Liquid Collagen ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ด้วยการออกแบบสูตรที่ “ดูแลผิวครบทุกโครงสร้าง” ไม่ใช่เพียงผิวภายนอก แต่ลึกถึงระดับโครงสร้างผิว พร้อมนำเสนอในรูปแบบ Concentrated Liquid (Drop Drink) ที่ทานง่าย ดูดซึมไว และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่

จุดเด่นสำคัญของผลิตภัณฑ์ คือการคัดสรร สารสกัดระดับโลกที่มีงานวิจัยรองรับ และได้รับการยอมรับในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น

• Wellnex Collagen Dipeptide ที่มีขนาดโมเลกุลเล็ก ดูดซึมได้รวดเร็ว และช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผิว

• KireiCera® (Rice Ceramide) เซราไมด์จากจมูกข้าวญี่ปุ่น ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ลดการสูญเสียน้ำ และเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน

• Juvecol® นวัตกรรม glycan จากญี่ปุ่น ที่ช่วยสนับสนุนโครงสร้างผิวในระดับเซลล์

• Bonito Elastin Peptide ช่วยเพิ่มอีลาสตินความยืดดหยุ่นผิว ให้ผิวเด้ง แน่น และกลับมาอ่อนเยาว์

การผสานสารสกัดเหล่านี้เข้ากับการออกแบบสูตรอย่างแม่นยำ ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถดูแลผิวได้อย่างครบมิติ ทั้งความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความกระจ่างใสอย่างแท้จริง

ในมุมของการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ BioActive+ มุ่งเน้น 3 แกนหลัก ได้แก่

Convenience (ทานง่าย)

Efficacy (เห็นผลจริง)

และ Trust (มีวิทยาศาสตร์รองรับ)

ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากกระบวนการคิดและพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วย “Innovation” อย่างแท้จริง

นอกจากความสำเร็จด้านผลิตภัณฑ์ BioActive+ ยังเดินหน้าสร้างการรับรู้ผ่านแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับแคมเปญ “Reminder! Drop & Drink” ที่ได้ Rebecca Patricia Armstrong (Becky Rebecca) มาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่ใส่ใจตัวเองอย่างมีสไตล์ พร้อมตอกย้ำความสะดวกและง่ายของการดูแลสุขภาพในรูปแบบ Drop Drink

พร้อมกลยุทธ์สื่อ OOH และ DOOH สะท้อนความเป็นแบรนด์ lifestyle ครยทุกมิติ  แคมเปญดังกล่าวไม่เพียงช่วยสร้าง engagement กับผู้บริโภค แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นผู้นำของ BioActive+ ในการสร้าง category ใหม่ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ผสานทั้งนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ในโอกาสนี้ ดร. วาสนา อินทะแสง ยังได้กล่าวถึงความรู้สึกในการได้รับรางวัลว่า

รางวัลนี้ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของบริษัท แต่เป็นรางวัลของผู้บริโภคทุกคน ที่เชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ และเป็นการยืนยันว่า ‘นวัตกรรมที่มีคุณค่า’ สามารถสร้าง impact ต่อผู้บริโภคได้จริง

ความสำเร็จในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ BioActive+ ในการตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพและความงาม ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในทุกมิติ

กรมพัฒนาธุรกิจฯ จัดงาน “ยิ้มแย้ม Market : ช้อปละมุน ชิมละไม”รวมสินค้าชุมชนเด่น กว่า 100 บูธ สร้างโอกาสผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงตลาด​ เร่งเครื่องเศรษฐกิจฐานราก พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อปลายไตรมาสแรก

 กรมพัฒนาธุรกิจฯ จัดงาน “ยิ้มแย้ม Market : ช้อปละมุน ชิมละไม”รวมสินค้าชุมชนเด่น กว่า 100 บูธ สร้างโอกาสผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงตลาด​ เร่งเครื่องเศรษฐกิจฐานราก พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อปลายไตรมาสแรก

 


​กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เปิดพื้นที่ทางการตลาดให้ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศ ผ่านงาน “ยิ้มแย้ม Market : ช้อปละมุน ชิมละไม” รวมสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ประกอบการท้องถิ่นไทยกว่า 100 บูธ มาจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าโดยตรงถึงผู้บริโภค หวังกระตุ้นกำลังซื้อและเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ธุรกิจชุมชน โอกาสขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนสินค้าไทย ระหว่างวันที่ 27-31 มีนาคม 2569 @ เซ็นทรัลเวสต์เกต จ.นนทบุรี

นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ได้รับมอบหมายจาก นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้เป็นประธานเปิดงาน “ยิ้มแย้ม Market : ช้อปละมุน ชิมละไม” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 มีนาคม 2569 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกส จ.นนทบุรี ปัจจุบัน ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการชุมชนต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแข่งขันทางการค้าที่สูงขึ้น วิกฤตผลกระทบสถานการณ์พลังงานโลก พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการเข้ามาของสินค้าและบริการราคาถูกจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และพยายามมองหาตลาดใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้า แม้จะมีศักยภาพในการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพและอัตลักษณ์ที่โดดเด่น แต่ยังขาดโอกาสและพื้นที่ในการนำเสนอสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภค





กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงจัดงาน “ยิ้มแย้ม Market : ช้อปละมุน ชิมละไม” เพื่อเปิดเวทีทางการตลาดให้ผู้ประกอบการรายย่อยจากทั่วประเทศนำสินค้ามาจำหน่ายโดยตรงถึงผู้บริโภค โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ คัดสรรสินค้าคุณภาพดีที่มีความโดดเด่นและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ของตกแต่งบ้าน และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มารวมไว้ในงานเดียวให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้า

การจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสร้างประสบการณ์ด้านการตลาด สร้างการรับรู้สินค้า และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดตลาดแห่งรอยยิ้มที่สร้างความประทับใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า คาดว่างานดังกล่าวจะช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการรายย่อย เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท” รองอธิบดีสถาพร กล่าวสรุป




โอกาสนี้ ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วม “ช้อปและชิม” สินค้าคุณภาพดีจากผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศ ได้ที่งาน“ยิ้มแย้ม Market : ช้อปละมุน ชิมละไม” ระหว่างวันที่ 27-31 มีนาคม 2569 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต จ.นนทบุรี หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร.0 2547 4445 Call Center 1570 และเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th

#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์

“Morton Thailand” เปิดเวทีใหญ่ MORTON DESIGN AWARDS 2026​ ผลักดันนักออกแบบไทยสู่อนาคตยั่งยืน

 “Morton Thailand” เปิดเวทีใหญ่ MORTON DESIGN AWARDS 2026​ ผลักดันนักออกแบบไทยสู่อนาคตยั่งยืน

Morton Thailand ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝ้าและผนัง ภายใต้แบรนด์ KOOLBOARD จัดงาน “MORTON DESIGN AWARDS 2026” ครั้งที่ 1 อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ณ Grande Centre Point Prestige Bangkok เพื่อเปิดเวทีระดับประเทศในการผลักดันเยาวชนและนักออกแบบรุ่นใหม่ ให้ได้แสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และทักษะการออกแบบอย่างมืออาชีพ

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาในสาขา Architectural Design และ Interior Design ให้สามารถนำเสนอแนวคิดที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ควบคู่กับการเลือกใช้วัสดุคุณภาพและนวัตกรรม โดยเฉพาะ KOOLBOARD ซึ่งเป็นวัสดุฝ้าและผนังที่ช่วยลดความร้อนและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย

 


เวทีนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตใหม่ให้กับวงการออกแบบไทย เราต้องการเห็นนักออกแบบรุ่นใหม่เติบโตบนแนวคิดที่รับผิดชอบต่อทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม” คุณชาย บุญกล่อมจิตร Head of Business Development, Morton Thailand กล่าว

 

ภายในงานได้รับความสนใจจากสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมประกวดจำนวนมาก ผ่านการคัดเลือกในรอบ Preliminary สาขาละ 20 ผลงาน ก่อนเข้าสู่รอบ Final สาขาละ 6 ผลงาน เพื่อจัดแสดงและนำเสนอแนวคิดต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงในด้านการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน ประกอบด้วย

สาขา Architectural Design ได้แก่

• คุณจีรเวช หงสกุล – IDIN Architects

• คุณไพทยา บัญชากิติคุณ – ATOM Design

• คุณเศรษฐวัฒก์ ศรีวิโรจน์ – President, Nebula by MQDC

• คุณชัชวาลย์ วัฒนะโชติ – Kim Property Live

และสาขา Interior Design ได้แก่

• คุณธนาวัช สุขัคคานนท์ – Interior Visions / รองนายกสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย

• คุณพลัช ไพนุพงศ์ – That’s ITH Interior

• คุณเมธินี สุวรรณะบุณย์ – Chief Project Development Officer, The Mall

• คุณสมัชชา วิราพร – รองบรรณาธิการอำนวยการ บ้านและสวน

นอกจากนี้ Morton Thailand ยังได้ประกาศผลรางวัล “Kool First Class Award” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของโครงการ โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโอกาสเข้าร่วมทริปศึกษาดูงานด้านสถาปัตยกรรม ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงสิทธิ์ใช้งานโปรแกรมออกแบบ SketchUp และ Enscape Impact License ระยะเวลา 1 ปี มอบโดยคุณกอพล เลียวไพโรจน์ จากบริษัท ดิจิเทค วัน จำกัด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะในระดับวิชาชีพ

  


สำหรับผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่ ผลงาน “ATTUNE” ของนางสาวชาลิสา จินตนาเลิศ (น้องเณ) จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในสาขา Architectural Design​ ขณะที่รางวัลชนะเลิศ Kool First Class Award สาขา Interior Design ได้แก่ ผลงาน “คองข้าวคองเฮา” ของนางสาวกนิษฐนาฎ เต็มทอง (น้องวุ้นเส้น) นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ Morton Thailand ในการขับเคลื่อนวงการออกแบบไทย ผ่านการสร้างเวทีแห่งโอกาส และการผลักดันแนวคิด “การออกแบบเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” อย่างเป็นรูปธรรม

 

เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังอุทกภัยเตรียมจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026”ดันผู้ประกอบการสู่ตลาด สร้างเงินหมุนเวียน ฟื้นความเชื่อมั่นพื้นที่

  เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังอุทกภัยเตรียมจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026”ดันผู้ประกอบการสู่ตลาด สร้างเงินหมุนเวียน ฟื้นความเชื...