วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้าทดสอบมาตรฐานฯ ยกระดับเชฟไทยสู่เวทีโลก ณ ไทเป

 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้าทดสอบมาตรฐานฯ ยกระดับเชฟไทยสู่เวทีโลก ณ ไทเป


เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ และการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 ให้แก่แรงงานในต่างแดน โดยมีนายณรงค์ บุญเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย และนายทศพล สุมานนท์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) ไทเป ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนสอนทำอาหาร Yamicook กรุงไทเป ไต้หวัน


นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานแรงงาน ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) ไทเป ได้ร่วมกันยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะสาขาผู้ประกอบอาหารไทย ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยได้อย่างโดดเด่น ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้บริโภคในคุณภาพอาหารไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์อาหารไทยในเวทีนานาชาติ โดยในครั้งนี้นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มอบหมายให้ตน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ และการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 ให้แก่แรงงานในต่างแดน มีผู้เข้ารับการทดสอบ จำนวน 31 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นแรงงานไทย และผู้สนใจในวิชาชีพด้านการประกอบอาหารไทยในไต้หวัน โดยการทดสอบครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ภายใต้หลักเกณฑ์และมาตรฐานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างเคร่งครัด






ทั้งนี้ ผลการทดสอบจะเป็นเครื่องยืนยันศักยภาพของผู้ประกอบอาหารไทย และช่วยเปิดโอกาสในการพัฒนาต่อยอดทางอาชีพในต่างประเทศ รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทยในตลาดแรงงานโลกอย่างยั่งยืน แรงงานไทยและผู้สนใจในวิชาชีพด้านการประกอบอาหารไทยในไต้หวัน ที่ต้องการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กลุ่มงานส่งเสริมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน กองพัฒนามาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน โทร 02 2454837 หรือเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/1CUpC5qdsU/?mibextid=wwXIfr  รองอธิบดีภัทรวุธ กล่าวทิ้งท้าย

ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา บรรยากาศคึกคัก "คนกีฬา" ร่วมเสวนา "การพัฒนาระบบกีฬาของชาติอย่างยั่งยืน" ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ยืนหนึ่งนั่งประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาอีกวาระ "คนกีฬาและสื่อมวลชนกีฬาร่วมแสดงความยินดี"

 ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา บรรยากาศคึกคัก "คนกีฬา" ร่วมเสวนา "การพัฒนาระบบกีฬาของชาติอย่างยั่งยืน" ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ยืนหนึ่งนั่งประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาอีกวาระ "คนกีฬาและสื่อมวลชนกีฬาร่วมแสดงความยินดี"

     วันที่ 9 เม.ย.69 ที่ ห้องอาร์มทอง สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีวาระสำคัญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ หลังการทำหน้าที่ของ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ และกรรมการบริหารชุดเดิมครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี

     โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา จัดเสวนาในหัวข้อ "การพัฒนาระบบกีฬาของชาติอย่างยั่งยืน : บทบาทรัฐ องค์กรกีฬา ภาคเอกชน และสื่อมวลชน"  โดยมีบุคคลากรกีฬาที่เปี่ยมคุณวุฒิและองค์ความรู้เข้าร่วมสัมนา ประกอบไปด้วย ดร.จำลอง อนันตสุข รองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ( ผู้แทนภาครัฐ ) ดร.เลอภพ โสรัตน์ ( ผู้แทนองค์กรสื่อมวลชน ) ร้อยโท ดร.ธนพจน เอกโยคยะ ( ผู้แทนฝ่าย กฏหมาย ) พันจ่าอากาศเอก นัฐพงค์ เกศาพันธ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ( ผู้แทนองค์กรกีฬา ) โดยใช้เวลาเสวนานำเสนอมุมมองด้านต่างๆอย่างครบถ้วน ก่อนที่ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา มอบของที่ระลึกให้กับองค์ปาฐกถาทุกท่าน

     หลังจบการเสวนาเข้าสู่บรรยากาศการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา โดยมีวาระสำคัญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบไปด้วย 

1.พลเอกชัยวิน ผูกพันธ์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

2.ดร.สุนทร ผจญ รองประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

3.นายวรวุฒิ พงษ์ธีระพล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง

4.นายวันกล้า ขวัญแก้ว นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาออนไลน์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง

5.ดร.สโรชินี สุขตระกูล เลขาธิการสมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก เลขานุการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง

   


  จากนั้นคณะกรรมการเลือกตั้งนับองค์ประชุมก่อนเข้าสู่วาระการเลือกตั้ง ซึ่งที่ประชุมเสนอชื่อประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาชื่อเดียว คือ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ โดยมีสมาชิกยกมือรับรองเอกฉันท์ และคณะกรรมการเลือกตั้งทั้ง 5 ท่านให้การรับรอง ทำให้ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนนาการกีฬาเป็นสมัยที่ 2 โดยมีหมุดหมายสำคัญในการประสานกับภาคเอกชนในการจัดหางานรองรับให้นักกีฬาทีมชาติไทย เพื่อเป็นสวัสดิการที่มั่นคงให้นักกีฬาทีมชาติและนักกีฬาคนพิการทีมชาติ และยังต้องประสานความร่วมมือกับองค์กรกีฬาเพื่อช่วยเติมเต็มให้กับวงการกีฬาไทย สมกับสโลแกนของมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาว่า "อยู่เคียงข้างนักกีฬาไทย ทั้งในสนามและนอกสนาม" จากนั้น ดร.จำลอง อนันตสุข รองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา และพลเอกชัยวิน ผูกพันธ์ ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี กับ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ซึ่งได้กล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึกให้กับแขกผู้มีเกียรติตลอดจนคณะกรรมการเลือกตั้งทั้ง 5 ท่าน 



     หลังผลการเลือกตั้ง ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นั่งเก้าอี้ประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา เป็นวาระที่ 2 ก็จะต้องดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในตำแหน่งต่างๆ ก่อนเดินหน้าทำงานในนาม"มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา" ต่อทันที

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ









วานนี้ (วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย  และคณะ เข้าพบคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สักการะหลวงปู่ไต้ฮง ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย พร้อมเยี่ยมชมภารกิจมูลนิธิฯ หอประวัติมูลนิธิฯ และภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัย และอุปกรณ์ด้านกู้ชีพ กู้ภัย ฯลฯ โดยมี คณะผู้บริหาร และพนักงานมูลนิธิฯ ร่วมให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ







ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung  

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วศ.อว. รับโล่ประกาศเกียรติคุณ​ รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2569

 วศ.อว. รับโล่ประกาศเกียรติคุณ​ รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2569

8 เมษายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยนางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ พร้อมด้วยนางสาวขนิษฐา อัศวชัยณรงค์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ เป็นผู้แทนเข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ระดับดีเยี่ยม เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และได้รับมอบรางวัลจากนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมกิจการผู้สูงอายุ  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวคิด “ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

สำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ มีการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ให้มีโอกาสทำงานและสร้างรายได้หลังเกษียณ ในฐานะผู้ประเมินและคณะกรรมการด้านการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ มากกว่า 60 คน ซึ่งล้วนเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการตรวจประเมินความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 การตรวจประเมินความสามารถผู้จัดโปรแกรมการทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17043 และการตรวจประเมินความสามารถของผู้ผลิตวัสดุอ้างอิง ทำให้สำนักฯ ได้รับการยอมรับร่วมกับองค์การความร่วมมือภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC MRA) และองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ (ILAC MRA) อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน บุคลากรผู้สูงอายุเหล่านี้จึงนับเป็นทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าของประเทศในด้านการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ



#กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #วศ #DSS

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผลักดัน “น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” ขึ้นทะเบียน GI สำเร็จชูเครื่องดื่มสุขภาพอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย

 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผลักดัน “น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” ขึ้นทะเบียน GI สำเร็จชูเครื่องดื่มสุขภาพอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน “น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ของจังหวัดสมุทรสาคร ชูจุดเด่นอัตลักษณ์จากแหล่งผลิตเฉพาะตัว มุ่งคุ้มครองชื่อสินค้าและรักษาคุณภาพตามแหล่งภูมิศาสตร์ พร้อมยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตร GI ไทย สู่ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้ว หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า น้ำตาลสดบ้านแพ้ว คือน้ำหวานบริสุทธิ์ที่เก็บจากช่อดอก หรือ จั่นของมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ต้นเตี้ย โดยช่อดอกที่เหมาะสมต้องอยู่ในระยะที่ดอกยังไม่บาน หรือเป็นดอกที่ยังไม่มีการผสมเกสรหรือยังมีเปลือกแข็ง เกษตรกรจะใช้มีดปาดปลายจั่นทีละน้อย เพื่อให้น้ำช่อดอกมะพร้าวค่อยๆ หยดลงสู่กระบอกที่รองรับไว้ โดยใช้ระยะเวลาเก็บน้ำช่อดอกมะพร้าวแต่ละครั้งประมาณ 10 – 12 ชั่วโมง ซึ่งเป็นกรรมวิธีดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ น้ำช่อดอกมะพร้าวที่เก็บได้สามารถดื่มได้ทันที โดยมีรสชาติหวานละมุน เป็นเอกลักษณ์และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย โดยเป็นเครื่องดื่มที่มีค่าน้ำตาลต่ำ อุดมไปด้วยแร่ธาตุ มีสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นระบบย่อยอาหาร ให้พลังงานและความสดชื่นด้วยความหวานจากธรรมชาติ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ เมื่อนำไปผ่านกระบวนการต้มหรือสเตอริไลซ์จะสามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนานโดยยังคงคุณภาพไว้ได้เช่นเดิม 

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดสมุทรสาครถือเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน ซึ่งมีดินเลนและดินเหนียวที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ และมีแม่น้ำลำคลองมากกว่า 170 สาย นอกจากนี้ ยังมีภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน ทำให้มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง มีปริมาณน้ำฝนกระจายตัวสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ส่งผลให้น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมมีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ การขึ้นทะเบียน GI น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วครั้งนี้ ถือเป็นการคุ้มครองชื่อสินค้าและคุณภาพตามแหล่งภูมิศาสตร์ ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 

3 รูปแบบ ได้แก่ 1) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมใส ที่ได้จากการเก็บแบบสดใหม่กรองด้วยผ้าสะอาด มีลักษณะ สีใส รสหวานและมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย 2) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมสด ที่ผ่านการต้มโดยใช้ไฟแรงจนมีสีน้ำตาลใส คงความสดและกลิ่นหอมไว้ได้อย่างครบถ้วน และ 3) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมแบบสเตอริไลซ์ มีสีขาวใสไปจนถึงน้ำตาลอ่อน อาจมีตะกอนตามธรรมชาติ แต่ยังคงรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วดังกล่าว สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดให้กับชุมชนได้กว่า 11.75 ล้านบาทต่อปี


ทั้งนี้ น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วถือเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรที่มีศักยภาพ สามารถนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งภายหลังจากขึ้นทะเบียน GI แล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมสนับสนุนให้ชุมชนผู้ผลิตสามารถใช้ประโยชน์จากระบบ GI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพและขออนุญาตใช้ตรา GI อย่างถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพตรงตามความคาดหวัง การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ การผลิตน้ำผลไม้ซูเปอร์ฟรุต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ปรุงอาหารที่ให้ความหวานจากธรรมชาติ เป็นต้น รวมทั้งการขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่กรมฯ จัดขึ้นหรือมีความร่วมมือกับภาคเอกชน 

เพื่อผลักดันให้สินค้า GI น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วเป็นที่รู้จักในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ 


การขึ้นทะเบียน GI น้ำช่อดอกมะพร้าวบ้านแพ้วครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการผลิต สร้างความแตกต่างในตลาด และผลักดันสินค้าไทยให้ก้าวสู่ตลาดคุณภาพในระดับที่สูงขึ้น ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทยให้มีความน่าเชื่อถือทั้งในด้านคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมตอกย้ำบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน



----------------------------------------


สสจ.นครศรีธรรมราช เปิดโครงการ “GoSec (CTMR)” ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ติวเข้ม 25 โรงพยาบาล เสริมเกราะไซเบอร์ขั้นสูง ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลสุขภาพ

 สสจ.นครศรีธรรมราช เปิดโครงการ “GoSec (CTMR)” ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ติวเข้ม 25 โรงพยาบาล เสริมเกราะไซเบอร์ขั้นสูง ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลสุขภาพ

​[นครศรีธรรมราช – 8 -10 เมษายน 2569] – สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ยกระดับความเข้มข้นในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาคุณภาพเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยไซเบอร์ GoSec (Cyber Trust & Monitoring Readiness: CTMR)” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศร่วมถ่ายทอดเทคนิคการเฝ้าระวังภัยคุกคามดิจิทัลให้แก่บุคลากรไอทีจาก 25 โรงพยาบาลทั่วจังหวัด

​เมื่อวันที่ 8-10 เมษายน 2569 นายแพทย์ธรรมสถิต พิบูลย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ โดยไฮไลท์สำคัญของการอบรมในครั้งนี้ คือการได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กฤษณ์ธนะทรรศน์ รัตนภูมิภักดี ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เป็นวิทยากรหลักในการบรรยายและนำเวิร์กชอปเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก

​นายแพทย์ธรรมสถิต พิบูลย์ เผยว่า “การได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กฤษณ์ธนะทรรศน์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษระดับแถวหน้า มาเป็นผู้บรรยายในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่บุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาลทั้ง 25 แห่ง จะได้เรียนรู้กลยุทธ์การรับมือภัยคุกคามในระดับสากล เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปกป้องข้อมูลสุขภาพของประชาชนชาวนครศรีธรรมราชให้ปลอดภัยจากการถูกโจมตีในทุกรูปแบบ”เจาะลึกกลยุทธ์ GoSec (CTMR) โดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

​ในการบรรยายโดย ศ.ดร.กฤษณ์ธนะทรรศน์ รัตนภูมิภักดี ได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะความพร้อมผ่านแนวคิด CTMR เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ระบบสาธารณสุขจังหวัด:

​Cyber Trust: การวางโครงสร้างสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด (Zero Trust Architecture)

​Monitoring Readiness: เทคนิคการตรวจจับสัญญาณการบุกรุก (Intrusion Detection) และการวิเคราะห์พฤติกรรมผิดปกติของระบบ

​Incident Response: การจัดทำแผนเผชิญเหตุและการซ้อมรับมือ (Cyber War Game) เพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้ทันทีหากเกิดวิกฤต

​การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Practical Workshop)ผู้เข้าร่วมอบรมจากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ทั้ง 25 แห่ง ได้ลงมือปฏิบัติจริงในประเด็นสำคัญ:

​Vulnerability Assessment: การค้นหาและปิดช่องโหว่ของระบบสารสนเทศโรงพยาบาล

​Log Management & Compliance: การบริหารจัดการข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องตามกฎหมายและ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

​Ransomware Defense: การตั้งค่าระบบป้องกันและสำรองข้อมูลเพื่อรับมือมัลแวร์เรียกค่าไถ่

​ก้าวสู่ Smart Hospital ที่เปี่ยมด้วยความมั่นคงปลอดภัย


​โครงการ GoSec (CTMR) ภายใต้การนำของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช และการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญพิเศษในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่ปลอดภัย ช่วยให้โรงพยาบาลในสังกัดสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมั่นใจ และพร้อมขับเคลื่อนสู่การเป็น Smart Hospital ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับสากล 

​ติดตามรายละเอียดและองค์ความรู้เพิ่มเติม:

เว็บไซต์: www.gosec.one

วว. เชิญชวนพี่น้องชาวไทย "พักรถ...พักผ่อน" ณ สถานีวิจัยลำตะคอง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

 วว. เชิญชวนพี่น้องชาวไทย "พักรถ...พักผ่อน" ณ สถานีวิจัยลำตะคอง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการขับขี่ปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมร่วมสืบสานประเพณีไทย ผ่านกิจกรรม “พักรถ…พักผ่อน...ก่อนกลับบ้าน ” เพื่อบริการประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แวะใช้บริการจุดพักรถเพื่อความปลอดภัยและผ่อนคลายจากการเดินทาง ระหว่างวันที่ 10-15 เมษายน 2569 ณ สถานีวิจัยลำตะคอง ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 184 มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แวะจอดพักรถ พักผ่อน ผ่อนคลายอิริยาบถจากการเดินทาง พร้อมเข้าห้องน้ำ และเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาด้วยความปลอดภัย

https://maps.apple.com/?auid=11816496567967270192&ll=14.770767,101.519372&lsp=7618&q=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81&_ext=EiYpzeCUXkDELEAxvh9t0qNQWUA5Gv+ZnDUXLkBBg5SOKKNwWUBQDA%3D%3D&t=h


กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้าทดสอบมาตรฐานฯ ยกระดับเชฟไทยสู่เวทีโลก ณ ไทเป

  กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้าทดสอบมาตรฐานฯ ยกระดับเชฟไทยสู่เวทีโลก ณ ไทเป เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569  นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝี...