วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

MERCARE แบรนด์สกินแคร์ ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Sensitive Skin ด้วยนวัตกรรม Clean & Gentle Beauty

 MERCARE  แบรนด์สกินแคร์ ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Sensitive Skin ด้วยนวัตกรรม Clean & Gentle Beauty 

MERCARE แบรนด์สกินแคร์กลุ่ม Sensitive Skin ด้าน “ Sensitive Skin Care Innovation ที่ช่วยให้ทุกคนมีผิวแข็งแรง สุขภาพดี และมั่นใจได้ในทุกวัน ผ่านการผสานนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์เข้ากับความอ่อนโยนที่ผิวต้องการ” พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ผิวในทุกวัยและทุกวัน ด้วยไลน์สินค้าที่ครอบคลุมการดูแลผิวครบวงจร ได้แก่ GlowRush Pumping Pads, Kombucha Hydra Rejuvenating Essence, MERCARE Gentle Revive Intensive Softcream และ Aquaglow Smooth Water-Based Sunscreen SPF50+ PA++++  แบรนด์มุ่งเน้นนวัตกรรมการดูแลผิวแบบ Clean & Gentle Beauty มุ่งเน้นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีคุณภาพและตัวสินค้าต้องผ่านการทดสอบความอ่อนโยนจากแพทย์ผิวหนัง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค พร้อมรองรับการเติบโตในตลาดสกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่ายที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

คุณวิศวัศฉริยา โชติพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท AEC Resources development โรงงานผู้ผลิต ซึ่งได้ร่วมพัฒนาสินค้าให้กับแบรนด์ Marcare กล่าวว่า “ AEC ได้เห็นความใส่ใจ มุ่งมั่น การเน้นคุณภาพ ใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกสารสกัด การดูผลจากงานวิจัย การส่งสินค้าไปทดสอบกับสถาบันต่างๆ ของแบรนด์ MERCARE กว่าจะออกมาเป็นสินค้าสู่ผู้บริโภค การได้ร่วมมือกันกับ MERCARE ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการใส่ใจ การคำนึงถึงปัญหาผิวและหาทางแก้ปัญหาได้แบบยั่งยืน และครอบคลุม เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างแท้จริง ของ แบรนด์ Mercare และนั่นคือการเติบโตเข้ามาเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ได้อย่างไม่ลังเล และเติบโตขึ้นแบบไม่หยุดยั้งในตลาดสุขภาพผิว และ AEC พร้อมที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจเป้าหมายและพร้อมเติบโตไปด้วยกัน”

ภัทรพงศ์” เผย ICAO ยก “สถาบันการบินพลเรือน” แชมป์ผลิตบุคลากรการบินสูงสุดในเอเชียและแปซิฟิก สะท้อนความสำเร็จนโยบายคมนาคม พร้อมดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก

 ภัทรพงศ์” เผย ICAO ยก “สถาบันการบินพลเรือน” แชมป์ผลิตบุคลากรการบินสูงสุดในเอเชียและแปซิฟิก สะท้อนความสำเร็จนโยบายคมนาคม พร้อมดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความสำเร็จของสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ในโอกาสสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวทีโลกอย่างยิ่งใหญ่ หลังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ประกาศยกย่องอย่างเป็นทางการ  ให้ สบพ.เป็น “สถาบันฝึกอบรมที่มีจำนวนบุคลากรด้านการบินเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร ICAO Training Packages สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ประจำปี 2568” (Highest Number of Aviation Professionals Trained in the APAC Region ICAO Training Packages 2025) โดยพิธีประกาศเกียรติคุณดังกล่าวจัดขึ้นภายในงานประชุมระดับโลก ICAO Global Implementation Support Symposium (GISS) 2026 ณ ราชอาณาจักรโมร็อกโก

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า รางวัลอันทรงเกียรติจาก ICAO ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องสะท้อนความสำเร็จอันเด่นชัดของ สบพ. ในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานคมนาคมขนส่งทางอากาศของไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของ สบพ. ในฐานะฟันเฟืองสำคัญที่จะผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการบินระดับโลก (World-Class Aviation Training Hub) และยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) อย่างแท้จริง

“รางวัลระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญที่ยืนยันถึงคุณภาพและมาตรฐานการเรียนการสอนของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและขีดความสามารถอันไร้ขีดจำกัดของ สบพ. ในการเดินหน้าพัฒนาทักษะบุคลากรการบิน ทั้งการเพิ่มพูนทักษะ (Upskilling) และการรีสกิล (Reskilling) เพื่อรองรับการเติบโต การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการบิน ตลอดจนการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินระดับโลกอย่างยั่งยืนต่อไป”

นายภัทรพงศ์ กล่าว


ด้านนางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน กล่าวเพิ่มเติมว่า นับเป็นประวัติศาสตร์ของ สบพ. ที่ควรค่าแก่การจารึกไว้ ในฐานะสมาชิกโครงการ ICAO Trainair plus ระดับ Platinum ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา สบพ. ได้ยกระดับมาตรฐานการศึกษาและการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น โดยดำเนินการจัดฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 14 รุ่น ครอบคลุม 9 หลักสูตรสำคัญ และสามารถพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการบินเข้าสู่ระบบได้สำเร็จรวมกว่า 197 คน 

อีกทั้งยังสะท้อนถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ สบพ. ที่สามารถไต่ระดับสมาชิกภาพมาตั้งแต่ระดับ Associate Member, Full Member, Regional Training Center of Excellence จนก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุดคือ Platinum หรือ Training Center of Excellence (TCE) ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน โดยจากสมาชิกทั้งหมด 151 สถาบัน/องค์กร จาก 76 ประเทศทั่วโลก สบพ. ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มสมาชิกภาพระดับสูงสุดนี้ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 20 สถาบันด้านการบินจากทั่วโลก และเป็น 1 ใน 6 จากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น 








โดยความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ สบพ. ไม่หยุดพัฒนา พร้อมเดินหน้ายกระดับหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันสมัยเท่าทันเทคโนโลยีการบินระดับโลก เพื่อมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการศึกษาในระดับสูงสุด ตลอดจนสร้างบุคลากรการบินที่มีคุณภาพอันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่อุตสาหกรรมการบินไทยในเวทีสากลอย่างยั่งยืนต่อไป


#ภัทรพงศ์ภัทรประสิทธิ์

#ภัทรพงศ์ปักหมุดไทยสู่AviationHub

#WorldClassAviationHub

#การบินคิดถึงนอร์ท

#นอร์ทพลัสNoพัก

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พลิกโฉมประเทศด้านการศึกษา พว.เร่งปฏิวัติห้องเรียนไทย ชู GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน

 พลิกโฉมประเทศด้านการศึกษา พว.เร่งปฏิวัติห้องเรียนไทย ชู GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี  สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)ร่วมกับเครือข่ายสถานศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี จัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 110 คน ภายใต้โครงการ“การพัฒนาสมรรถนะเชิงรุก (Competency-Based Learning)”ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps สู่การสร้างนวัตกรรมด้วยการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการวัดและประเมินผลผู้เรียน ยกระดับการจัดการเรียนรู้และการประเมินผลตามสมรรถนะผู้เรียน โดยผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วย ครูจากโรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี 3 แห่ง รวม 110 คน ได้แก่ โรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม โรงเรียนหนองตากยาตั้งวิริยะราษฏร์บำรุง  และโรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม



ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้ ครูจะเป็นผู้ออกแบบกิจกรรม เพื่อให้เด็กเรียนรู้โดยใช้คำถามเป็นหลัก ไม่ใช่บรรยายหรือติวซึ่งเป็นการทำร้ายเด็ก แต่ที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดคือการติว และเด็กก็ใช้เงินเพื่อการนี้ แต่ผลของการสอบ O-Net ที่ผ่านมา23 ปี เราไม่เคยเห็นการผ่านเกณฑ์เลย รวมถึงการประเมิน PISA 20 กว่าปีมานี้ทำอย่างไรเราก็ไม่สามารถผ่านได้ เพราะยิ่งติวยิ่งแคบ ยิ่งติวยิ่งความรู้น้อย เนื่องจากเป็นการเรียนข้อสอบ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ทั้ง O-Net และ PISA เป็นการนำกระบวนการไปวิเคราะห์ข้อสอบ แต่สิ่งที่เกิดคือในห้องสอบครูไม่รู้จักกระบวนการ เด็กจึงไม่มีกระบวนการ เพราะเป็นการเรียนแบบท่องจำ  จึงเป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวต่อไปว่า การอบรมครั้งนี้เป็นการอบรมการใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือสร้างความรู้ของเด็ก โดยนำเนื้อหาในหนังสือมาให้เด็กเรียนรู้ สร้างความรู้โดยผ่านกระบวนการคิด ผ่านกระบวนการประเมิน โดยเพิ่มความดี ความงาม คุณธรรม และ ค่านิยม ซึ่งนำความคิดพื้นฐาน เหตุและผลมาหลอมรวมเข้าด้วยกันทำให้ความคิดขั้นต้นมีคุณค่าสูงขึ้นทั้งตนเองและสังคม ซึ่งการเรียนด้วยวิธีการนี้จะส่งผลให้เกิดนวัตกรรมและต่อยอดเป็น AI ในต่างประเทศที่เขาสร้างนวัตกรรมและAI เกิดขึ้นได้ก็ด้วยการเรียนด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง จนพัฒนา AI ขั้นสูงมาใช้ในด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจต่อมา ก็เอา AI มาใช้ประกอบการเรียนซึ่งก็คือมือถือแท็บเล็ตแต่เมื่อนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ก็ทำให้เกิดปัญหาเด็กติดจอและข้อมูลที่ผ่าน AIมา ควบคุมไม่ได้ จนเกิดกระแสที่กระทบสังคม และเด็กก็ไม่มีสมาธิในการเรียนจนทุกประเทศเห็นพ้องกันว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปประเทศอาจจะด้อยพัฒนาได้ จึงมีการห้ามนำเทคโนโลยีเข้า ในห้องเรียนเพื่อกลับมาเรียนแบบเดิมและมีการประกาศว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะสร้าง AIรุ่นใหม่


“ GPAS 5Steps จะเป็นกำแพงต่อต้านกระแสสังคมเชิงลบที่กระแทกเข้ามา เพื่อให้เด็กต่อต้านสิ่งเหล่านี้ได้ สามารถใช้ปัญญาในการเลือกบริโภคได้ ดังนั้นถ้าเรายังไม่พัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบเด็กจะเอาไม่อยู่ เพราะขนาดธรรมชาติเมื่อมีกระแสลมพัดด้วยความรุนแรง หน้าผา ก้อนหิน ยังสลายได้ แล้วจิตใจของเด็กซึ่งเป็นมนุษย์แท้ๆ ถ้าถูกกระแสสังคมเข้ามากระแทกก็คงยากที่จะทานได้ จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบให้เร็วที่สุด โดยมี AI เป็นเครื่องมือช่วยให้เด็กสามารถคิดวิเคราะห์และเลือกได้ และหากเกิดความผิดพลาดเด็กก็จะสามารถลุกได้เร็ว“ประธานบริหารสถาบัน พว.กล่าว

ดร.ณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)กล่าวว่า ส.บ.ม.ท.คาดหวังว่าคุณภาพของครูจะส่งผลถึงเด็ก โดยเชื่อว่าการพัฒนาครู เติมส่วนที่ขาด วาดส่วนที่หวัง จะสามารถพัฒนาเด็กได้ โดยเฉพาะการอบรมออกแบบการเรียนรู้ด้าน Active Learning การประเมินผลโดยใช้ AI และการประเมินผลตามสภาพจริง ซึ่งครูที่เข้ารับการอบรมวันนี้มาจากโรงเรียนมัธยมศึกษา 2 โรง และโรงเรียนขยายโอกาส 1 โรงในจังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นกลุ่มนำร่องของ ส.บ.ม.ท.ที่ร่วมกับสถาบัน พว. ในการพัฒนาความรู้การประเมินผลตามสภาพจริง และส่งเสริมการออกแบบการเรียนรู้เพื่อเสริมสมรรถนะเด็ก และหลังจากนี้จะขยายผลไปยังโรงเรียนมัธยมศึกษากว่า 2 พันโรงทั่วประเทศต่อไป 

นายพจนรินทร์ เหลืองอรัญนภา ผู้อำนวยการโรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม กล่าวว่า การพัฒนาครูถือเป็นหัวใจของการยกระดับคุณภาพการศึกษา เพราะเมื่อครูมีองค์ความรู้และเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย จะสามารถถ่ายทอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การนำ Active Learning GPAS 5 Steps มาใช้เป็นการเติมเต็มและต่อยอดวิธีการสอนที่ครูแต่ละคนใช้อยู่แล้ว โดยคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละรายวิชา สภาพโรงเรียน และศักยภาพของผู้เรียน เพื่อให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน  ซึ่งการอบรมครั้งนี้จะช่วยให้ครูเข้าใจและนำกระบวนการดังกล่าวไปใช้ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิด วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง แทนการเรียนรู้แบบรับฟังเพียงอย่างเดียว 

นายนรากร สุขวิสิฎฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองตากยาตั้งวิริยะราษฎร์บำรุง กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้จะเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ครูจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีทิศทาง  ลดการบรรยายหน้าชั้นเรียน จะทำให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติจริง และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เด็กจะเรียนด้วยความกระตือรือร้น ซึ่งตนคาดหวังว่าครูจะเข้าใจในการกระบวนการเรียนรู้นี้ได้อย่างถ่องแท้ และนำไปสอนเด็กให้เกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง

สโมสร GYMNASTIKA BY PP Club ระเบิดศึกยิมนาสติกครั้งยิ่งใหญ่ หนุนเยาวชนสู่ความสำเร็จระดับนานาชาติ ในงาน GYMNASTIKA BY PP Club ครั้งที่ 9 และการแข่งขัน 4th INTER-CLUB RHYTHMIC GYMNASTICS COMPETITION ณ อาคารนิมิบุตร

 สโมสร GYMNASTIKA BY PP Club ระเบิดศึกยิมนาสติกครั้งยิ่งใหญ่ หนุนเยาวชนสู่ความสำเร็จระดับนานาชาติ ในงาน GYMNASTIKA BY PP Club ครั้งที่ 9 และการแข่งขัน 4th INTER-CLUB RHYTHMIC GYMNASTICS COMPETITION ณ อาคารนิมิบุตร





​     สโมสร GYMNASTIKA BY PP CLUB โดย นางสาววราภรณ์ พรสิริจรรยา ประธานสโมสร อดีตนักกีฬายิมนาสติกลีลาทีมชาติไทย จัดการแข่งขันยิมนาสติกประจำปี  GYMNASTIKA BY PP Club ครั้งที่ 9 และ การแข่งขัน 4th INTER-CLUB RHYTHMIC

GYMNASTICS COMPETITION ระหว่างวันที่ 4 - 5 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมี นางสาวกนกรัตน์ ตันติกรพรรณ เลขาธิการสมาคมยิมนาสติกแห่งประเทศไทย  เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขัน  เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ พัฒนาศักยภาพ และเตรียมความพร้อมก้าวสู่การแข่งขันในระดับชาติและนานาชาติ 





     สโมสร GYMNASTIKA BY PP CLUB ก่อตั้งและบริหารงานโดย นางสาววราภรณ์ พรสิริจรรยา อดีตนักกีฬายิมนาสติกลีลาทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญรางวัลระดับประเทศและนานาชาติ ผู้มีประสบการณ์การสอนมากกว่า 15 ปี และมุ่งมั่นตั้งใจยกระดับวงการยิมนาสติกไทย โดยทางสโมสรได้ริเริ่มจัดการแข่งขันภายในมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2559  และขยายผลอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็น "เวทีฝึกฝน" ที่ได้มาตรฐานระดับประเทศ สืบเนื่องมาเป็นปีที่ 9 ซึ่งในแต่ละปีได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมแข่งขันเฉลี่ยมากกว่า 700 คนต่อปี ติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน ​สำหรับการแข่งขันในปีนี้ ความโดดเด่นอยู่ที่การยกระดับจากเวทีฝึกฝนสู่ "เวทีสร้างแรงบันดาลใจ" ด้วยการจัดงานในสนามระดับประเทศอย่าง อาคารนิมิบุตร เพื่อรองรับนักกีฬาจำนวนมากและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเยี่ยมให้แก่เยาวชน  การแข่งขันครั้งนี้ครอบคลุมหลากหลายประเภทกีฬา ได้แก่ ยิมนาสติกลีลาพื้นฐาน  ยิมนาสติกลีลาระดับนักกีฬา และ ยิมนาสติกศิลป์ ภายใต้ระบบคะแนนและการตัดสินโดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการรับรองตามหลักสากล เสมือนบรรยากาศการแข่งขันระดับชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น (Beginner) ไปจนถึงนักกีฬาทีมชาติรุ่นเยาว์ ในรุ่นอายุ 5 ปีขึ้นไป ได้สัมผัสประสบการณ์ระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง




              การแข่งขันในครั้งนี้มีนักกีฬายิมนาสติกเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 929 คน จาก 43 สโมสรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ มองโกเลีย มาเลเซีย ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อังกฤษ และประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Snack Jack, Ireal Plus, Mignight Tokyo, Drinking Water Angel, Art Yoon Design และSports Action รวมทั้งสโมสรสมาชิกทุกท่าน

              สโมสร GYMNASTIKA BY PP CLUB เชื่อมั่นว่าการแข่งขันในครั้งนี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาทักษะเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติในฐานะนักกีฬาระดับสากลต่อไปในอนาคต ดังปณิธานของสโมสรที่ว่า "ไม่ใช่แค่สอนให้เก่ง แต่เราสร้างให้เขาเติบโต"


🔸️🔸️🔸️🔸️🔸️🔸️🔸️🔸️

วธ. เดินหน้าขับเคลื่อนการศึกษาทางศาสนา ผนึกภาคีเครือข่ายยกระดับแหล่งเรียนรู้ ปลูกฝังคุณธรรมเด็กและเยาวชน สู่สังคมพหุวัฒนธรรมสันติสุข

 วธ. เดินหน้าขับเคลื่อนการศึกษาทางศาสนา ผนึกภาคีเครือข่ายยกระดับแหล่งเรียนรู้ ปลูกฝังคุณธรรมเด็กและเยาวชน สู่สังคมพหุวัฒนธรรมสันติสุข






วันเสาร์ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมพหุภาคีเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การบริหารและจัดการศึกษาอิสลาม และเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดโดดเด่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยมีนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายพจนาถ ปัญญาศิลป์ รองอธิบดีกรมการศาสนา นายอาชัญ วันแอเลาะ นายกสมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยผู้แทนคณะกรรมการสมาคม หัวหน้าเขตการศึกษา หัวหน้าหน่วยสอบ คณะครูสอนศาสนาอิสลาม เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี เฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา





นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่กับการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงของสถาบันศาสนา จึงมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ขับเคลื่อนการศึกษาทางศาสนาร่วมกับองค์กรศาสนาและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อปลูกฝังคุณธรรมแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เคารพความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม และอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติสุข

กรมการศาสนาได้บูรณาการความร่วมมือกับคณะสงฆ์ องค์การศาสนา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ส่งเสริมการศึกษาทางศาสนาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ผ่านแหล่งเรียนรู้ของแต่ละศาสนา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ปลูกฝังคุณธรรม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ในส่วนของพระพุทธศาสนา กรมการศาสนาส่งเสริมการดำเนินงานของ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) ซึ่งคณะสงฆ์จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัย เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ฝึกปฏิบัติธรรม และเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยใช้หลักสูตรธรรมศึกษาของคณะสงฆ์เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณธรรม ควบคู่กับการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะชีวิตและองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ปัจจุบันในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ กรมการศาสนาให้การสนับสนุนศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ทั่วประเทศ จำนวน ๒,๖๔๕ ศูนย์ มีเด็ก เยาวชน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๗๘๐,๘๒๒ คน


สำหรับศาสนาอิสลาม กรมการศาสนาส่งเสริมการจัดการศึกษาผ่าน ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด (ศอม.) โดยบูรณาการความร่วมมือกับสมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการจัดการศึกษาอิสลามให้มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยใช้หลักสูตรวิชาศาสนาอิสลามภาคบังคับ (ฟัรฎูอัยน์) เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการดำรงชีวิตตามหลักศาสนา เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนมุสลิมให้มีความรู้คู่คุณธรรมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสันติ ปัจจุบันมีศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งแล้ว จำนวน ๑,๐๕๖ ศูนย์ ครอบคลุม ๓๖ จังหวัด ทั่วประเทศ



การประชุมพหุภาคีครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาอิสลามของประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรศาสนา และเครือข่ายผู้จัดการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย และตอบสนองต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในศตวรรษที่ ๒๑

ภายในงาน กรมการศาสนาได้มอบรางวัลศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดโดดเด่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ จำนวน ๑๐ ศูนย์ จาก ๑๐ เขตการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ศูนย์อบรมฯ ที่มีผลการดำเนินงานเป็นแบบอย่างในการพัฒนาการศึกษาอิสลามและการปลูกฝังคุณธรรมแก่เด็กและเยาวชน



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงวัฒนธรรม กรมการศาสนาจะเดินหน้าส่งเสริมการศึกษาทางศาสนาของทุกศาสนาอย่างต่อเนื่อง พัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางศาสนาให้เป็นพื้นที่สร้างคุณธรรม เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ และพัฒนาศักยภาพของเด็ก เยาวชน และประชาชน โดยใช้หลักธรรมของแต่ละศาสนาเป็นพลังในการพัฒนาคน พัฒนาชุมชน และเสริมสร้างสังคมไทยให้สงบสุข สมานฉันท์ และเข้มแข็งอย่างยั่งยืน


MERCARE แบรนด์สกินแคร์ ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Sensitive Skin ด้วยนวัตกรรม Clean & Gentle Beauty

  MERCARE  แบรนด์สกินแคร์ ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Sensitive Skin ด้วยนวัตกรรม Clean & Gentle Beauty  MERCARE แบรนด์สกินแคร์กลุ่ม Sensitiv...