วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สมุทรสงคราม​ จัดงานส้มโอขาวใหญ่และของดี​ ชูสินค้า​ GI​ อัตลักษณ์ท้องถิ่น​ พร้อมหนุนเศรษฐกิจฐานรากรับตรุษจีนปีม้าทอง

 สมุทรสงคราม​ จัดงานส้มโอขาวใหญ่และของดี​  ชูสินค้า​  GI​  อัตลักษณ์ท้องถิ่น​ พร้อมหนุนเศรษฐกิจฐานรากรับตรุษจีนปีม้าทอง



เมื่อวันที่​ 10​ กุมภาพันธ์​ 2569​ ที่สมุทรสงคราม นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ส้มโอขาวใหญ่และของดีสมุทรสงคราม ประจำปี2569 ”  โดยนางสาวยุพา นาคา พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) สำนักงานสมุทรสงคราม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมงานจำนวนมาก


งานดังกล่าวจัดขึ้นวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2569 รวม 5 วัน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. ทุกวัน ภายใต้แนวคิด “กินส้มโอดี มีเฮง มหามงคล ปีม้าทอง” มุ่งส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะ “ส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม” ซึ่งเป็น สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ควบคู่การกระตุ้นการ ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจังหวัดในช่วงเทศกาลตรุษจีน

นายชยชัย แสงอินทร์ กล่าวว่า การจัดงานครั้ง นี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตคุณภาพ ออกมาจำหน่ายโดยตรงถึงผู้บริโภค ลดการพึ่งพา พ่อค้าคนกลาง และช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่าง เป็นธรรม อีกทั้งเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ส้มโอขาว ใหญ่ให้ผลผลิตจำนวนมากและรสชาติดี สอดคล้องกับ ความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีนที่มองว่าส้มโอเป็นผล ไม้มงคล สื่อถึงความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์ จึง นิยมซื้อไปไหว้บรรพบุรุษ จังหวัดจึงใช้โอกาสนี้สร้าง มูลค่าเพิ่มและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าเกษตรของ ท้องถิ่น


เกษตรกรชาวสวนมากกว่า 50 ร้าน มีปริมาณผลผลิต หมุนเวียนตลอดการจัดงานไม่น้อยกว่า 20 ตัน ให้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวเลือกซื้อส้มโอคุณภาพจาก สวนในราคาที่เหมาะสม พร้อมกิจกรรมสร้างสีสัน อาทิ การประกวดส้มโอขาวใหญ่ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือน้ำ หนัก 1.40-1.60 กิโลกรัม และ 1.61-2.00 กิโลกรัม ชิงเงินรางวัลรวม 11,000 บาท ซึ่งนอกจากยกระดับ มาตรฐานสินค้าแล้ว ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ด้านการผลิตอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สมุทรสงครามยังได้นำสินค้าจากกลุ่มโอทอปและ วิสาหกิจชุมชนกว่า 40 ร้าน มาร่วมจำหน่าย เสริมมิติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจฐานราก พร้อมการสาธิตและจำหน่ายเมนูเด่นจากส้มโอและ วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ยำส้มโอ ส้มโอลอยแก้ว ห่อหมก มะพร้าวอ่อนกุ้งแม่น้ำ และผัดไทยซอสมะพร้าวน้ำหอม


ด้านกิจกรรมบันเทิงยามค่ำคืน มีการแสดง จากศิลปินชื่อดังตลอดทั้ง 5 วัน อาทิ สลัดศรี ไห ทองคำ โบว์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ แนนซี่ กุหลาบ ร้อย รัศมี แพรวา พัชรี ฟิวส์ ไหทองคำ หน่อย สุธิษา และ ปิดท้ายด้วย เต้ วัชสัณห์ เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป


สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามถือเป็นแหล่ง ปลูกส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกประมาณ 12,204 ไร่ ให้ผลผลิตมากกว่า 17,793 ตันต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 634 ล้านบาท โดยส้มโอขาวใหญ่ได้รับการขึ้น ทะเบียน GI เมื่อปี พ.ศ.2555 สะท้อนถึงคุณภาพ มาตรฐาน และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น อันเป็นรากฐาน สำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

จึงขอเชิญผู้สนใจไปเที่ยวชมและเลือกซื้อส้ม โอดีมีคุณภาพรสชาติอร่อยเพื่อบริโภคหรือนำไปไหว้ บรรพบุรุษหรือเป็นของฝากญาติพี่น้องเพื่อนฝูงและผู้ที่ เคารพนับถือได้ในงานตามวันและเวลาดังกล่าวจังหวัดสมุทรสงคราม โดย สำนักพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม ขอเชิญทุกท่านมาเที่ยว ชิม ช็อปในงาน เทศกาลส้มโอขาวใหญ่ และของดีสมุทรสงคราม ประจำปี 2569กินส้มโอ ดี  มีเฮง มหามงคล ปีม้าทอง  ระหว่างวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น.ณ.ลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม 


พัฒนาฝีมือแรงงาน ปั้นช่างซ่อมเครื่องชงกาแฟ HX ต่อยอดธุรกิจบาริสต้า

 พัฒนาฝีมือแรงงาน ปั้นช่างซ่อมเครื่องชงกาแฟ HX ต่อยอดธุรกิจบาริสต้า

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายสมาสภ์  ปัทมะสุคนธ์  อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เยี่ยมชมพบปะพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการซ่อมและการบำรุงรักษาเครื่องชงกาแฟระบบแลกเปลี่ยนความร้อน (Coffee Machine Repair and Maintenance of Heat Exchange System) จำนวน 18 คน  โดยมีผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมเยี่ยมชม ณ ห้องฝึกอบรม อาคารวิทยาลัยการแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร


นายสมาสภ์  ปัทมะสุคนธ์  อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า  ผู้ประกอบธุรกิจร้านกาแฟ การชงกาแฟ หรือบาริสต้า รวมถึงแรงงานที่ประกอบอาชีพดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการยกระดับทักษะให้มีความรู้ ความชำนาญ และความปลอดภัยจากการทำงานและการดูแลรักษา และซ่อมเครื่องชงกาแฟ เนื่องจาก เครื่องชงกาแฟระบบแลกเปลี่ยนความร้อน หรือ HX  มีระบบซับซ้อนกว่าเครื่องทั่วไปโดยใช้หม้อต้มเดียว แต่สามารถทำได้ทั้งชงกาแฟ สตีมนม ซึ่งต้องอาศัยการควบคุมอุณหภูมิ และแรงดันอย่างแม่นยำ ถ้าผู้ใช้ไม่เข้าใจโครงสร้างจะทำให้เครื่องเสียเร็ว กาแฟรสชาติไม่นิ่ง เสี่ยงอันตรายจากแรงดันความร้อน ทั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยกองพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก ได้จัดฝึกอบรมหลักสูตรการซ่อมและการบำรุงรักษาเครื่องชงกาแฟระบบแลกเปลี่ยนความร้อน ระยะเวลาการฝึกอบรม 18 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 10 – 12 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้เข้าอบรมจำนวน 18 คน ประกอบด้วย บุคลากรฝึกจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานของกรม โดยมีวิทยากรที่มีความรู้ และประสบการณ์การซ่อมและการบำรุงรักษาเครื่องชงกาแฟฯ จากบริษัท พีเบอร์รี่ ไทย จำกัด มาถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ เกี่ยวกับการตรวจเช็กอาการเสีย แก้ปัญหาขัดข้องของเครื่องโดยไม่ต้องเรียกช่างมาซ่อมราคาแพง เป็นการช่วยยืดอายุเครื่องให้สามารถใช้งานได้ยาวนานคุ้มค่า ช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้อย่างดี รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานที่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า แรงดันสูง และความร้อนต่อเนื่อง เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้แก่ประชาชน ช่างซ่อมบำรุง หรือผู้ที่สนใจเข้ารับการฝึกต่อไป






 หลักสูตรดังกล่าว นอกจากจะเป็นการยกระดับทักษะให้แก่บาริสต้า เจ้าของร้านแล้วยังเป็นการต่อยอดรายได้ ไม่ใช่แค่ความรู้เฉพาะทางอย่างเดียวอย่างที่เข้าใจกัน สำหรับผู้ที่สนใจในหลักสูตรนี้ หากมีเปิดรับสมัครฝึกอบรมทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือเว็บไซต์กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน www.dsd.go.th หัวข้อ กำหนดการฝึกอบรม อธิบดีสมาสภ์กล่าวทิ้งท้าย


รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ฉลอง 33 ปี BCH เร่งลงทุน MRI 3 Tesla เครื่องแรกนนทบุรี ปั้น Regional Imaging Center เสริม Medical Hub ฝั่งตะวันตก

 รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ฉลอง 33 ปี BCH เร่งลงทุน MRI 3 Tesla เครื่องแรกนนทบุรี ปั้น Regional Imaging Center เสริม Medical Hub ฝั่งตะวันตก


บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เดินหน้าสร้างการเติบโตในอุตสาหกรรมสุขภาพ ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง ล่าสุด โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ จัดงาน Grand Opening เฉลิมฉลองครบรอบ 33 ปีของการให้บริการ พร้อมทุ่มกว่า 80 ล้านบาท เปิดตัวเครื่องตรวจวินิจฉัย MRI 3 Tesla เครื่องแรกของจังหวัดนนทบุรี สะท้อนยุทธศาสตร์การพัฒนาโรงพยาบาลสู่ศูนย์กลางบริการสุขภาพครบวงจร รองรับความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกและปริมณฑลที่เติบโตต่อเนื่อง 

ผศ.ดร.พญ.สมพร หาญพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเฉลิมฉลองครบรอบ 33 ปีของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาองค์กร ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาล ควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ เพื่อรองรับแนวโน้มอุตสาหกรรมสุขภาพที่มีการแข่งขันสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น 


การลงทุนในเครื่อง MRI 3 Tesla ซึ่งใช้งบลงทุนมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์สำคัญของ BCH ในการเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในเครือให้สามารถรองรับการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน โดยเครื่องดังกล่าวมีความสามารถในการสร้างภาพวินิจฉัยที่มีความละเอียดสูง ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะโรคทางสมอง ระบบประสาท หลอดเลือด และโรคกระดูกและข้อ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว

ผศ.ดร.พญ.สมพร กล่าวอีกว่า ความสำเร็จของโรงพยาบาลตลอดระยะเวลากว่า 33 ปี เกิดจากความแข็งแกร่งของเครือข่ายโรงพยาบาลในกลุ่ม BCH ซึ่งประกอบด้วย โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้เข้ารับบริการผู้ป่วยนอก (OPD) รวมกันเฉลี่ยสูงกว่า 2.6 ล้านรายต่อปี หรือเกือบ 7,000 รายต่อวัน ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ และเป็นแรงผลักดันให้กลุ่มโรงพยาบาลเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การตัดสินใจนำเครื่อง MRI 3 Tesla มาติดตั้งในจังหวัดนนทบุรี เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาศูนย์บริการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ระดับภูมิภาค หรือ Regional Imaging Center โดยเล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดนนทบุรีที่มีประชากรกว่า 1.3 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ป่วยที่ต้องการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง มักต้องเดินทางเข้าสู่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ส่งผลต่อระยะเวลาการเข้าถึงการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องการการวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน


การติดตั้ง MRI 3 Tesla ที่นี่ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีวินิจฉัยระดับโลกได้ใกล้บ้านมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถรองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในเครือ BCH รวมถึงโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


จุดเด่นของเครื่อง MRI 3 Tesla รุ่นใหม่นี้ ยังสามารถเพิ่มความเร็วในการตรวจวินิจฉัยได้ เร็วขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีมาตรฐาน ช่วยลดระยะเวลาการตรวจ เพิ่มความแม่นยำของผลวินิจฉัย และเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ป่วย ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้ม Healthcare Modernization ที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและประสิทธิภาพการรักษา


ผศ.ดร.พญ.สมพร กล่าวอีกว่า ในเชิงธุรกิจ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ถือเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลยุทธศาสตร์ของ BCH ในการรองรับการเติบโตของชุมชนเมืองและกำลังซื้อในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งมีการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ และประชากรกลุ่มรายได้ระดับกลางถึงสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการบริการสุขภาพระดับพรีเมียมและบริการตรวจคัดกรองโรคเชิงลึกมีแนวโน้มเติบโตสูง 


นอกจากนี้ เทคโนโลยี MRI 3 Tesla ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ใช้บริการได้เพิ่มขึ้น พร้อมช่วยลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนการรักษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ และเสริมความแข็งแกร่งด้านการแข่งขันของ BCH ในตลาดโรงพยาบาลเอกชน 

ปัจจุบัน BCH ยังคงเดินหน้าพัฒนาโรงพยาบาลในเครือให้ครอบคลุมบริการทางการแพทย์ครบวงจร พร้อมขยายศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ อาทิ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) 

ในโอกาสครบรอบ 33 ปี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ยังคงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาพัฒนาการรักษา เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพที่แม่นยำ รวดเร็ว และเป็นที่พึ่งของประชาชนในระยะยาว” ผศ.ดร.พญ.สมพร กล่าวทิ้งท้าย


###

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จับมือ 2 องค์กรใหญ่ คิกออฟพัฒนาช่างประปามืออาชีพ ติดตั้งซ่อมแซมบริการประชาชน

 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จับมือ 2 องค์กรใหญ่ คิกออฟพัฒนาช่างประปามืออาชีพ ติดตั้งซ่อมแซมบริการประชาชน

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายสุทัศน์ นุชปาน รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 3) การประปาส่วนภูมิภาค และนายธนภัทร แสงจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกันเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอาชีพประปาให้ประชาชน และคณะผู้บริหารทั้งสามหน่วยงานร่วมพิธีเปิด ณ วิทยาลัยเทคนิคตราด ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด


นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ตนเองมีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกอาชีพประปาให้ประชาชน ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน การประปาส่วนภูมิภาค และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการลงนามความร่วมมือของทั้งสามหน่วยงานเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านมา ที่มีเป้าหมายต้องการต่อยอดความสำเร็จความร่วมมือระหว่างช่วงปี 2566 – 2568 ที่จัดฝึกอบรมหลักสูตรการสำรวจ ติดตั้ง ซ่อมแซมท่อประปาในที่พักอาศัย และอาคารสำนักงาน (ระยะเวลาการฝึกอบรม 18 ชั่วโมง) มีผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 650 คน สำหรับปี 2569 ยังคงดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าว เพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพช่างประปาให้แก่กำลังแรงงาน ให้มีความรู้ความสามารถและทักษะในการปฏิบัติงาน เป็นทักษะด้านอาชีพในการสร้างรายได้และซ่อมแซมอุปกรณ์ประปาที่ได้รับความเสียหายภายในครอบครัวและชุมชนลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ โดยมีเป้าหมายฝึกอบรมในพื้นที่ 20 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด นครนายก อ่างทอง สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พังงา ปัตตานี นราธิวาส ชัยภูมิ มหาสารคาม หนองคาย เลย อุบลราชธานี สุรินทร์ แพร่ พะเยา นครสวรรค์ และสุโขทัย ดำเนินการฝึกอบรมช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนมิถุนายน คาดว่าจะมีช่างฝีมือ ช่างชุมชน และประชาชนทั่วไป เข้าอบรมไม่น้อยกว่า 400 คน ซึ่งนครนายกและอ่างทองมีดำเนินการฝึกอบรมแล้ว ตราดเป็นจังหวัดที่สามที่มีความตั้งใจคิกออฟเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ


ขอขอบคุณทั้งสองหน่วยงานที่ได้ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาทักษะช่างประปาให้เป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ทั้งในการติดตั้งและซ่อมแซม เป็นได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมในการบริการชุมชน เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง” รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวทิ้งท้าย


นายสุทัศน์ นุชปาน รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 3) การประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา มีช่างและประชาชนให้ความสนใจและตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้ และช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในกรณีอุปกรณ์ประปาภายในบ้านชำรุดเสียหาย การประปาส่วนภูมิภาคจึงมีแผนงานต่อเนื่องที่จะขยายพื้นที่ดำเนินโครงการในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการพัฒนาทักษะวิชาชีพของประชาชน ซึ่งการจัดฝึกอบรมในวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่าน จะได้เพิ่มพูนความรู้ และพัฒนาทักษะวิชาชีพประปาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของการประปาส่วนภูมิภาค



นายธนภัทร แสงจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าว ผู้เข้ารับการอบรมในหลักสูตรนี้จะได้รับการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการประกอบวิชาชีพช่างประปา ทั้งความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการผลิตน้ำประปา ความปลอดภัยในการทำงาน การอ่านแบบงานระบบสุขาภิบาล การสำรวจหาท่อรั่ว การติดตั้งและการซ่อมแซมท่อประปา เป็นต้น  ทุกท่านที่ผ่านการฝึกอบรม มีทักษะด้านช่างประปาโดยสมบูรณ์ อันเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและการประกอบอาชีพต่อไป

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กรมการศาสนา เตรียมเอกสารเสนอองค์การยูเนสโก ยกย่อง “ครูบาศรีวิชัย” เป็นบุคคลสำคัญของโลก เนื่องในวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล

 กรมการศาสนา เตรียมเอกสารเสนอองค์การยูเนสโก ยกย่อง “ครูบาศรีวิชัย” เป็นบุคคลสำคัญของโลก เนื่องในวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา เตรียมเอกสารเสนอองค์การยูเนสโก ยกย่อง “ครูบาศรีวิชัย” เป็นบุคคลสำคัญของโลก สะท้อนบทบาทผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งล้านนา ในวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล ชูคุณูปการด้านศาสนา วัฒนธรรม และการพัฒนาสังคม โดยมุ่งหวังให้เป็นโอกาสในการยกระดับคุณค่าทางจิตวิญญาณ และวัฒนธรรมของประเทศไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ให้ดำเนินการบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ขับเคลื่อนภารกิจในการเสนอชื่อ “ครูบาศรีวิชัย” พระเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาแห่งล้านนาไทย ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO เพื่อยกย่องเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” เนื่องในโอกาสครบรอบ 150 ปีชาตกาล ในปี พ.ศ. 2571 การดำเนินงานอยู่ระหว่างคณะทำงานจัดทำเอกสารฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงวัฒนธรรม ประกอบด้วยนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานในพื้นที่ รวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้านครอบคลุมทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพัฒนาการทางสังคม โดยครูบาศรีวิชัยได้รับการยกย่องว่าเป็น 


ตนบุญแห่งล้านนาไทย” ด้วยผลงานการเผยแผ่ธรรม และพัฒนาท้องถิ่น โดยยึดหลักธรรมบารมี 30 ทัศ ที่สร้างความศรัทธา และเกิดความยั่งยืนในการพัฒนา เช่น การสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพโดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐ อาศัยแรงศรัทธา และจิตอาสาของประชาชน การบูรณะวัดวาอารามสำคัญในภาคเหนือผ่านการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมตามแบบศิลปะล้านนา และรวมถึงการพัฒนาจิตใจผ่านการเทศน์ ส่งเสริมด้านการให้ทาน รักษาศีลและการเจริญภาวนา และการยึดมั่นในความสมถะอย่างแท้จริง โดยคุณูปการของท่านมีความสอดคล้องกับพันธกิจของยูเนสโกใน 2 ด้านหลัก ได้แก่ ๑) ด้านสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ (Social and Human Sciences) และ 2) ด้านวัฒนธรรม (Culture) อีกทั้งยังสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ ๕ ว่าด้วยความเท่าเทียมทางเพศและความกลมเกลียวในสังคม และเป้าหมายที่ ๑๑ ว่าด้วยการพัฒนาเมืองและชุมชนให้มีความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าระดับสากลของครูบาศรีวิชัยในฐานะที่จะเสนอเป็นบุคคลสำคัญของโลกอย่างแท้จริง สำหรับกระบวนการจัดทำเอกสารได้ดำเนินการอย่างรอบด้าน รวมถึงการลงพื้นที่เก็บข้อมูล ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดและผลงานของครูบาศรีวิชัย เนื่องจากการเสนอชื่อบุคคลสำคัญของโลก จำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงคุณูปการที่มีผลกระทบในวงกว้าง ทั้งในประเทศ และในระดับสากล การลงพื้นที่ใน 3 ประเทศดังกล่าว จึงเป็นการรวบรวมหลักฐานที่แสดงถึงแนวคิด จริยธรรม และผลงานซึ่งได้รับการยอมรับ และมีคุณค่าร่วมในกลุ่มวัฒนธรรมพุทธที่หลากหลาย

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวทิ้งท้ายว่า ครูบาศรีวิชัย นับเป็นปูชนียบุคคลของโลก เป็นพระสงฆ์ที่ประชาชนให้ความเคารพและศรัทธา และสมควรได้รับการเสนอชื่อให้ เป็นบุคคลสำคัญของโลกในฐานะผู้ที่มีคุณูปการโดดเด่นต่อมวลมนุษยชาติในด้านศาสนา การศึกษา วัฒนธรรม หรือสันติภาพ ซึ่งครูบาศรีวิชัยถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน การดำเนินการครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้ประชาสัมพันธ์ในเวทีโลกว่า ประเทศไทยมีรากฐานทางคุณธรรมที่ลึกซึ้ง และควรค่าต่อการเรียนรู้ร่วมกันของมนุษยชาติ โดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้สามารถยื่นเอกสารต่อสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม (ยูเนสโก) กระทรวงศึกษาธิการในปี 2569 โดยองค์การยูเนสโกจะพิจารณาประกาศยกย่องอย่างเป็นทางการในปี 2571 สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ www.khrubasiwichai.com



สายสีแดง จับมือเขตจตุจักร จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2 “Love in the Sky 2026” เฉลิมฉลองวันแห่งความรัก

 สายสีแดง จับมือเขตจตุจักร จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2 “Love in the Sky 2026” เฉลิมฉลองวันแห่งความรัก 

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ร่วมกับ สำนักงานเขตจตุจักร จัดกิจกรรมสุดพิเศษ จดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งที่ 2 “Love in the Sky 2026” บนขบวนรถไฟฟ้า เฉลิมฉลองวันแห่งความรัก

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ในเทศกาลวันแห่งความรักนี้ บริษัทฯ บูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานเขตจตุจักร จัดกิจกรรม “Love in the Sky 2026” จดทะเบียนสมรสบนขบวนรถไฟฟ้าเป็นครั้งที่ 2 ของโลก โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อปี 2025 ซึ่งมีคู่รักให้ความสนใจเข้าร่วมจดทะเบียนสมรสเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้ให้ความสำคัญและเปิดโอกาสในการใช้ขบวนรถไฟฟ้าเป็นพื้นที่สำหรับคู่รักทุกเพศทุกวัยได้แสดงออกถึงความรักอย่างเท่าเทียม สะท้อนถึงค่านิยมในสังคมที่ยอมรับและเคารพในสิทธิของทุกคน และคู่รักยังได้แลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญาในบรรยากาศสุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้เมื่อเสร็จสิ้นพิธีจดทะเบียนสมรสแล้ว รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จะนำพาคู่รักทุกคู่เดินทางไปชมทัศนียภาพอันสวยงามผ่านทิวทัศน์ของชานเมืองกรุงเทพมหานคร และได้ร่วมบันทึกภาพแบบ Unseen โดยช่างภาพมืออาชีพ บริเวณชั้นดาดฟ้าของสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ก่อนใครในประเทศ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับให้บริการรถไฟฟ้าความเร็วสูงในอนาคต


ท้้งนี้ คู่รักทุกคู่จะได้ร่วมกิจกรรมสอยดาวภายในขบวนรถไฟฟ้าเพื่อลุ้นรับรางวัล ทองคำ , เครื่องใช้ไฟฟ้า และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบันเทิงมากมาย อาทิ Mini Concert จาก ตุ๊กตา The Voice พบปะพูดคุยกัยคู่รักดารา เจ้าบ่าวป้ายแดง แอนด์ดรูว์ โคนินทร์ ดีเจสอง ซินแสโต๋ รวมถึงภายในงานยังมีบริการอาหาร เครื่องดื่ม แบบจัดเต็ม โดยการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงพลังแห่งความรักและการเคารพในความหลากหลายของมนุษย์ โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ขอเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงจิตใจและความรักที่บริสุทธิ์ ในบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร

บริษัทฯ ยังยึดมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร ตลอดจนสร้างวันแห่งความประทับใจ พร้อมมอบรอยยิ้มให้แก่ประชาชนอย่างเต็มความสามารถ


โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th


“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”


รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

“บ๊อบ ทูน หิรัญทรัพย์” แท็กทีมกัลยาณมิตร บุกมวกเหล็ก เช็กอินพิกัด Unseen วัดถ้ำบาดาล พร้อมส่งต่อไอเทมเด็ดแบรนด์ “ทูนหัว” ดูแลสายบุญทั่วไทย

  “บ๊อบ ทูน หิรัญทรัพย์” แท็กทีมกัลยาณมิตร บุกมวกเหล็ก เช็กอินพิกัด Unseen วัดถ้ำบาดาล พร้อมส่งต่อไอเทมเด็ดแบรนด์ “ทูนหัว” ดูแลสายบุญทั่วไทย


[สระบุรี] – “พี่บ๊อบ - ทูน หิรัญทรัพย์” พระเอกระดับตำนานขวัญใจชาวไทย ยุค 80s-90s นำทีมลงพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ร่วมกับกัลยาณมิตรคนสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ ดาบตำรวจทิวากร สังฆะมณี จากชุดชุมชนสัมพันธ์ สายตรวจตำบลลำพญากลาง สถานีตำรวจภูธรมวกเหล็ก ผู้ที่คอยดูแลความปลอดภัยและเชื่อมสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจกับชาวบ้านอย่างใกล้ชิด และ นายกวิชัย เปาวิมาน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง ผู้นำที่มุ่งมั่นผลักดันการท่องเที่ยวชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวิถีคาวบอยเมืองไทย โดยเริ่มต้นจากการเข้ากราบนมัสการ พระอาจารย์แก้ว อริยวํโส เจ้าอาวาสวัดถ้ำบาดาล เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเยี่ยมชมความมหัศจรรย์ของ "ถ้ำวงกตอธิบดีเวสสุวรรณ" พิกัดลับสุด Unseen ที่ประดิษฐานท้าวเวสสุวรรณหนึ่งเดียวในไทยท่ามกลางหินงอกหินย้อยอันวิจิตร ซึ่งต้องใช้พลังกายและพลังศรัทธาในการเดินเท้าลุยเส้นทางธรรมชาติเพื่อไปสัมผัสความงามใต้พิภพที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง

โดยทาง พี่บ๊อบ ทูน หิรัญทรัพย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความประทับใจในทริปนี้ว่า "การมาเยือนลำพญากลางครั้งนี้เปิดหูเปิดตาผมมากครับ ขอบคุณท่านนายกวิชัยและดาบตำรวจทิวากรที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะที่ ไร่ธนิสราฟาร์ม คาเฟ่ ผมบอกได้เลยว่านี่คือที่สุดของคาวบอยเมืองไทยในชีวิตจริง บรรยากาศมันใช่และเท่มากจริงๆ ส่วนที่วัดถ้ำบาดาล ผมทึ่งในความงามและความศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นบทพิสูจน์ศรัทธาที่สายบุญต้องมาให้เห็นกับตาตัวเองสักครั้งครับ"



นอกจากความประทับใจในสถานที่แล้ว พี่บ๊อบยังได้แนะนำตัวช่วยสำคัญสำหรับนักเดินทางและสายมูจากแบรนด์ "ทูนหัว" ทั้ง ครีมนวดสปา สูตรเข้มข้น และ ตำหนักไทย น้ำมันนวดที่มีให้เลือกถึง 5 สูตร 5 กลิ่นหอมสดชื่น ซึ่งเป็นไอเทมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย วิงเวียน และดูแลสุขภาพร่างกายให้พร้อมลุยได้ในทุกทริป โดยผลิตภัณฑ์แบรนด์ทูนหัวนี้บรรจุในเซ็ตสุดคุ้มที่เหมาะทั้งการใช้เองและเป็นของฝากทรงคุณค่าสำหรับทุกเพศทุกวัย สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์และข้อมูลท่องเที่ยวสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่เพจ "ลำพญากลางบ้านฉัน"



.....

▪︎ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แบรนด์ ทูนหัว 

ผลิตภัณฑ์แบรนด์ทูนหัวมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพด้วยสารสกัดสมุนไพรคุณภาพ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

- ทูนหัว ครีมนวดสปา: มี 1 สูตรมาตรฐาน เนื้อโลชั่นสูตรพิเศษ ซึมง่ายไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความรู้สึกเย็นสบายไม่แสบร้อนผิว ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเห็นผล

- ตำหนักไทย น้ำมันนวดสมุนไพร: มีให้เลือกถึง 5 สูตร 5 กลิ่นหอมสดชื่น ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ ไมเกรน อาการมือชาเท้าชา เหมาะสำหรับพกพาติดตัว หรือมอบเป็นของขวัญของชำร่วยในโอกาสพิเศษ

ติดต่อสอบถามรายละเอียด สั่งซื้อได้ที่ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ ทูนหัว ติ๊กต๊อก tiktok.com/@toonhua45


.....

▪︎ เกี่ยวกับ วัดถ้ำบาดาล อำเภอมวกเหล็ก 

วัดถ้ำบาดาล จังหวัดสระบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาสุด Unseen ไฮไลท์สำคัญคือ "ถ้ำวงกตอธิบดีเวสสุวรรณ" ประดิษฐานท้าวเวสสุวรรณองค์เดียวในไทยท่ามกลางหินงอกหินย้อยที่ทรงพลัง และ "ถ้ำบาดาล" ที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าปางปรินิพพานใต้พิภพ การเดินทางมาที่นี่ต้องอาศัยทั้งการนั่งรถและเดินเท้าลุยเส้นทางธรรมชาติ เป็นจุดเช็กอินที่สายบุญและสายลุยต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง


#ทูนหัวครีมนวดสปา #ตำหนักไทยน้ำมันนวดสมุนไพร #แบรนด์ทูนหัว #ทูนหิรัญทรัพย์ #วัดถ้ำบาดาล #มวกเหล็ก #สระบุรี #สายมู #เที่ยวไทย  #สมุนไพรไทย #ปวดเมื่อย #ไอเทมสายบุญ #ไร่ธนิสราฟาร์ม #ลำพญากลาง

สมุทรสงคราม​ จัดงานส้มโอขาวใหญ่และของดี​ ชูสินค้า​ GI​ อัตลักษณ์ท้องถิ่น​ พร้อมหนุนเศรษฐกิจฐานรากรับตรุษจีนปีม้าทอง

  สมุทรสงคราม​ จัดงานส้มโอขาวใหญ่และของดี​  ชูสินค้า​  GI​  อัตลักษณ์ท้องถิ่น​ พร้อมหนุนเศรษฐกิจฐานรากรับตรุษจีนปีม้าทอง เมื่อวันที่​ 10​ กุ...