กรมทรัพย์สินทางปัญญา พา “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ขึ้นทะเบียน GI ใน EU สำเร็จ!ปักธงโอกาสทางการค้ากว่า 27 ประเทศดันผลไม้คุณภาพของไทยเฉิดฉายในเวทีโลก
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยข่าวดี “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในสหภาพยุโรปแล้ว นับเป็นอีกก้าวสำคัญของสินค้าเกษตรไทยในเวทีสากล ช่วยสร้างชื่อเสียงและยกระดับมาตรฐานคุณภาพผลไม้ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าใน 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดพรีเมียมอย่างเป็นรูปธรรม
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ควบคู่กับการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า และสนับสนุนช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมเร่งผลักดันการนำสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพไปขึ้นทะเบียนเป็น GI ในต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาดส่งออกสำคัญ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และสร้างความเข้มแข็งให้สินค้าไทยในเวทีการค้าโลก
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สหภาพยุโรปได้เผยแพร่ประกาศขึ้นทะเบียน “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ของไทย เป็น GI ในสหภาพยุโรป หลังไทยยื่นคำขอไว้เมื่อปี 2566 ด้วยเล็งเห็นว่าสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของของไทย มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการได้รับความคุ้มครอง GI จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกไทย ทั้งในด้านการป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า การยกระดับความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าสินค้า และการขยายโอกาสทางการค้าไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ สเปน เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก ไอร์แลนด์ เดนมาร์ก เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทย อันก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
จากการประกาศขึ้นทะเบียนดังกล่าว ส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีเป็นสินค้า GI รายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ไทยลำดับที่ 5 ที่ได้ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรป ต่อจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง กาแฟดอยตุง (เชียงราย) และกาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ที่ได้ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ โดยมะพร้าวน้ำหอมราชบุรีมีแหล่งผลิตในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองราชบุรี ดำเนินสะดวก วัดเพลง บ้านโป่ง บางแพ ปากท่อ และโพธาราม ซึ่งมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มและราบลุ่มต่ำ ดินเป็นดินร่วนปนดินเหนียวที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
จึงมีฝนตกสม่ำเสมอและมีแม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำสายหลัก สภาพดินและน้ำจึงเหมาะสมต่อการปลูกมะพร้าวน้ำหอม และช่วยให้ผลผลิตมีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยน้ำมะพร้าวมีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตยเนื้อมะพร้าวหนาสองชั้นและมีลักษณะอ่อนนุ่ม ลักษณะภายนอกเป็นมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์เตี้ย เปลือกสีเขียวสด ก้นจีบ ตรงกลางผลป่องกลม สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี โดยในปี 2568 มีปริมาณการผลิตมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี 550 ล้านลูก มูลค่าการจำหน่ายในประเทศ 276 ล้านบาท และมูลค่าการส่งออกทั่วโลกกว่า 5,244 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศด้วย รวมทั้งสิ้น 11 รายการใน 33 ประเทศ ได้แก่ 1) ผ้าไหมยกดอกลำพูน ในอินเดียและอินโดนีเซีย 2) เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน
(20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย) ในเวียดนาม 3) ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม และศรีสะเกษ) ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 4) ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 5) กาแฟดอยตุง (เชียงราย) ในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และกัมพูชา 6) กาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น 7) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช)
ในมาเลเซีย 8) ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ในเวียดนาม 9) มะขามหวานเพชรบูรณ์ ในเวียดนาม
10) สับปะรดห้วยมุ่น (อุตรดิตถ์) ในญี่ปุ่น และ 11) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ในสหภาพยุโรป
นางอรมน กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงช่วยขยายตลาดส่งออก แต่ยังเป็นกลไกสำคัญ ในการยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดพรีเมียมโลก ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างโอกาสใหม่ทางการค้าให้กับประเทศในระยะยาว ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป
-------------------



















































