วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569

ยกระดับช่างไฟฟ้าไทย! กพร. รับมอบสติ๊กเกอร์ “มีใบเซอร์” กระตุ้นทดสอบฝีมือทั่วประเทศ

 ยกระดับช่างไฟฟ้าไทย! กพร. รับมอบสติ๊กเกอร์ “มีใบเซอร์” กระตุ้นทดสอบฝีมือทั่วประเทศ

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้รับมอบสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ “ช่างไฟฟ้ามีใบเซอร์” จำนวน 12,000 แผ่น จากบริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะมอบหมายให้ สถาบัน และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกแห่งทั่วประเทศ นำสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์  “ช่างไฟฟ้ามีใบเซอร์” ไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมให้ช่างไฟฟ้ามาประเมินความรู้ความสามารถ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ปัจจุบันอาชีพช่างไฟฟ้าภายในอาคาร เป็นอาชีพที่กฎหมายกำหนดให้ต้องผ่านการประเมินและได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานฝีมือ ความปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อสาธารณะ ผู้ที่ประกอบอาชีพโดยไม่มีหนังสือรับรองฯ (ใบเซอร์) มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ขณะที่นายจ้างหรือสถานประกอบกิจการที่จ้างช่างไม่มีหนังสือรับรองฯ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท จึงขอเชิญชวนช่างไฟฟ้าที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 แล้ว เข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร หรือ จะขอรับสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ ช่างไฟฟ้ามีใบเซอร์ ติดต่อสอบถามได้ที่ สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ทุกแห่งทั่วประเทศ  หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 


ทั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขอขอบคุณ บริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ที่ให้การสนับสนุนในการประชาสัมพันธ์ให้ช่างไฟมีใบเซอร์ และทำงานอย่างถูกกฎหมาย อธิบดีสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย

China Trucks ดัน “Dongfeng” เปิดเกม EV Truck ในไทย​ ดันรถบรรทุกไฟฟ้า Heavy-Duty รุกตลาดโลจิสติกส์ไทย รับเทรนด์ขนส่งพลังงานสะอาด”

 China Trucks ดัน “Dongfeng” เปิดเกม EV Truck ในไทย​ ดันรถบรรทุกไฟฟ้า Heavy-Duty รุกตลาดโลจิสติกส์ไทย รับเทรนด์ขนส่งพลังงานสะอาด”

กรุงเทพฯ – บริษัท China Trucks (Thailand) Co., Ltd. ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถบรรทุกแบรนด์ ตงเฟิง-Dongfeng อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาด เปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ Heavy-Duty Electric Truck รุ่นใหม่ TRACTOR HEAD KL6X4 สำหรับตลาดโลจิสติกส์ไทย พร้อมจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนอนาคตของการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


ภายในงาน บริษัทได้จัดแสดง รถบรรทุกไฟฟ้า Dongfeng Electric Truck Series ซึ่งพัฒนาบนแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับงานหนัก (Heavy-Duty EV Platform) ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในธุรกิจขนส่งระยะไกลและงานขนส่งอุตสาหกรรม เช่น การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือ โรงเหล็ก และอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่

คุณเฉิน ปิง ผู้ก่อตั้ง CAEC Group และประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท China Trucks (Thailand) Co., Ltd. กล่าวว่า “อุตสาหกรรมโลจิสติกส์กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งในด้านต้นทุนพลังงาน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และนโยบายการลดการปล่อยคาร์บอน รถบรรทุกไฟฟ้าจึงเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของอนาคต ตงเฟิง-Dongfeng ในฐานะผู้ผลิตรถบรรทุกระดับโลก ได้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องมาสู่ตลาดประเทศไทย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม


TRACTOR HEAD KL6X4 รถบรรทุกไฟฟ้าที่นำมาเปิดตัวในครั้งนี้ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงแบบ Permanent Magnet Motor ให้กำลังสูงสุด 450 กิโลวัตต์ (kW) และแรงบิด 3,100 นิวตันเมตร (Nm) ความเร็วสูงสุด 89 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถไต่ทางชันได้ถึง 25% รองรับการใช้งานในภารกิจขนส่งหนัก

TRACTOR HEAD KL6X4 ติดตั้งแบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) จากผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับโลก CATL ที่มีความปลอดภัยสูง ทนความร้อน และมีอายุการใช้งานยาวนาน เหมาะกับงานเชิงพาณิชย์หนัก โดยมีขนาดความจุให้เลือก 2 ระดับ ได้แก่ 282 kWh และ 350 kWh รองรับระยะการวิ่งใช้งานประมาณ 200–250 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยทดสอบตามมาตรฐานการทดสอบระยะทางของผู้ผลิต พร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Liquid Cooling ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และมอเตอร์ และรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้คงที่แม้ใช้งานหนัก

นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จผ่านสถานีชาร์จพลังงานกำลังสูงถึง 480 kW ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยบริษัทมีพันธมิตรผู้ให้บริการสถานีชาร์จสำหรับรถบรรทุกจำนวนมาก เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในภาคโลจิสติกส์

ในด้านการบริหารจัดการ บริษัทได้นำเสนอแพลตฟอร์มดิจิทัล “MarsGo” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบริหารจัดการฟลีทรถบรรทุกไฟฟ้า พัฒนาโดย MarsX Things Co., Ltd. บริษัทในเครือ CAEC Group ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานะรถ วิเคราะห์ข้อมูลการใช้งาน วางแผนเส้นทาง และบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการดำเนินธุรกิจขนส่งในยุคดิจิทัล



ขณะเดียวกันยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ในทุกสภาพท้องถนน รวมถึงระบบ Regenerative Braking ที่ช่วยชาร์จพลังงานกลับขณะชะลอหรือเบรก และพวงมาลัย Hydraulic Power Booster ที่ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่าย

TRACTOR HEAD KL6X4 รถบรรทุกไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เปิดตัวในวันนี้ ยังมาพร้อมการรับประกัน Motor Warranty 5 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ Battery Warranty 8 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีเวทีเสวนาในหัวข้อแนวโน้มการพัฒนาระบบขนส่งพลังงานสะอาดในประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อาทิ กองนโยบายพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) กับ PrimeMobility Co., Ltd. เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันด้านการเงินและการเช่าซื้อ สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์พลังงานไฟฟ้า สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการผลักดันระบบขนส่งที่ยั่งยืน ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการขนส่ง และสนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดของประเทศในระยะยาว

บริษัท China Trucks (Thailand) Co., Ltd. เชื่อมั่นว่ารถบรรทุกไฟฟ้าของ ตงเฟิง-Dongfeng จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ประกอบการขนส่งในประเทศไทย ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าขยายตลาดรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในอนาคต

เกี่ยวกับบริษัท China Trucks (Thailand) Co., Ltd.

บริษัท China Trucks (Thailand) Co., Ltd. เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถบรรทุกแบรนด์ Dongfeng อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยมุ่งนำเสนอรถเพื่อการพาณิชย์ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ของไทย ครอบคลุมทั้งรถบรรทุกดีเซลและรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสนับสนุนแนวทางการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนาบริการหลังการขาย เครือข่ายบริการ และโซลูชันด้านการบริหารจัดการกองรถ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการขนส่งในประเทศไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

##########



เคนโด้ผงาดขึ้นแท่น "เจ้าพ่อพริก" ผนึกกำลัง "De Smit Food International" ลุยตลาดแปรรูปส่งออกทั่วโลก ชูกำลังผลิต 40 ล้านกิโลกรัมต่อปี

 เคนโด้ผงาดขึ้นแท่น "เจ้าพ่อพริก" ผนึกกำลัง "De Smit Food International" ลุยตลาดแปรรูปส่งออกทั่วโลก ชูกำลังผลิต 40 ล้านกิโลกรัมต่อปี

วงการอุตสาหกรรมอาหารและส่งออกต้องจับตา เมื่อ "เคนโด้" เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร อดีตผู้ประกาศดังและเจ้าของแบรนด์ Putorn Thai Foods ประกาศความยิ่งใหญ่ก้าวขึ้นแท่น "เจ้าพ่อพริก" คนใหม่ของวงการอย่างเต็มตัว โดยล่าสุดได้จับมือเป็นพันธมิตรครั้งสำคัญกับ De Smit Food International โรงงานผลิตอาหารชั้นนำที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี เพื่อร่วมกันเปิดพรมแดนตลาดพริกแปรรูป และเตรียมบุกตลาดส่งออกทั่วโลกอย่างเต็มกำลัง


ด้วยความเชี่ยวชาญระดับสากลของ De Smith Food International ผสานกับวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของเคนโด้ โปรเจกต์นี้พร้อมโชว์ศักยภาพด้วยโรงงานผลิตมาตรฐานระดับโลก ที่สามารถรองรับกำลังการผลิตได้มหาศาลถึง 40 ล้านกิโลกรัมต่อปี

ความยิ่งใหญ่ครั้งนี้เริ่มต้นจากการวางรากฐานตั้งแต่ต้นน้ำที่แข็งแกร่ง โดยมีพื้นที่ปลูกพริกออร์แกนิคขนาดใหญ่กว่า 20,000 ไร่ ซึ่งเน้นย้ำถึงคุณภาพ ความสะอาด และความปลอดภัยปลอดสารพิษเป็นหัวใจหลัก นอกจากนี้ โปรเจกต์ดังกล่าวยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการเดินหน้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรไทยโดยตรง เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบ สร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรไทยในวงกว้าง

ในส่วนของกระบวนการกลางน้ำและปลายน้ำ พริกออร์แกนิคคุณภาพสูงทั้งหมดจะถูกส่งเข้าสู่โรงงานแปรรูปที่ทันสมัย เพื่อรังสรรค์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ในทุกรูปแบบที่ตลาดโลกต้องการ ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เครื่องจิ้มยอดฮิตอย่าง ซอสพริก ไปจนถึงเครื่องปรุงรสจัดจ้านอย่าง พริกแกง ชนิดต่างๆ เพื่อส่งมอบรสชาติความเผ็ดร้อนและเสน่ห์ของวัตถุดิบไทยสู่ครัวโลกอย่างเต็มภาคภูมิ


เรายังรับผลิตและสร้างแบรนด์ สนับสนุนธุรกิจ SME เพราะเราเชื่อว่าตลาดของพริกกว้างมาก คนไทย คนต่างประเทศบริโภคพริกทุกวัน ‘’มาร่วมพาพริกของไทยไปสู่อาหารของโลกร่วมกันครับ'' เคนโด้กล่าวทิ้งท้าย  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: Putorn Thai Foods  

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

ค้าภายใน ถก 9 บิ๊กอุปโภคบริโภค รับมือวิกฤตตะวันออกกลางกระทบต้นทุนบรรจุภัณฑ์เตรียมยกระดับกฎหมายคุมเข้มสินค้าจำเป็น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ

 ค้าภายใน ถก 9 บิ๊กอุปโภคบริโภค รับมือวิกฤตตะวันออกกลางกระทบต้นทุนบรรจุภัณฑ์เตรียมยกระดับกฎหมายคุมเข้มสินค้าจำเป็น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สินค้าร่วมกับผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ 9 ราย ประกอบด้วย ยูนิลีเวอร์ สหพัฒน์ พีแอนด์จี นีโอ โอสถสภา บีเจซี เอฟแอนด์เอ็น เนสท์เล่ และดัชมิลล์ เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อวัตถุดิบเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันดิบและการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกและขวดพลาสติกที่อาจได้รับผลกระทบจากการขนส่งที่ล่าช้า ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจส่งผลต่อราคาสินค้าในอนาคตได้

นายวิทยากร กล่าวว่า “ภายหลังมีการปรับขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามประเมินสถานการณ์ร่วมกับผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยผู้ประกอบการทั้ง 9 รายยืนยันว่าปัจจุบันสต็อกสินค้ายังมีเพียงพอต่อการบริโภค และสามารถตรึงราคาสินค้าออกไปได้อย่างน้อยถึงเดือนเมษายน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้เร่งดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดข้อกังวลด้านต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่อาจมีข้อจำกัดด้านปริมาณ เช่น เม็ดพลาสติก กำมะถัน และสารโซเวนท์ รวมถึงการลดขั้นตอนและข้อจำกัดด้านการดำเนินงาน เพื่อให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการเม็ดพลาสติกเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอใช้ไปจนถึงเดือนพฤษภาคมพร้อมเตรียมเจรจากับทางการเกาหลีใต้เพื่อขอผ่อนผันการส่งออกสารโซเวนท์และเร่งหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบสำรองอื่นๆ เพิ่มเติมทันที

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการดูแลค่าครองชีพของประชาชนอย่างใกล้ชิด กรมการค้าภายในเตรียมยกระดับมาตรการทางกฎหมายโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ปรับมาตรการควบคุมสินค้าจำเป็น 6 รายการ ได้แก่ กระดาษชำระและกระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอกและน้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่ จากเดิมที่เพียงแจ้งเปลี่ยนแปลงราคา เป็นการต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาทุกครั้ง โดยจะมีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในสัปดาห์หน้า ก่อนเสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานพิจารณาเห็นชอบต่อไป

ในส่วนของมาตรการตรวจสอบ กรมฯ ได้สั่งการให้ใช้กฎหมายมาตราชั่งตวงวัดเข้าตรวจสอบปริมาณบรรจุแก๊สหุงต้มตามโรงบรรจุและร้านค้าปลีกอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น ให้ครอบคลุมถึงคลังที่เก็บสินค้าของตนเอง โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแจ้งข้อมูลสินค้าที่เก็บในคลัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและป้องกันการกักตุนเก็งกำไร ตลอดจนทราบปริมาณสินค้าที่แท้จริงในระบบเพื่อนำมาบริหารจัดการให้เกิดความเหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินมาตรการทันที หากพบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชนและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในประเทศ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา แจ้งได้ที่สายด่วน DIT โทร 1569” นายวิทยากร กล่าวย้ำ


กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียน “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” เป็น GI น้องใหม่ยกระดับของดีเมืองปากน้ำ เป็นสินค้าประมงอัตลักษณ์ เจาะตลาดพรีเมียม

 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียน “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” เป็น GI น้องใหม่ยกระดับของดีเมืองปากน้ำ เป็นสินค้าประมงอัตลักษณ์ เจาะตลาดพรีเมียม

 



กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ มุ่งยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น ด้วยมาตรฐานและระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มข้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมความเชื่อมั่นในตลาด ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาดีและมีราคาคงที่ พร้อมส่งเสริมการรวมกลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่ที่เข้มแข็ง ต่อยอดเศรษฐกิจชุมชนผ่านการแปรรูป การตลาด การท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างยั่งยืน

 


นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” GI น้องใหม่ของเมืองปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นสินค้าประมงอัตลักษณ์ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและทรัพยากรได้อย่างแท้จริง โดยมีแหล่งเพาะเลี้ยงในอำเภอบางบ่อ อำเภอเมืองสมุทรปราการ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลอ่าวไทย มีความชื้นสูงและฝนตกชุก อีกทั้งมีแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองไหลผ่านกว่า 63 สาย ส่งผลให้น้ำในพื้นที่มีลักษณะเป็นทั้งน้ำจืดในช่วงฤดูฝนและน้ำกร่อยในช่วงฤดูร้อน เอื้อต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลากะพงขาวที่เจริญเติบโตได้ดีในระบบสองน้ำ

 



ผู้ประกอบการในพื้นที่จะทำการเพาะเลี้ยงปลากระพงในบ่อดินที่อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อยตามธรรมชาติ เพื่อให้ปลาสามารถว่ายน้ำและหาอาหารได้อย่างอิสระ ทำให้ปลาไม่เครียด ช่วยพัฒนาระบบกล้ามเนื้อและการเผาผลาญพลังงานของปลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพดี โดยมีลำตัวอ้วน มีปริมาณเนื้อมาก เนื้อขาวแน่น นุ่ม ให้รสหวาน ไม่คาว และไม่มีกลิ่นโคลน ซึ่งปลาที่มีอายุตั้งแต่5 เดือนขึ้นไปจะมีน้ำหนักประมาณ 0.5 กิโลกรัมต่อตัว และสามารถเติบโตจนมีน้ำหนักมากถึง 18 กิโลกรัม เมื่อมีอายุประมาณ 36 เดือน ทั้งนี้ ผลผลิตที่เป็น GI ครอบคลุมทั้งรูปแบบปลากะพงสด ปลากะพงแช่แข็ง (แบบทั้งตัวและแบบตัดแต่งเป็นชิ้น) และปลากะพงแดดเดียว ซึ่งมีเนื้อแน่น มีไขมันแทรกตามธรรมชาติเมื่อนำไปทอดจะมีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม กรอบนอกนุ่มใน สะท้อนเอกลักษณ์และมาตรฐานคุณภาพของปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการได้อย่างชัดเจน

 




นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการในพื้นที่กว่า 166 ราย ผลิตปลาจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลัก ในปริมาณกว่า 4,467 ตันต่อปี ขายได้ราคาเฉลี่ย 120 บาทต่อกิโลกรัม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 536 ล้านบาทในปี 2568 โดยปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการนับเป็นสินค้า GI รายการที่ 4 ของจังหวัด ต่อจากมะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า ปลาสลิดบางบ่อ และมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ ซึ่งล้วนเป็นสินค้า GI ที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างโดดเด่นทั้ง 4 สินค้าช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 850 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ กลไกการคุ้มครองและควบคุมคุณภาพ GI จะช่วยยกระดับมูลค่าสินค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ ตอกย้ำศักยภาพสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจการค้าภายในจังหวัดเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 


อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวย้ำว่า หลังจากขึ้นทะเบียน GI แล้ว กรมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานและควบคุมคุณภาพการผลิตปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคผ่านการใช้ตรา GI และระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อคุ้มครองชื่อเสียงและอัตลักษณ์ของสินค้าที่เชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์ พร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ด้วยการขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ จัดหาช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โมเดิร์นเทรด งานแสดงสินค้าระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดพรีเมียมและกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยใช้เสน่ห์วิถีชุมชนดึงดูดนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ กรมฯ ยังมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนประมง ทั้งในด้านมาตรฐานการผลิต การบริหารจัดการผลผลิตและการตลาดสินค้ามูลค่าสูง ควบคู่กับการผลักดันการคุ้มครอง GI ในต่างประเทศที่เป็นตลาดศักยภาพ เพื่อต่อยอดโอกาสทางการค้าและสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว

 

---------------------

น้ำยืนไฟต์"คู่เอก"พยัคฆ์ดำ" น็อค "เจสเปอร์" ยก 3 มหกรรมมวยไทยนานาชาติ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

 พลตรีณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาค 2 ประธานเปิด "น้ำยืนไฟต์"คู่เอก"พยัคฆ์ดำ" น็อค "เจสเปอร์" ยก 3  มหกรรมมวยไทยนานาชาติ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

วันที่ 19 มี.ค.69 ที่เวทีมวยชั่วคราวลานหน้าเทศบาลอำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี พลตรีณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาพที่ 2ประธานมูลนิธิพิทักษ์ชายแดนอีสานใต้ เป็นประธานในการแข่งขันมหกรรมมวยไทยนานาชาติ "งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 "น้ำยืนไฟต์" โดยมี นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง และนายสมศักดิ์ บุญประชุม ส.ส.เขต 10 จ.อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง ประธานดำเนินการจัดการแข่งขัน, นายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน ประธานจัดการแข่งขัน, และ "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์ยอดเยี่ยมมวยโลกเอเชีย 3 สถาบัน และนายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหาร วันก่อเกียรติ และ โปรโมเตอร์เวทีลุมพินี 



สำหรับผลการแข่งขันมวยไทย ในมหกรรมมวยไทยนานาชาติ "งานประเพณีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า ชาวอำเภอน้ำยืน ประจำปี 2569 "น้ำยืนไฟต์" บาย ก่อเกียรติสัญจร ที่ถ่ายทอดสดทาง ททบ.5 มีดังนี้


อนันตชัย เมืองโพนทอง ชนะTKO เพชรแสงโสม ศิษย์ครูอินทร์ ในยกที่ 2, โทนี่ ลำน้ำมูลมวยไทย ชนะน็อค ข.ไข่ ศิษย์ครูเต๋า ในยกที่ 2, ดีเอโก้ สันติอุบล ชนะคะแนน ยอดมนุษย์ ส.เอกพาพันธ์, โทมัส ลูกหนึ่งอุบล ชนะ TKO จอนนี่ ลูกนาวิกโยธิน ยกที่ 3, ขุนแผนศิษย์ครูอ๊อดเมืองโพนทอง แพ้น็อค ยอดเพชรเอก ซ้อเพ็ญสั่งลุย ในยกที่ 3, มัสเตอร์ ลูกหนึ่งอุบล ชนะ TKO พันธ์พยัคฆ์ ส.อู้๊ดดียิม ยกที่ 1 และ คู่เอกของรายการ เจสเปอร์ สันติอุบล แพ้น็อค พยัคฆ์ดำ ส.สกุลนนท์ ในยกที่ 3

“ค้าภายใน” เกาะติดสถานการณ์ปาล์ม เตรียมชงเข้มมาตรการสินค้าควบคุม ย้ำสต๊อกเพียงพอทั้งบริโภคและภาคพลังงานตามนโยบายรัฐ

 “ค้าภายใน” เกาะติดสถานการณ์ปาล์ม เตรียมชงเข้มมาตรการสินค้าควบคุม ย้ำสต๊อกเพียงพอทั้งบริโภคและภาคพลังงานตามนโยบายรัฐ

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์น้ำมันปาล์มอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านปริมาณผลผลิต สต๊อก และระดับราคา เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยปัจจุบันประเทศไทยมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) อยู่ประมาณ 350,000 ตัน ซึ่งยังอยู่ในระดับเพียงพอต่อการบริหารจัดการภายในประเทศ

นายวิทยากรกล่าวว่า ในช่วงเดือนเมษายนต่อเนื่องถึงเดือนกรกฎาคม ผลผลิตปาล์มน้ำมันฤดูกาลใหม่จะทยอยเข้าสู่ระบบ โดยคาดว่าในแต่ละเดือนจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 400,000 ตัน เมื่อรวมกับสต๊อกที่มีอยู่ จะทำให้ปริมาณน้ำมันปาล์มในประเทศมีเพียงพอรองรับทั้งการบริโภคภายในประเทศและความต้องการใช้ในภาคพลังงานไม่ว่าจะเป็น B7 B10 ตามนโยบายของรัฐบาล ส่งผลให้ภาพรวมปริมาณสินค้าอยู่ในภาวะสมดุล และช่วยให้ราคาผลปาล์มน้ำมันอยู่ในระดับที่ดีขึ้นด้วย

สำหรับสถานการณ์ราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุขวด มีการติดตามการจำหน่ายอย่างใกล้ชิดโดยปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณขวดละ 42–50 บาท แตกต่างกันไปตามยี่ห้อสินค้า และยังไม่พบสัญญาณการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด

โดยล่าสุด กรมการค้าภายในได้ประสานไปยังผู้ผลิต ห้างค้าส่ง ค้าปลีก รวมถึงสมาคมการค้าปลีกและค้าส่ง อย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่ายังไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันปาล์มแต่อย่างใด และภาครัฐยังติดตามโครงสร้างราคาสินค้าตั้งแต่ต้นทางการผลิต โรงสกัด โรงกลั่น ไปจนถึงราคาจำหน่ายปลายทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสทางการค้า

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า ”สินค้าน้ำมันปาล์มบรรจุขวดเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (คณะกรรมการ กกร.) ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ กกร. มีอำนาจกำกับดูแลและเสนอให้คณะกรรมการ กกร. พิจารณาทบทวนมาตรการที่เหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลทั้งด้านต้นทุนการผลิต รายได้เกษตรกร และภาระค่าครองชีพของประชาชน

ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายในจะเร่งพิจารณาทบทวนมาตรการเพิ่มเติมสำหรับสินค้าควบคุมโดยเร็ว เพื่อให้การกำกับดูแลราคาสินค้าเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในช่วงสถานการณ์ที่มีความผันผวน กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้ประกอบการห้ามปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกไปกับกระแสข่าว และขอให้เชื่อมั่นว่ากรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร การกักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสพร้อมรายละเอียดสถานที่เกิดเหตุได้ผ่านสายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป” นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย

ยกระดับช่างไฟฟ้าไทย! กพร. รับมอบสติ๊กเกอร์ “มีใบเซอร์” กระตุ้นทดสอบฝีมือทั่วประเทศ

  ยกระดับช่างไฟฟ้าไทย! กพร. รับมอบสติ๊กเกอร์ “มีใบเซอร์” กระตุ้นทดสอบฝีมือทั่วประเทศ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  เปิดเผ...