วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569

กรมการค้าภายใน สั่งคุมราคาทั่วประเทศ รับมือสถานการณ์โลก ย้ำห้ามฉวยโอกาสขึ้นสินค้าเด็ดขาด ชี้ 4 พันธมิตรผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ยังไม่ปรับ ไม่มีเหตุให้ขึ้นราคา

 กรมการค้าภายใน สั่งคุมราคาทั่วประเทศ รับมือสถานการณ์โลก ย้ำห้ามฉวยโอกาสขึ้นสินค้าเด็ดขาด ชี้ 4 พันธมิตรผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ยังไม่ปรับ ไม่มีเหตุให้ขึ้นราคา

วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ภายหลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ติดตามและกำกับดูแลสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้ามาตรการดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพประชาชน เพื่อป้องกันความผันผวนจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผ่านมายังเศรษฐกิจภายในประเทศ กรมการค้าภายในจึงเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและบริการ


อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า กรมการค้าภายในได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงพลังงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ประสานไปยังผู้ค้าน้ำมันที่เป็นพันธมิตรกับกรม ได้แก่ปั้มน้ำมัน พีทีที พีที บางจาก และซัสโก้ ซึ่งทุกรายแจ้งว่ายังไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด ประกอบกับกระทรวงพลังงานยังคงมีมาตรการตรึงราคาน้ำมันในช่วงปัจจุบัน จึงยังไม่มีเหตุปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานที่จะทำให้ผู้ผลิตหรือผู้ค้าปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการ และได้ย้ำชัดเจนห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเด็ดขาด


นายวิทยากร กล่าวอีกว่า “นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้เร่งประสานไปยังผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายราย ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบในด้านต้นทุนแต่อย่างได และเพื่อป้องกันการฉวยโอกาส ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนกลาง และประสานไปยังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ให้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าและบริการ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและการขนส่ง เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด พร้อมป้องกันการอ้างสถานการณ์ต่างประเทศเป็นเหตุปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร และกำชับผู้ประกอบการให้ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วนตามกฎหมาย


ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ ห้ามกักตุนสินค้า หรือกระทำการใดที่ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หากตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ซึ่งความผิดในการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เหตุอันควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอ และยังไม่พบปัจจัยที่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน เพื่อดูแลค่าครองชีพและรักษาความเป็นธรรมด้านราคาให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นการขึ้นราคาสินค้าและบริการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีพฤติการณ์กักตุนสินค้า สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือแจ้งผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที.

โฮมโปร ตอกย้ำบทบาทผู้นำช่องทางจัดจำหน่าย -- Strategic Retail Partnerผนึกไฮเออร์ เสริมพอร์ตเครื่องใช้ไฟฟ้ารับเทรนด์ Health & Hygiene เปิดตัวเครื่องซักผ้า Haier 3 Drums Multi-Wash

 โฮมโปร ตอกย้ำบทบาทผู้นำช่องทางจัดจำหน่าย -- Strategic Retail Partnerผนึกไฮเออร์ เสริมพอร์ตเครื่องใช้ไฟฟ้ารับเทรนด์ Health & Hygiene เปิดตัวเครื่องซักผ้า Haier 3 Drums Multi-Wash

นายอาเทพ พันธุ์อุทัยวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานจัดซื้อ Home Electric บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร เปิดเผยว่า โฮมโปรมองเห็นแนวโน้มการเติบโตของครอบครัวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขอนามัยภายในบ้านและการบริหารจัดการเวลาในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับ Health & Hygiene ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต และมีศักยภาพการเติบโตสูง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาโซลูชันที่ทั้งสะดวก ปลอดภัย และช่วยลดขั้นตอนการดูแลบ้าน

ความร่วมมือกับ “ไฮเออร์” ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของโฮมโปรในฐานะ Strategic Retail Partner ที่ทำหน้าที่คัดสรรนวัตกรรมจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างด้านฟังก์ชันการใช้งาน ควบคู่เทคโนโลยีเพื่อสุขอนามัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Smart Living ของครอบครัวยุคดิจิทัล เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าและเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละครัวเรือนได้อย่างตรงจุด ผ่านกิจกรรม “วันซักผ้า” ให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการดูแลคนในบ้านอย่างใส่ใจ ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมเครื่องซักผ้า Haier 3 Drums Multi-Wash ที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและสุขอนามัยในยุคดิจิทัล ภายในงานยังได้รับสีสันจาก “โซล-โมเน่ แฟมิลี่” ที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมองพ่อแม่รุ่นใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลเสื้อผ้าของลูกน้อยและสมาชิกในครอบครัวอย่างละเอียด สะท้อนเทรนด์ครอบครัวยุคใหม่ที่เลือกใช้เทคโนโลยีเป็นผู้ช่วยสำคัญในการบริหารเวลา ลดขั้นตอนการทำงานบ้าน และยกระดับคุณภาพชีวิตภายในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

โฮมโปรในฐานะผู้นำค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านแบบครบวงจร (Total Home Solution) ทำหน้าที่เป็นช่องทางจัดจำหน่าย และเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์ผู้ผลิตกับผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบครบวงจรผ่านกลยุทธ์ Omni-Channel ที่เชื่อมต่อหน้าร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ ลูกค้าสามารถเลือกชม ทดลองสินค้า รับคำแนะนำจากพนักงานผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างสะดวก


นอกจากนี้ โฮมโปรยังให้บริการจัดส่ง–ติดตั้งด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยทีมช่างโฮมโปร “มือโปรประจำบ้านคุณ” ที่พร้อมให้คำปรึกษา ดูแลการติดตั้ง และบริการหลังการขายอย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนการตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงการใช้งานจริงในระยะยาว

ปัจจุบันเครื่องซักผ้า Haier 3 Drums Multi-Wash วางจำหน่ายแล้วที่โฮมโปรทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับสมาชิก HomeCard ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ตอกย้ำบทบาทของโฮมโปร ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

#ผู้นำช่องทางจัดจำหน่าย #StrategicRetailPartner #โฮมโปร #HomePro #BetterLivingเพื่อชีวิตที่กว่า #homepropr #HomeProxHaier #โฮมโปรxไฮเออร์ #ไฮเออร์ #Haier


“ธนบุรีพานิช” ยกระดับ Brand Loyalty ผ่านประสบการณ์ Ultra Luxuryจัดกิจกรรม Invitational สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Beyond the Green” ณ Stonehill

   “ธนบุรีพานิช” ยกระดับ Brand Loyalty ผ่านประสบการณ์ Ultra Luxuryจัดกิจกรรม Invitational สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Beyond the Green” ณ Stonehill


บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและให้บริการรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 8 ทศวรรษ เดินหน้ายกระดับกลยุทธ์ Customer Experience และ 

Brand Loyalty จัดกิจกรรมกอล์ฟระดับ Ultra Luxury ภายใต้ชื่อ “Beyond the Green” ณ Stonehill สนามกอล์ฟระดับอัลตร้าลักชัวรีที่เปิดให้บริการเฉพาะสมาชิกและแขกผู้ได้รับเชิญเท่านั้น


กิจกรรม “Beyond the Green” ถูกออกแบบให้เป็นงานแบบ Invitation-Only อย่างแท้จริง สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าระดับ Top-tier และผู้บริหารองค์กรชั้นนำที่ได้รับเชิญเป็นการส่วนตัว ภายใต้แนวคิด Private Hospitality Experience ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดในทุกมิติ ตั้งแต่การต้อนรับอย่างพิถีพิถัน การแข่งขันกอล์ฟในสนามระดับเวิลด์คลาส ไปจนถึงงานเลี้ยงดินเนอร์ในบรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือรางวัล Hole-in-One ซึ่งผู้ทำคะแนน

ได้สำเร็จจะได้รับรถยนต์ Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic รุ่นพิเศษ สะท้อนมาตรฐานความเอ็กซ์คลูซีฟของกิจกรรม และตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนบุรีพานิชในการมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ

ประสบการณ์ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรองค์กรชั้นนำ ได้แก่ โรงพยาบาลสมิติเวช, วิริยะประกันภัย, CTS Group, V-Kool, เซ็นทรัลพัฒนา, Scenario, UPR Vision และ HiSoParty Magazine ซึ่งสะท้อนการรวมพลังของแบรนด์ระดับพรีเมียมจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้าง Luxury Lifestyle Platform ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า High Net Worth อย่างครบวงจร ภายในงานยังได้รับเกียรติจากแขกคนสำคัญ อาทิ ปรียามล-พัฒพงษ์ ธนวิสุทธิ์, สยม โรหิตเสถียร, นพ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร, ขวัญแก้ว สิริจินดา และ พิมพา ชลาลัย  มาร่วมสร้างสีสันและบรรยากาศแห่งความทรงคุณค่า ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเอ็กซ์คลูซีฟของงานในระดับสังคมชั้นนำ

นายปภณ วิริยะพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ระดับลักชัวรีในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยี แต่รวมถึงประสบการณ์และความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าระดับ High Net Worth ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตน ‘Beyond the Green’ จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมกอล์ฟ แต่เป็นแพลตฟอร์มในการสร้าง Emotional Connection และความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับลูกค้า  การจัดงานครั้งนี้สะท้อนกลยุทธ์ของธนบุรีพานิชในการก้าวสู่

การเป็น Luxury Automotive & Lifestyle Partner ที่ดูแลลูกค้าในทุกช่วงของการใช้ชีวิต ไม่ใช่เพียงวันที่ส่งมอบรถยนต์ แต่ตลอดอายุการใช้งาน ผ่านบริการหลังการขายและกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล


ปัจจุบัน ธนบุรีพานิช มีโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร 4 สาขา ได้แก่ สาขาลุมพินี สาขางามวงศ์วาน ศูนย์บริการสาขาราชดำเนิน และสาขาบางพลัด พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้าง

ความเชื่อมั่นและความผูกพันในระยะยาว ตอกย้ำบทบาทผู้นำดีลเลอร์ Mercedes-Benz ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความประณีต และความใส่ใจในทุกรายละเอียด


#BenzThonburiAtStonehill #BenzThonburiEvents #Stonehill

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ










วันนี้ (วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้ช่วยกรรมการ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว และประกอบพิธีสงฆ์ สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ








เทศกาลง่วนเซียว เป็นเทศกาลแรกของปีตามปฏิทินจันทรคติของจีน โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย จัดให้มีพิธีสวดชัยมงคลคาถา มีพิธีบูชาเทพเจ้าด้วยขนมหวาน และ ขนมที่ทำด้วยน้ำตาลทราย หรือน้ำตาลผสมถั่วลิสง ขึ้นรูปเป็นสิงโตขนาดต่าง ๆ บ้างก็เป็นรูปเจดีย์ ให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับไปบูชา ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ มีการแลกเปลี่ยน โดยมารับ ขนมรูปสิงโต จากมูลนิธิฯ พร้อมทั้งจัดให้มีการยืมเงินขวัญถุงแก่ผู้ที่ทำมาค้าขาย และผู้มีจิตศรัทธา ให้ร่ำรวยเฮงๆ ตลอดปี มีเงินมีทองพอกินพอใช้ไม่ขาดมือ นอกจากนี้ยังจัดให้มีสาคูสิริมงคล บริการศิษยานุศิษย์และสาธุชน ได้รับประทานเพื่อเป็นสิริมงคลตลอดปี


ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] เกินมาตรฐาน และบูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ รวมถึงรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน การจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น และการจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และ ตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม 

ชมภาพบรรยากาศ อัปเดตข่าวสาร เทศกาล กิจกรรม งานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

** ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ตรุษจีนปีนี้ ขอให้มั่ง มี ศรี สุข **

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้าง

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569

วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร เวียนเทียน เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ชวนชาวพุทธทั่วประเทศ ร่วมสืบสานวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา​ พร้อมเชิญชวน “ปักหมุด ๑๐ วัด แห่ผ้าห่มพระธาตุเจดีย์ เนื่องในวันมาฆบูชา” ทั่วประเทศ

 วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร เวียนเทียน เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ชวนชาวพุทธทั่วประเทศ ร่วมสืบสานวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา​ พร้อมเชิญชวน “ปักหมุด ๑๐ วัด แห่ผ้าห่มพระธาตุเจดีย์ เนื่องในวันมาฆบูชา” ทั่วประเทศ



วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร เวียนเทียน เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา พุทธศักราช 2569 โดยมีพระศรีสุทธิเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงาน องค์กรเครือข่าย และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร







นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๙ ระหว่างวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ถึง ๓ มีนาคม ๒๕๖๙ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมรำลึกถึงพระรัตนตรัย และถวายเป็นพุทธบูชาอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยในส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญ ตักบาตรพระสงฆ์ เวียนเทียน และแห่ห่มผ้าพระปรางค์ รวมทั้งกิจกรรม Walk Rally ตามรอยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๕ จุดสำคัญภายในวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรเครือข่ายทางศาสนา สถานศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน ในโอกาสเดียวกันได้รณรงค์ให้ประชาชนร่วมแต่งกายด้วยชุดไทยหรือผ้าไทยอย่างสุภาพ เข้าร่วมกิจกรรม ณ สถานที่จัดกิจกรรมทั่วประเทศ เพื่อร่วมสืบสานอัตลักษณ์ความเป็นไทย ควบคู่การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสร้างบรรยากาศแห่งความสง่างามในโบราณสถานสำคัญของชาติอีกด้วย 







นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรม “ปักหมุด ๑๐ วัด แห่ผ้าห่มพระธาตุเจดีย์ เนื่องในวันมาฆบูชา” ในพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย ได้แก่ ๑) งานแห่ผ้าห่มพระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร ๒) เทศกาลแสงเทียนแห่งศรัทธา น้อมถวายผ้าพระฉาย วัดพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี ๓) งานประเพณีนบพระ เล่นเพลง วัดพระบรมธาตุ และหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ๔) งานเทศกาลมาฆปูรณมีบูชา ทะเลธุงอีสาน กาฬสินธุ์ โบราณสถานฟ้าแดดสงยาง พระธาตุยาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ๕) งานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน พระบรมธาตุนาดูน พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดมหาสารคาม ๖) งานสืบสานตำนานสองเจดีย์ธาตุ วันมาฆบูชา วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน ๗) ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ ๘) ประเพณีหกเป็ง นมัสการพระธาตุแช่แห้ง วัดพระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน ๙) งานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ พระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ๑๐) งานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ วัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งการจัดกิจกรรมออนไลน์ ประกอบด้วย กิจกรรมชาเลนจ์เพลงวันมาฆบูชา โดยเชิญชวนประชาชนทุกกลุ่มวัยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบการ Cover เพลงวันมาฆบูชา เผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ของตนเอง พร้อมติดแฮ็ทแท็กตามที่กรมการศาสนากำหนด เพื่อรับเกียรติบัตรอิเล็กทรอนิกส์จากกรมการศาสนา และเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ในวันมาฆบูชา สำหรับในส่วนภูมิภาค ทั้ง ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่จัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและเทศกาลประเพณีที่เกี่ยวเนื่องตามบริบทของแต่ละจังหวัด เพื่ออนุรักษ์ สืบสานวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้จากสินค้าและบริการด้านศรัทธา ความเชื่อ และวัฒนธรรมประเพณี อันเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนโยบายด้านวัฒนธรรมของรัฐบาล



อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๓ หรือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระอรหันต์จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ด้วยหลักธรรมสำคัญ ซึ่งถือเป็นหัวใจแห่งพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา คาดหวังว่าการจัดกิจกรรมเนื่องในวันมาฆบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๙ จะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างสังคมคุณธรรมตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “ละเว้นความชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” พร้อมทั้งขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ในการพัฒนาสังคมไทยให้มีความรู้ควบคู่คุณธรรม เสริมสร้างความมั่นคงทางจิตใจ สืบสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย และใช้มิติทางศาสนาและวัฒนธรรมเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง และยั่งยืน โดยขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ทั่วประเทศ และสถานที่ที่กำหนดโดยพร้อมเพรียงกัน ///

กรมการค้าภายใน สั่งคุมราคาทั่วประเทศ รับมือสถานการณ์โลก ย้ำห้ามฉวยโอกาสขึ้นสินค้าเด็ดขาด ชี้ 4 พันธมิตรผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ยังไม่ปรับ ไม่มีเหตุให้ขึ้นราคา

  กรมการค้าภายใน สั่งคุมราคาทั่วประเทศ รับมือสถานการณ์โลก ย้ำห้ามฉวยโอกาสขึ้นสินค้าเด็ดขาด ชี้ 4 พันธมิตรผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ยังไม่ปรับ ไม่มี...