วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

อเมอเอเชี่ยนฯ เขย่าอุตสาหกรรมน้ำหอมโลก โต 100% ส่งออก 59 ประเทศ​ ลุยขยายกำลังผลิตเท่าตัว เตรียมรุกเอเชียเต็มศักยภาพ

อเมอเอเชี่ยนฯ เขย่าอุตสาหกรรมน้ำหอมโลก โต 100% ส่งออก 59 ประเทศ​ ลุยขยายกำลังผลิตเท่าตัว เตรียมรุกเอเชียเต็มศักยภาพ

 


ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน มาตรการภาษีระหว่างประเทศ และบทเรียนจากวิกฤตโรคระบาดที่ผ่านมา บริษัทสัญชาติไทยรายหนึ่งกลับสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมยกระดับสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำหอมและผลิตภัณฑ์เครื่องหอมระดับสากล นั่นคือ บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด (Amerasian Fragrance Research Ltd.)         ผู้ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2001 และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ด้วยรูปแบบการให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนากลิ่น การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าปลายทาง

คุณอักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตน้ำหอม แต่ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแนวคิดแบรนด์ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า ทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทเอง ตั้งแต่การคิดค้นสูตร การจัดซื้อวัตถุดิบในปริมาณมาก การควบคุมกระบวนการผลิต ตลอดจนการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพ ระยะเวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

ปัจจุบันองค์กรมีเครือข่ายธุรกิจรวม 5 บริษัท ที่ทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด ดูแลทุกขั้นตอนแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มจากบริษัทศูนย์กลางด้านการพัฒนาน้ำหอม ซึ่งมีทีมนักปรุงกลิ่นจากสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย และไทย ร่วมสร้างสรรค์กลิ่นเฉพาะตัว ต่อด้วยบริษัทผู้พัฒนาพลาสติกผสมกลิ่นหอมและผลิตชิ้นงานตามแบบในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นทั้งฐานพัฒนากลิ่นและแหล่งจัดหาวัตถุดิบสำคัญจากทั่วโลก อีกหนึ่งบริษัทดูแลด้านบรรจุภัณฑ์ โดยนำเข้าเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวจากอิตาลี เพื่อยกระดับความสะอาดและความปลอดภัยในการใช้งาน ขณะเดียวกันมีบริษัทด้านบริหารจัดการซัพพลายเชนและควบคุมคุณภาพ เพื่อให้ทุกกระบวนการเป็นไปตามมาตรฐานสากล และบริษัทด้าน       โลจิสติกส์ที่ดูแลการนำเข้า–ส่งออกด้วยตนเองทั้งหมด เพื่อควบคุมระยะเวลาและติดตามสถานะสินค้าได้อย่างแม่นยำ 

ด้านผลประกอบการ บริษัทส่งออกสินค้าไปแล้วมากกว่า 59 ประเทศทั่วโลก มีฐานลูกค้าหลักในยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง โดยสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นต่อเนื่อง ปีหนึ่งเติบโตสูงถึง 100% ปีถัดมาเติบโต 50% และในปี 2567 ยังคงขยายตัวอีก 30–40% แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินและต้นทุนการค้าโลก ความแข็งแกร่งดังกล่าวทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งเข้ามาศึกษากลยุทธ์ของบริษัท เพื่อนำไปเป็นกรณีศึกษาสำหรับภาคธุรกิจส่งออกไทย

คุณอักษรศิลป์ ให้ข้อมูลว่า หัวใจสำคัญของการเติบโตคือการเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพหรือบริษัทข้ามชาติ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์     อัตลักษณ์ของแต่ละแบรนด์อย่างแท้จริง แนวคิดดังกล่าวทำให้บริษัทสามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกผลิตภัณฑ์จะได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

เส้นทางการเติบโตขององค์กรสะท้อนแนวคิด “เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส” อย่างชัดเจน ในช่วงโควิด-19 ที่บริษัทนำบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวจากอิตาลีมาใช้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขอนามัย ขณะเดียวกัน ในประเด็นมาตรการภาษี บริษัทเลือกทำงานร่วมกับลูกค้า วางแผนล่วงหน้า บริหารจัดการขนส่งและควบคุมต้นทุนอย่างรอบคอบ เมื่อสามารถลดต้นทุนได้ก็ส่งต่อประโยชน์ให้ลูกค้า โดยยึดหลักการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ในด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทไม่ได้จำกัดเฉพาะน้ำหอมรูปแบบของเหลว แต่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นหอมอย่างครบวงจร โดยรายได้กว่า 90% มาจากการรับจ้างผลิตให้แบรนด์ต่าง ๆ โดยกลุ่มสินค้าหลักประกอบด้วย หัวน้ำหอมสำหรับเครื่องสำอางและน้ำหอมระดับพรีเมียม ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศสำหรับบ้าน อาคาร โรงแรม สนามบิน หัวน้ำหอมในกลุ่มของน้ำยาทำความสะอาด น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม และสินค้าสำเร็จรูป เช่น ธูปหอมคุณภาพสูงที่ไม่ผสมสิ่งเจือปน เทียนหอม ตลอดจนสินค้าในกลุ่มความงามและดูแลผิว โดยไม่ครอบคลุมกลุ่มอาหารและยา

คุณอักษรศิลป์ กล่าวปิดท้ายว่า บริษัทมองเห็นแนวโน้มสำคัญของตลาดโลก ทั้งกระแสที่ลูกค้ายุโรปให้ความสนใจสินค้า “Made in Thailand” เพิ่มขึ้น ความนิยมสินค้าแนวธรรมชาติ เช่น เทียนจากขี้ผึ้งแทนพาราฟิน และส่วนผสมจากสมุนไพรเอเชีย ตลอดจนการนำกลิ่นระดับพรีเมียมไปต่อยอดในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น แชมพู โลชั่น และผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ เพื่อสร้างความแตกต่างให้แบรนด์

สำหรับแผนในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า บริษัทเตรียมขยายกำลังการผลิตเป็นสองเท่า เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากยุโรปและอเมริกา พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จในตลาดตะวันตก ซึ่งล้ำหน้าเอเชียหลายปี เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการปรับปรุงพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเพื่อรองรับสายการผลิตใหม่

นอกจากนี้บริษัทยังใช้เวที งาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายตลาดอาเซียน โดยสร้างเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค เปิดโอกาสเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศ CLMV และประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมนำเสนอศักยภาพด้านนวัตกรรมกลิ่นและระบบการผลิตครบวงจร สะท้อนทิศทางการรุกตลาดเอเชียอย่างจริงจังในระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถพบกับบริษัทได้ที่งาน Cosmopack CBE ASEAN Bangkok 2026 โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.cosmoprofcbeasean.com  และ Facebook: Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok

###

บริษัทที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ บริษัท โฟร์ฮันเดรท จำกัด 

สอบถามเพิ่มเติม คุณธัญชนก ผ่านการ 

Email: Thunchanok@4h.co.th โทร. 096 415 1543


GAC AION Thailand รุกหนัก Motor Show 2026 เปิดตัว AION V 500 Premiumพร้อมชูนโยบาย GAC CARE และ GAC Easy Trade-in ยกระดับบริการหลังการขายเต็มรูปแบบ

 GAC AION Thailand รุกหนัก Motor Show 2026 เปิดตัว AION V 500 Premiumพร้อมชูนโยบาย GAC CARE และ GAC Easy Trade-in ยกระดับบริการหลังการขายเต็มรูปแบบ

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569  GAC AION Thailand ประกาศความยิ่งใหญ่ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ขนทัพยนตรกรรมพลังงานทางเลือกใหม่จัดแสดงแบบเต็มพิกัด พร้อมไฮไลต์สำคัญถึง 3 ประการ ได้แก่ การเผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด GAC AION V 500, การประกาศนโยบาย GAC CARE เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายแบบครบวงจร,และเปิดตัวโครงการ GAC Easy Trade-in, สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืนในประเทศไทย

ต่อยอดความสำเร็จสู่ "Thailand Action 2.0" ในปี 2569 

Mr. Wanye Wei ประธานกรรมการบริหาร GAC International เผยความสำเร็จในปี 2568 ว่า GAC ได้บรรลุเป้าหมายในการวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรมภายใต้กลยุทธ์ "In Thailand, For Thailand" ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 68 แห่ง มีความพร้อมของอะไหล่ถึง 95%, สร้างสถานีชาร์จ 160 แห่ง เริ่มเดินสายการผลิตรถยนต์ 3 รุ่นหลักในประเทศ และกวาดยอดจดทะเบียนทะลุ 15,301 คัน เติบโตถึง 305% (YoY) ส่งผลให้ GAC กลายเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำในไทยอย่างมั่นคง สำหรับแผนการขับเคลื่อน "Thailand Action 2.0" ในปี 2569 GAC เตรียมเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 รุ่น, Mobility Center แห่งแรกในต่างประเทศ, นำเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) เข้ามาเพื่อสร้างเครือข่ายพลังงานที่สมบูรณ์แบบ และเตรียมขยายกำลังการผลิตของโรงงานในไทยให้บรรลุเป้าหมาย 20,000 คันต่อปี เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการส่งออกระดับโลกอย่างเป็นทางการ

ยกระดับประสบการณ์ด้วยนโยบาย GAC CARE

Mr. Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand ได้เปิดตัวนโยบาย "GAC CARE" ซึ่งเป็นนโยบายบริการแรกของ GAC สำหรับตลาดต่างประเทศ เพื่อดูแลรถยนต์ของลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน โดยถูกสร้างขึ้นบน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric), มอบความเชื่อมั่นขั้นสูง (Advanced Assurance) ที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพอันดับ 1 จาก J.D. Power, มีการตอบสนองที่รวดเร็ว (Rapid Response) รับประกันการซ่อมเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Exclusive Expertise) ดูแลผู้ใช้ด้วยความเอาใจใส่ระดับมืออาชีพ

นอกจากนี้ ยังมอบคำมั่นสัญญาสำคัญเพื่อความอุ่นใจสูงสุดด้วยการอัปเกรดการรับประกันตลอดอายุการใช้งานเป็นเวอร์ชัน 2.0 (Lifetime Warranty 2.0) พร้อมชูความมุ่งมั่นไร้กังวลเรื่องอัคคีภัย (Zero Fire Concern) โดยจะเปลี่ยนรถคันใหม่ให้ท่านทันทีหากเกิดเหตุไฟไหม้ที่มีสาเหตุมาจากคุณภาพของแบตเตอรี่ พร้อมรับประกันงานซ่อมบำรุงที่รวดเร็ว โดยมีรถสำรองให้ใช้และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีที่ต้องใช้เวลาซ่อมเกิน 3 วัน ตลอดจนเตรียมขยายคลังอะไหล่ให้ครอบคลุมพื้นที่ 12,000 ตร.ม. พร้อมอะไหล่ 120,000 ชิ้น ภายในปี 2569 ซึ่งจะตอบสนองความต้องการได้ถึง 99% ทำให้สามารถจัดส่งอะไหล่ในกรุงเทพฯ ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และต่างจังหวัดภายใน 3 วัน

เผยโฉม AION V 500 Premium ยกระดับความคุ้มค่าและขีดสุดแห่งดีไซน์

ไฮไลต์สำคัญที่สะกดทุกสายตาภายในงาน คือการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด AION V 500 Premium ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุด โดดเด่นด้วยสีตัวถังใหม่ล่าสุด Galaxy Blue ที่สะท้อนความล้ำสมัยและงดงามดุจประกายของสายน้ำในกาแล็กซี ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่กว้างขวาง มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายเหนือระดับในทุกที่นั่ง พร้อมมอบอิสระในการเดินทางด้วยระยะทางขับขี่สูงสุดถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ซึ่งตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล

V Design (ดีไซน์ Cyber สุดล้ำ): โดดเด่นด้วยไฟหน้า-ไฟท้ายสไตล์ไซเบอร์ และกระจังหน้ารูปทรงเรขาคณิต ผสานเส้นสายตัวรถที่เฉียบคมและลื่นไหล สะท้อนความสปอร์ตแห่งอนาคตในทุกมิติ

V Comfort (ความหรูหราระดับเรือธง): ห้องโดยสารพรีเมียมบุด้วยวัสดุ Soft-Touch 100% ในจุดที่สัมผัสหลักทั่วทั้งคัน เบาะหลังปรับเอนได้สูงสุด 137 องศา พร้อมฟังก์ชันเปลี่ยนห้องโดยสารเป็นเตียงนอนขนาดใหญ่เพียงปลายนิ้วสัมผัส โปร่งสบายด้วยหลังคาพาโนรามา 2.14 ตร.ม. จัดเต็มระบบเสียง 5.1 พร้อมซับวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว และพื้นที่เก็บสัมภาระจุใจสูงสุด 978 ลิตร

V Energy (ไปได้ไกล ชาร์จไวขั้นสุด): ขับขี่ไกล 500 กม. (NEDC) ชาร์จเร็วแบบ 3C (30-80% ใน 16 นาที หรือเทียบเท่าการจิบกาแฟ 1 แก้ว) กำลังไฟสูงสุด 150 kW ประหยัดพลังงานด้วยอัตราสิ้นเปลืองเพียง 14.4 kWh/100 กม. พร้อมระบบจ่ายไฟภายนอก (V2L) 3.3 kW รองรับทุกกิจกรรมแคมปิงและเอาต์ดอร์

V Intelligence & Confidence (อัจฉริยะและปลอดภัยระดับโลก): ประมวลผลลื่นไหลด้วยชิป Qualcomm SA8155P สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย-อังกฤษได้ 4 โซน มั่นใจด้วยระบบช่วยขับขี่ L2 โครงสร้างเหล็กแข็งแรงสูง 66% แบตเตอรี่ Magazine Battery รุ่นที่ 2 และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างยาว 2.3 เมตร ปกป้องสูงสุดทุกการเดินทาง

โปรโมชัน GAC AION V รุ่น 500 Premium ในงาน Motor Show 2026


ราคาโปรโมชันพิเศษ 799,900 บาท*

พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 40,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 759,900 บาท*

รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*

รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

* ลูกค้าต้องเข้าร่วมแคมเปญ “GAC Easy Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่” เท่านั้น

* รายละเอียดและเงื่อนไขของรถแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GAC AION ทุกสาขาทั่วประเทศ

* ต้องจองรถภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 - 5 เมษายน 2569 และต้องออกใบกำกับภาษีภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 - 30 เมษายน 2569

* มูลค่าการรับประกันตลอดอายุการใช้งานที่แสดงเป็นการประมาณการมูลค่าการคุ้มครองต่อคัน เพื่อใช้ในการสื่อสารเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการกำหนดหรือจำกัดยอดเคลมจริง

นอกจากนี้ ภายในงานยังเสริมทัพความตื่นตาตื่นใจด้วยการเปิดตัว GAC AION UT ในเฉดสีใหม่ล่าสุด "Como Black" และการเผยโฉมยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียม GAC HYPTEC HT สีพิเศษ "Champagne Pink" ซึ่งเป็นรุ่น Limited Edition ที่ผลิตจำกัดและเปิดให้จับจองเพียง 100 คันเท่านั้น

GAC Easy Trade-in: แคมเปญรถเก่าแลกรถใหม่ รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 150,000*

GAC AION Thailand มอบบริการแบบ One-Stop Service ทราบผลประเมินราคารถภายใน 1 ชม. และดำเนินการจบได้เร็วที่สุดภายในวันเดียว พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 150,000* เมื่อนำรถคันเดิมทุกยี่ห้อมาเทิร์นเพื่อออกรถ GAC รุ่นใหม่ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด  ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

* ลูกค้าต้องเข้าร่วมแคมเปญ “GAC Easy Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่” เท่านั้น

* รายละเอียดและเงื่อนไขของรถแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GAC AION ทุกสาขาทั่วประเทศ

* “GAC Easy Trade-in” คือแคมเปญการแลกรถเก่าเป็นรถใหม่

สำหรับลูกค้าที่สนใจสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก สามารถเข้ามาชมรถคันจริงและร่วมทดลองขับรถยนต์พลังงานใหม่ทุกรุ่นจาก GAC ได้ที่บูธ GAC AION Thailand (บูธ A20) ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม - 5 เมษายน 2569

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูล ตรวจสอบรายละเอียดโปรโมชัน และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่

https://www.gacgroup.com/

https://www.facebook.com/GACAIONthailand


Media Innovation Hackathon 2026 (Season 3) “ เปิดวาร์ประยอง ประลอง Kid (คิด) พิชิตบุหรี่ไฟฟ้า ” เยาวชนไทยโชว์พลังครีเอทีฟ ปั้นสื่อสู้ภัยบุหรี่ไฟฟ้า ชิงรางวัลรวม 150,000 บาท !

 Media Innovation Hackathon 2026 (Season 3) “ เปิดวาร์ประยอง ประลอง Kid (คิด) พิชิตบุหรี่ไฟฟ้า ” เยาวชนไทยโชว์พลังครีเอทีฟ ปั้นสื่อสู้ภัยบุหรี่ไฟฟ้า ชิงรางวัลรวม 150,000 บาท ! 

ไอเดียเดือด แบบตะโกน! พลังเด็กไทยมาเต็ม เมื่อสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) จับมือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวที Media Innovation Hackathon 2026 (Season 3) ภายใต้ธีม “ เปิดวาร์ประยอง ประลอง Kid (คิด) พิชิตบุหรี่ไฟฟ้า ” ระหว่างวันที่ 20 – 22 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมแทมมารินด์ การ์เด้น จังหวัดระยอง เปิดสนามให้เยาวชนปล่อยของ ใช้ “ นวัตกรรมสื่อ ” เป็นอาวุธความคิด สร้างทางออกใหม่ให้สังคม



ตลอด 3 วัน 2 คืนในรูปแบบค่ายเข้มข้น ผู้เข้าแข่งขันต้องเผชิญโจทย์สุดหิน “ บุหรี่ไฟฟ้า ” ภัยร้ายที่กำลังแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่น พร้อมเร่งสปีดไอเดียสู่การออกแบบนวัตกรรมสื่อ ภายใต้แรงกดดันของเวลา และคำแนะนำจากตัวจริงในวงการ โดยมีเงินรางวัลและทุนต่อยอดรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท เป็นแรงขับเคลื่อน

จาก “ ไอเดีย ” สู่ “ สื่อเปลี่ยนสังคม ”

เวทีนี้ไม่ได้วัดแค่ความคิดสร้างสรรค์ แต่คือสนามฝึกจริงของนักสื่อสารรุ่นใหม่ เริ่มตั้งแต่..

• Boot Camp อัปสกิลความรู้เท่าทันสื่อและภัยออนไลน์, บุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยในความลวง และถอดรหัสนวัตกรรมสื่อ สู้ภัยบุหรี่ไฟฟ้า 

• Mentoring Session โค้ชเข้มแบบเจาะลึกรายทีม ปรับไอเดียให้คมขึ้นในเวลาจำกัด

• Hackathon ระดมสมอง สร้างต้นแบบนวัตกรรมสื่อ

• Idea Pitching พรีเซนต์งานแบบมืออาชีพ พร้อมตอบคำถามคณะกรรมการ

• Meet & Match เปิดโอกาสต่อยอดผลงานสู่โลกความจริง


ประกาศผล! ทีมเยาวชนสุดปัง คว้ารางวัล

หลังการแข่งขันสุดเข้มข้น ผลปรากฏว่า..

🏆 รางวัลชนะเลิศ ทีม “ มะม่วงซอยจ้ะจ้ะ ” จากโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา จังหวัดปทุมธานี คว้าเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ 

🏆 รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม “ RYW NextGen Media ” จากโรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

🏆 รองชนะเลิศอันดับ 2 มี 2 ทีม ได้แก่..

• ทีม “ New Wave Media Literacy ” จากโรงเรียนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 

• ทีม “ เติมครับเติม ” จากโรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา จังหวัดระยอง

รับเงินรางวัลทีมละ 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ


พร้อมกันนี้ ยังมี ทุนสนับสนุนจาก สสส. รวม 110,000 บาท เพื่อผลักดันผลงานที่มีศักยภาพให้พัฒนาเป็น “ สื่อจริง ” ที่ใช้งานได้จริงในสังคม ผ่านแผนปฏิบัติการสนับสนุนการต่อยอดผลงาน สู่การสร้างสรรค์สื่อเปลี่ยนโลก โดยเยาวชนเพื่อเยาวชน

รวมตัวจริง ปั้นตัวตึงวงการสื่อรุ่นใหม่

งานนี้ได้ผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าทั้งด้านสุขภาพ สื่อ และนวัตกรรม ร่วมถ่ายทอดความรู้ ให้คำแนะนำ และตัดสินผลงาน ประกอบด้วย.. ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก, นายก สสดย., รศ.จุมพล รอดคำดี ประธานเครือข่ายเสริมสร้างอินเตอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย และประธานที่ปรึกษา สสดย., ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล, ดร.ดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส., อ.ดร อภิชญา อังคะวิภาต ผู้ช่วยคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว, ดร.นิตินันท์ พันทวี ผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.นนทบุรี และ อ.ดร.สหพัฒน์ สถาปนิกานนท์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาศึกษาทั่วไป สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ร่วมกันยกระดับมาตรฐานเวทีให้เข้มข้นยิ่งขึ้น  



Kid เปลี่ยนโลก 

Media Innovation Hackathon 2026 ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่คือพื้นที่ที่เปิดให้เยาวชนได้ “ คิดจริง ทำจริง และเปลี่ยนจริง ” ผ่านการใช้สื่อเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสังคม พลังของคนรุ่นใหม่ในเวทีนี้ กำลังสะท้อนชัดว่า หากมีพื้นที่และโอกาสที่เหมาะสม เยาวชนไทยสามารถลุกขึ้นมาเป็น “ ผู้สร้างสรรค์สื่อ ” ที่ไม่เพียงสื่อสาร แต่ยังสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด และช่วยลดปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืน ...

เริ่มแล้ว! “GI Market 2026”กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปักหมุดเซ็นทรัลปิ่นเกล้ายกทัพของดี GI ทั่วไทยกว่า 70 ร้าน เสิร์ฟถึงมือคนกรุง 7 วันเต็ม (23-29 มี.ค.) พร้อมประกาศความร่วมมือ BEDO – ไปรษณีย์ไทย เสริมแกร่ง GI ไทยครบวงจร

 เริ่มแล้ว! “GI Market 2026”กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปักหมุดเซ็นทรัลปิ่นเกล้ายกทัพของดี GI ทั่วไทยกว่า 70 ร้าน เสิร์ฟถึงมือคนกรุง 7 วันเต็ม (23-29 มี.ค.)  พร้อมประกาศความร่วมมือ BEDO – ไปรษณีย์ไทย เสริมแกร่ง GI ไทยครบวงจร

 






กรมทรัพย์สินทางปัญญาขานรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI ของดีทั่วถิ่นไทย พร้อมเร่งขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดงาน “GI Market 2026” งานใหญ่แห่งปีที่รวบรวมสินค้า GI ไทยคุณภาพจากทั่วประเทศกว่า 70 ร้าน มาให้เลือกชิม เลือกช้อปอย่างจุใจ ตั้งแต่วันที่ 23 – 29 มีนาคม ศกนี้ ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า 

 






นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพสินค้า GI ซึ่งเป็นสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทั้งดิน น้ำ อากาศ และภูมิปัญญาของชุมชน ทำให้มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพและเรื่องราวที่แตกต่างจากสินค้าทั่วไป โดยปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 254 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.15 แสนล้านบาท ทั้งนี้ การส่งเสริมช่องทางการตลาดผ่านการจัดงาน GI Market ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางการค้าให้สินค้า GI เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคคนเมืองและตลาดที่มีกำลังซื้อสูง

 

นางอรมน กล่าวว่า งาน GI Market 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 29 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 - 22.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชูแนวคิด “คัดสรรของดีถิ่นไทย มาตรฐาน GI

สู่คุณค่าระดับสากล” เพื่อแสดงศักยภาพและตอกย้ำคุณภาพสินค้า GI ไทยในระดับพรีเมียม โดยการจัดงานในปีนี้ กรมฯ ได้รวบรวมสินค้า GI จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศมาจำหน่ายภายในงานกว่า 70 ร้านค้า มีสินค้าที่น่าสนใจและเป็นไฮไลท์ของงาน ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ของดีเมืองสมุทรสาครที่มีเนื้อมะพร้าวเหนียวนุ่ม รสชาติหอมหวานชื่นใจ และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย หอยนางรมสุราษฎร์ธานี ส่งตรงจากอ่าวบ้านดอน ตัวใหญ่เนื้อแน่นขาวนวล รับประทานสดรสชาติดีและไม่มีกลิ่นคาว ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ ข้าวเหนียวคุณภาพดี มีความอ่อนนุ่ม กลิ่นหอม และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง กาแฟเทพเสด็จ กาแฟจากแหล่งปลูกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จังหวัดเชียงใหม่ ที่ปลูกร่วมกับพันธุ์พืชและดอกไม้ป่านานาชนิด ส่งผลให้กาแฟมีรสชาติกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังมีสินค้า GI อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ศรีสะเกษ) ปลากะพงสามน้ำทะเลสาปสงขลา ปลาทูแม่กลอง (สมุทรสงคราม) ทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์ มะม่วงขายตึกแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัย หอมแดงศรีสะเกษ ผ้าหม้อห้อมแพร่ ผ้าย้อมครั่งลำปาง ศิลาดลเชียงใหม่ ชามไก่ลำปาง นิลเมืองกาญจน์ เป็นต้น

 





ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นการรวบรวมสินค้า GI ไทยคุณภาพจากทั่วประเทศแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง “ลุลา” และ “นิว นภัสสร” ในช่วงสุดสัปดาห์ รวมทั้งโปรโมชั่นพิเศษตลอดทั้งงาน จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมอุดหนุนสินค้า GI ไทย เปิดประสบการณ์เลือกซื้อของดีมีเรื่องราวที่ส่งตรงจากแหล่งผลิตโดยตรง พร้อมส่งกำลังใจให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถรักษาอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาสินค้าชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

 




ในโอกาสเดียวกันนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศความร่วมมือกับ 2 หน่วยงานพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมสินค้า GI อย่างเป็นระบบและครบวงจรโดยความร่วมมือระหว่างกรมฯ และ BEDO จะมุ่งเน้นประเด็นเรื่องความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ ในการอนุรักษ์และรักษาวัตถุดิบต้นกำเนิดในการผลิตสินค้า GI การใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ตลอดจนการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน GI ให้มีความเข้มแข็ง สามารถสร้างรายได้และบริหารจัดการสิทธิในสินค้า GI ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันสินค้า GI ให้เติบโตและได้รับการยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติอย่างกว้างขวาง

 




ขณะที่ไปรษณีย์ไทย จะร่วมสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์ GI ไทย ให้แก่ผู้ผลิตผู้ประกอบการที่มีการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าและได้รับอนุญาตให้ใช้ตรา GI ไทย เพียงแสดงหนังสืออนุญาตใช้ตรา GI

ก็สามารถรับบรรจุภัณฑ์ได้ฟรี พร้อมทั้งได้รับสิทธิในการจัดส่งสินค้าในอัตราพิเศษ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และยกระดับมาตรฐานการขนส่งให้มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มนำร่องส่งเสริมสินค้า GI ในพื้นที่ภาคกลาง (38 สินค้า) เป็นภูมิภาคแรก ผู้สนใจสามารถใช้บริการได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์สาขาที่ร่วมโครงการกว่า 400 แห่งในภาคกลาง ทั้งนี้ กรมฯ และไปรษณีย์ไทยจะขยายความร่วมมือส่งเสริมสินค้า GI ในภูมิภาคอื่นๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ GI ที่มีการทำระบบควบคุมคุณภาพอย่างเข้มแข็ง ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 17,000 ราย และจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่กระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพสูงได้มากยิ่งขึ้น

 



อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพสินค้า GI ไทยในทุกมิติ ทั้งด้านการพัฒนา การตลาด และโลจิสติกส์ ส่งเสริมให้สินค้า GI ของไทยมีคุณภาพและมีมาตรฐานที่สูงขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ สามารถแข่งขันและสร้างรายได้ที่กลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

​​​​​​​​

-------------------

สถานการณ์การมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน ไตรมาส 4/2568 ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเกือบทุกมิติ“

 สถานการณ์การมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน ไตรมาส 4/2568 ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเกือบทุกมิติ“



ดร.เอกพงษ์  หริ่มเจริญผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ทำการสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือนต่อเนื่องเป็นประจำทุกไตรมาส  จากครัวเรือนส่วนบุคคลตัวอย่าง86,880 ครัวเรือนทั่วประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการใช้งาน และการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งการใช้อินเทอร์เน็ต การใช้โทรศัพท์มือถือ และการมีโทรศัพท์มือถือของประชาชน รวมถึงการมีคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และการมีโทรศัพท์มือถือ  ของครัวเรือน ซึ่งผลการสำรวจในไตรมาส 4 ปี 2568 สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

จากผลการสำรวจ พบว่า มีประชาชนอายุ 6 ปีขึ้นไป 66.3 ล้านคน โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 92.3% ใช้โทรศัพท์มือถือ 96.1% และมีโทรศัพท์มือถือ 89.9% ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสที่ผ่านมาในทุกมิติ  และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว 

หากพิจารณาในระดับครัวเรือน จากผลการสำรวจ พบว่า มีครัวเรือนส่วนบุคคลทั้งสิ้น 24.8 ล้านครัวเรือน โดยมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 93.4% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาวสำหรับการมีโทรศัพท์มือถือลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ 97.2% แต่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว ซึ่งสวนทางกับการมีคอมพิวเตอร์ของครัวเรือน ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาเป็น 20.0% แต่ในระยะยาว   ยังมีแนวโน้มลดลงตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่โทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาททดแทนคอมพิวเตอร์ได้ในหลายกิจกรรม

พบกับข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.nso.go.th

*************************

กองสถิติเศรษฐกิจ กลุ่มสถิติเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโทรศัพท์

 0 2142 1248 

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ictsurvey.nso@gmail.com


สำนักงานเลขานุการกรม กลุ่มประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 0 2141 7487 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ prgroupnso3@gmail.com

ร่วมสร้างอนาคตไทย

ร่วมใจให้ข้อมูลกับ

สำนักงานสถิติแห่งชาติ

อเมอเอเชี่ยนฯ เขย่าอุตสาหกรรมน้ำหอมโลก โต 100% ส่งออก 59 ประเทศ​ ลุยขยายกำลังผลิตเท่าตัว เตรียมรุกเอเชียเต็มศักยภาพ

อเมอเอเชี่ยนฯ เขย่าอุตสาหกรรมน้ำหอมโลก โต 100% ส่งออก 59 ประเทศ​ ลุยขยายกำลังผลิตเท่าตัว เตรียมรุกเอเชียเต็มศักยภาพ   ท่ามกลางแรงกดดันจากเศร...