วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี




วันนี้ (วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ และ ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ/อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ จัดพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จำนวน 3,000 ชุด ซึ่งในปีนี้จัดเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาทั้งชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ สิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ พร้อมมอบค่าพาหนะคนละ 200 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ สอดรับกับค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวสุวรรณี มะโนสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านบัญชีและการเงิน/รักษาการผู้จัดการ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา, สหคลินิกสมิติเวช เจ พาร์ค, คณะพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา, บริษัท แปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา จำกัด, ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ อาทิ นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และนางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมในพิธี ณ บริเวณคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี






งานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เพิ่มจำนวนชุดเครื่องอุปโภคบริโภคให้มากกว่าปีที่ผ่านมา ให้สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนขั้นต้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ยากไร้ รวมถึงขยายพื้นที่ในแจกจ่ายสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเมื่อวันที่ 16 และ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ณ บริเวณสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และปล่อยคาราวานจากศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ แจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ 6 เขต กรุงเทพฯ และยังมีกำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ยากไร้อีก 1 แห่งในวันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ รวมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 แก่ผู้ยากไร้ 3 จังหวัด คิดเป็นมูลค่า 15.8 ล้านบาท





สำหรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์ร่วมงานมหาบุญ มหากุศล ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 นี้ ยังคงสามารถ ร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) และทำบุญบริจาคชุดข้าวสาร อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับทั้งที่เป็นญาติและไม่ใช่ญาติ พร้อมกับได้ทำทานให้ผู้ยากไร้ ได้ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย และ ทำบุญ “ทิ้งกระจาดออนไลน์” ผ่านเว็บไซต์ https://pttfny.net/newsh ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418






มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญ มหากุศลนี้ มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

.

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569

สมาสภ์ สั่งการ ตั้งศูนย์บริการ “ซ่อม สร้าง สุข” ฟื้นฟูหลังน้ำลด ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำป่า-ดินโคลนถล่มน่าน ตามนโยบาย รมว.แรงงาน

 สมาสภ์ สั่งการ ตั้งศูนย์บริการ “ซ่อม สร้าง สุข” ฟื้นฟูหลังน้ำลด ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำป่า-ดินโคลนถล่มน่าน ตามนโยบาย รมว.แรงงาน

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สั่งการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่าน จัดตั้งศูนย์บริการ “ซ่อม สร้าง สุข” ฟื้นฟูหลังน้ำลด ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำป่า-ดินโคลนถล่มในจังหวัดน่าน ตามนโยบายของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เริ่ม 26 สิงหาคม 2569 นี้ 

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มหลายพื้นที่ในจังหวัดน่าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติในครั้งนี้เป็นอย่างมาก จึงได้สั่งการให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่งบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน และเตรียมแนวทางฟื้นฟูหลังผ่านสถานการณ์อุทกภัย โดยเตรียมเปิดศูนย์ “ซ่อม สร้าง สุข” เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด 


อธิบดีสมาสภ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางฟื้นฟูหลังผ่านสถานการณ์อุทกภัยของกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินการ ดังนี้

1) 24 สิงหาคม 2569 เตรียมสถานที่ ณ วัดบ้านร้อง ต.ปัว อ.ปัว จ.น่าน

2) 25 สิงหาคม 2569 ช่างไฟฟ้าภายในบ้าน เริ่มเข้าพื้นที่ตรวจเช็คระบบไฟฟ้าเรื่องความปลอดภัยและเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียหายบางส่วน เพื่อให้การไฟฟ้าได้จ่ายกระแสไฟฟ้า เป้าหมาย 100 หลังคาเรือน

3) 26-27 สิงหาคม 2569 เปิดศูนย์ “ซ่อม สร้าง สุข” ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จังหวัดน่าน โดยนายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เป็นประธานเปิด มีบริการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เป้าหมาย 100 หลังคาเรือน ซ่อมบำรุงรักษารถจักรยนต์ เป้าหมาย 200 คัน  และซ่อมเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตร 

4) ฝึกอาชีพเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ หากผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือประสงค์ซ่อมแซมอุปกรณ์การเกษตรต่าง ๆ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่าน โทรศัพท์ 0 5471 9454 นายสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย


กรมวิทยาศาสตร์บริการ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “Uncertainty of Measurement for calibration laboratories”

 กรมวิทยาศาสตร์บริการ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “Uncertainty of Measurement for calibration laboratories”

 


       เมื่อวันที่ 20–21 สิงหาคม 2569 ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรในการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “Uncertainty of Measurement for calibration laboratories” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองระบบงานของสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ ได้รับความรู้เกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการวัดสำหรับห้องปฏิบัติการสอบเทียบ ด้วยแนวทางและหลักการทางวิชาการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นบุคลากรกรมวิทยาศาสตร์บริการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักฯ รวมทั้งสิ้น 37 คน

      การประเมินค่าความไม่แน่นอนของการวัด (Uncertainty of Measurement) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการสอบเทียบตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ทุกการวัดผล จะมีความแปรปรวนเสมอ สิ่งนี้เรียกว่าความไม่แน่นอนของการวัด ซึ่งยังคงมีอยู่แม้หลังจากการสอบเทียบแล้ว ความไม่แน่นอนเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถวัดผลและบันทึกเป็นเอกสารได้ เนื่องจากเป็นตัวดรรชนีชี้วัดความถูกต้อง แม่นยำ และความน่าเชื่อถือของผลการสอบเทียบ ความไม่แน่นอนที่ไม่ครบถ้วนอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และกระบวนการตัดสินใจในภาคอุตสาหกรรม


       การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จึงมีความสำคัญยิ่งในการสร้างความเข้าใจเชิงลึก ให้ผู้ประเมินและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถพิจารณาและคำนวณค่าความไม่แน่นอนตามหลักการทางวิชาการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน


#กรมวิทยาศาสตร์บริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กรมการศาสนา (ศน.) สืบสานศาสนทายาทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา หนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม นำหลักธรรมสู่สังคม

 กรมการศาสนา (ศน.) สืบสานศาสนทายาทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา หนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม นำหลักธรรมสู่สังคม

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เตรียมจัดพิธีถวายทุนการศึกษาโครงการสนับสนุนศาสนทายาทสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  



นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า พระภิกษุและสามเณรถือเป็นศาสนทายาทที่มีบทบาทสำคัญในการสืบทอดพระธรรมคำสอน และเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มวัย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการสืบทอดพระพุทธศาสนาเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ส่งผลให้จำนวนพระภิกษุสามเณรที่มุ่งศึกษาเล่าเรียนและอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนามีแนวโน้มลดลง การส่งเสริมและสนับสนุนให้ศาสนทายาทมีโอกาสศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นภารกิจสำคัญในการสร้างบุคลากรทางพระพุทธศาสนาที่มีความรู้ ความเข้าใจในพระธรรมวินัย สามารถนำหลักธรรมไปปฏิบัติและเผยแผ่ได้อย่างถูกต้อง 



กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนศาสนทายาทสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนศาสนทายาทในการสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนถวายทุนการศึกษาแก่พระภิกษุและสามเณรที่กำลังศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีพระภิกษุสามเณรที่ได้รับทุนแล้ว รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 3,000 รูป สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีเป้าหมายถวายทุนการศึกษาแก่พระภิกษุและสามเณรในสำนักเรียนพระปริยัติธรรมส่วนกลาง จำนวน 400 รูป ในระดับเปรียญธรรม 3–8 ประโยค เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมการศาสนากำหนด ซึ่งจะจัดพิธีถวายทุนการศึกษา ในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร


อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวมุ่งหวังให้พระภิกษุและสามเณรได้รับโอกาสทางการศึกษา สามารถศึกษา ค้นคว้า และทำความเข้าใจพระธรรมคำสอนได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะการศึกษาพระไตรปิฎกและพระปริยัติธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศาสนทายาทให้มีทั้งความรู้และความสามารถในการนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้และเผยแผ่แก่ประชาชนได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับบริบทของสังคม


อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการศาสนามุ่งหวังทุนการศึกษานี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างและพัฒนาศาสนทายาทให้มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการสืบสานพระพุทธศาสนาและเผยแผ่หลักธรรมสู่ประชาชน อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่มีคุณธรรม ศีลธรรม และความสงบสุขอย่างยั่งยืน ///

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เพอเซ็ปทรา สตาร์ทอัพไทย นำ AI การแพทย์บุกตลาดต่างประเทศเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองผู้ป่วยระดับภูมิภาค

 เพอเซ็ปทรา สตาร์ทอัพไทย นำ AI การแพทย์บุกตลาดต่างประเทศเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองผู้ป่วยระดับภูมิภาค

21 สิงหาคม 2569, สิงคโปร์ บริษัท เพอเซ็ปทรา จำกัด สตาร์ทอัพสัญชาติไทยผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ ประกาศก้าวเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ผ่านการเข้าร่วมงาน The 24th Asian Oceanian Congress of Radiology (AOCR 2026) เวทีประชุมวิชาการด้านรังสีวิทยาระดับภูมิภาค พร้อมทั้งเปิดตัว Inspectra MMG ปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าใจเต้านมคนเอเชีย ช่วยแพทย์ตรวจจับสัญญาณมะเร็งเต้านมจากภาพแมมโมแกรม หวังช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการตรวจพบล่าช้า

การขยายตลาดครั้งนี้ต่อยอดจากประสบการณ์การให้บริการในประเทศไทยมาก่อนหน้านี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์เรือธงของบริษัทอย่าง Inspectra CXR ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายรังสีทรวงอก ได้รับการบรรจุอยู่ในสิทธิประโยชน์ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง 30 บาท) และมีการใช้งานในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำหลายแห่งทั่วประเทศ ปัจจุบันมีการใช้งานแล้วมากกว่า 630 โรงพยาบาลทั่วประเทศไทย

จากประสบการณ์ดังกล่าว เพอเซ็ปทรามองเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากการทำงานร่วมกับสถานพยาบาลในบริบทที่หลากหลายของประเทศไทย ไปต่อยอดสู่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะตลาดที่ยังเผชิญความท้าทายด้านจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ การเข้าถึงแพทย์เฉพาะทาง และศักยภาพในการรองรับผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองที่เพิ่มขึ้น

ความท้าทายที่เผชิญร่วมกันในภูมิภาค

การเข้าถึงการคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นยังเป็นความท้าทายสำคัญในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีข้อจำกัดด้านจำนวนบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางและโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข ส่งผลให้ความสามารถในการรองรับผู้เข้ารับการตรวจและการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอาจแตกต่างกันระหว่างพื้นที่เมืองกับพื้นที่ห่างไกล

เพอเซ็ปทรามองว่า AI สามารถเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนระบบดังกล่าว โดยช่วยเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์และสนับสนุนกระบวนการคัดกรองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ได้เข้ามาทดแทนแพทย์ แต่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ระบบสุขภาพสามารถรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้นภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่


สุพิชญา พู่พิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร เพอเซ็ปทรา จำกัด

“โรคในระยะเริ่มต้นอาจตรวจจับได้ยาก และการตรวจคัดกรองประชากรกลุ่มเสี่ยงให้ครอบคลุมทุกคนยังคงเป็นความท้าทายของระบบสุขภาพ ขณะที่การตรวจพบโรคในระยะที่ลุกลามมากขึ้น อาจทำให้ทางเลือกและโอกาสในการรักษามีข้อจำกัดมากขึ้น

ความท้าทายดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่ยังเป็นโจทย์ที่หลายประเทศในเอเชียกำลังเผชิญ ทั้งในด้านการเข้าถึงการคัดกรอง จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ และความสามารถในการรองรับปริมาณการตรวจที่เพิ่มขึ้น” สุพิชญา พู่พิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร เพอเซ็ปทรา จำกัด กล่าว

เพอเซ็ปทราเดินหน้าใช้ AI การแพทย์สัญชาติไทย ลดช่องว่างการเข้าถึงการตรวจคัดกรองโรค

ก่อนก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ เพอเซ็ปทราใช้เวลาพัฒนาและยกระดับระบบผ่านการใช้งานจริงในสถานพยาบาลไทยหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเขตเมือง ไปจนถึงโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ทำให้เทคโนโลยีได้รับการทดสอบและปรับให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานที่แตกต่างกันของแต่ละสถานพยาบาล

เป้าหมายสำคัญของเพอเซ็ปทราไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้งานในโรงพยาบาลมากขึ้น แต่คือการทำให้การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือพื้นที่ห่างไกล เพราะการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

ศศินันท์ วรเกรียงไกร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เพอเซ็ปทรา จำกัด

“เราล้วนอยากเห็นอัตราการเสียชีวิตที่น้อยลง เครื่องมือและยาถูกพัฒนาให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หัวใจสำคัญของเรื่องนี้อีกอย่างหนึ่งคือ จะทำอย่างไรให้คนเข้าถึงการคัดกรองได้มากที่สุด และทำให้การตรวจเจอโรคในระยะเริ่มต้นกลายเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้” ศศินันท์ วรเกรียงไกร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เพอเซ็ปทรา จำกัด กล่าว

ท้ายที่สุดนี้ การทำให้ Early Detection หรือการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นเกิดขึ้นในวงกว้าง ไม่ใช่ภารกิจของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในระบบสุขภาพ ตั้งแต่โรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุน เพอเซ็ปทราจึงมุ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่จะช่วยให้โรงพยาบาลสามารถขยายศักยภาพด้านการคัดกรอง และทำให้ผู้คนเข้าถึงการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้มากขึ้น

เกี่ยวกับเพอเซ็ปทรา

เพอเซ็ปทรา เป็นบริษัทสัญชาติไทยที่พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยแพทย์วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ ครอบคลุมภาพรังสีทรวงอก ภาพแมมโมแกรม และภาพจอประสาทตา ผลิตภัณฑ์เรือธงของบริษัท Inspectra CXR ซึ่งพัฒนาขึ้นเองโดยทีมวิจัยและพัฒนาของเพอเซ็ปทรา ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการบรรจุอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) และปัจจุบันมีการใช้งานในโรงพยาบาลมากกว่า 630 แห่งทั่วประเทศ ทั้งโรงพยาบาลภาครัฐและโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ในอีกโครงการหนึ่งที่แยกออกจากกัน เพอเซ็ปทราทำงานร่วมกับ Google เพื่อนำ AI มาใช้คัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาให้แก่ประชาชนกลุ่มที่เข้าถึงบริการได้ยากในชุมชนทั่วประเทศไทย ประมาณ 1 ล้านคน

# # # #





กรมการศาสนา เปิดค่าย “คนดีศรีจังหวัด : เมล็ดพันธุ์แห่งความดี” บ่มเพาะผู้นำเยาวชน ต่อยอดพลังความดี ขยายโอกาสสู่ชุมชนและสังคม

 กรมการศาสนา เปิดค่าย “คนดีศรีจังหวัด : เมล็ดพันธุ์แห่งความดี” บ่มเพาะผู้นำเยาวชน ต่อยอดพลังความดี ขยายโอกาสสู่ชุมชนและสังคม

    กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เปิดค่ายเยาวชน “คนดีศรีจังหวัด : เมล็ดพันธุ์แห่งความดี” รวมพลังเยาวชนต้นแบบจาก 25 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำ เติมเต็มทักษะชีวิตและจิตสาธารณะ ต่อยอดจาก “เยาวชนคนดี” สู่ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” พร้อมขยายโอกาสและเครือข่ายการทำความดีจากตัวบุคคลสู่สถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม




    วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเปิดโครงการค่ายเยาวชน “คนดีศรีจังหวัด : เมล็ดพันธุ์แห่งความดี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางพุทธิพร พลอยผักแว่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ เยาวชนคนดีศรีจังหวัดภาคกลาง เยาวชนคนดีศรีกรุงเทพมหานคร และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา





    นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะในเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศ การปลูกฝังความดีจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้หรือการยกย่องเชิดชู แต่ต้อง “ต่อยอด” เยาวชนที่มีต้นทุนความดีให้ได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพ สร้างพื้นที่ให้ได้คิด ได้ลงมือทำ และได้แสดงพลังของตนเอง เพื่อเติบโตเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถส่งต่อความดีไปยังคนรอบข้าง โครงการค่ายเยาวชน “คนดีศรีจังหวัด : เมล็ดพันธุ์แห่งความดี” จึงได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าค่ายอบรม แต่เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” สำหรับเยาวชนต้นแบบที่เคยได้รับรางวัล “คนดีศรีจังหวัด” และ “คนดีศรีกรุงเทพมหานคร” จากพื้นที่ภาคกลาง 25 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้ร่วมกัน และพัฒนาศักยภาพด้านความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม การคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

    โครงการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมุ่งเชื่อมโยง “คุณธรรมกับชีวิตจริง” ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ การลงมือปฏิบัติ และการเรียนรู้จากพื้นที่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อให้เยาวชนเข้าใจว่าคุณธรรมมิใช่เรื่องไกลตัว แต่สามารถนำมาใช้ในการเรียน การทำงาน การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้ในทุกวัน กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การฝึกปฏิบัติจิตอาสาพระราชทาน “เราทำดี ด้วยหัวใจ” โดยวิทยากรจากโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน 904 เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะและการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม กิจกรรม “สานสัมพันธ์คนดีศรีจังหวัด” เพื่อเชื่อมโยงเยาวชนจากหลากหลายพื้นที่ให้เกิดเป็นเครือข่ายแห่งความดี ตลอดจนการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยจากสถานที่จริงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา    นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้จากอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สักการะหลวงพ่อมงคลบพิตร ณ วิหารพระมงคลบพิตร ศึกษาศิลปวัฒนธรรม ณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา รวมทั้งเรียนรู้มรดกภูมิปัญญาด้านมวยไทยและศิลปะการต่อสู้วัดพุทไธศวรรย์ เพื่อเชื่อมโยงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม เข้ากับการสร้างความภาคภูมิใจและความรับผิดชอบต่อสังคมของคนรุ่นใหม่


อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ “ถอดรหัสตัวตน ค้นพบตัวเอง : The Journey to Your Dream” เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้สำรวจศักยภาพ ความถนัด ความสนใจ และเป้าหมายในชีวิต เพื่อให้รู้จักและเข้าใจตนเอง สามารถนำจุดแข็งไปพัฒนาตนเองและสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น พร้อมฝึกปฏิบัติการจัดทำโครงการ “คนดีศรีจังหวัด : เราทำดี ด้วยหัวใจ” โดยวิทยากรจากมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา ให้เยาวชนร่วมกันคิดและพัฒนาโครงการที่สามารถนำกลับไปดำเนินการจริงในพื้นที่ของตนเอง



    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมธรรมะอารมณ์ดี “คุณธรรมกับคนรุ่นใหม่ Gen Z” โดยพระสุธีวชิรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อเปิดมุมมองการนำหลักธรรมและคุณธรรมมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทั้งด้านการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์ การใช้สื่อ และการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายของสังคม ช่วงสำคัญของค่ายคือการนำเสนอผลงานโครงการ “คนดีศรีจังหวัด” ของเยาวชนแต่ละทีม ซึ่งจะเปลี่ยนจากการเรียนรู้ในห้องอบรมไปสู่ “แนวคิดที่พร้อมลงมือทำ” โดยเยาวชนจะได้ฝึกคิด วิเคราะห์ วางแผน ทำงานเป็นทีม สื่อสาร และนำเสนอ พร้อมรับคำแนะนำจากวิทยากร เพื่อนำกลับไปปรับปรุงและต่อยอดเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ในสถานศึกษาและชุมชนของตนเอง

    อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของโครงการมิใช่เพียงการสร้าง “คนดี” เป็นรายบุคคล แต่คือการทำให้ความดี “เติบโตและขยายผล” เยาวชนหนึ่งคนสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อน เยาวชนหนึ่งกลุ่มสามารถสร้างกิจกรรมให้โรงเรียน และหลายเครือข่ายสามารถร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่ชุมชนและสังคมได้ กรมการศาสนาจึงมุ่งต่อยอดเยาวชนที่ผ่านโครงการให้เป็นเครือข่าย “เมล็ดพันธุ์แห่งความดี” เชื่อมโยงเยาวชนต้นแบบจากแต่ละจังหวัดให้สามารถแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และร่วมสร้างกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนนำแนวคิดและโครงการที่พัฒนาขึ้นจากค่ายกลับไปขยายผลในพื้นที่ เพื่อให้ความดีไม่สิ้นสุดลงพร้อมกับการปิดค่าย แต่สามารถ “งอกงาม แตกยอด และส่งต่อ” จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง จากโรงเรียนสู่ครอบครัว จากชุมชนหนึ่งสู่เครือข่ายที่กว้างขึ้น

    “เมล็ดพันธุ์แห่งความดีทุกเมล็ดมีคุณค่า หากได้รับโอกาส ได้รับการบ่มเพาะ และมีพื้นที่ให้เติบโต วันนี้เราไม่ได้เพียงสร้างเยาวชนคนดี แต่กำลังสร้างโอกาสให้คนดีได้เติบโตเป็นผู้นำ และสร้างพลังให้เยาวชนเหล่านี้กลับไปขยายความดีในพื้นที่ของตนเอง เพราะความดีที่ยั่งยืน คือความดีที่สามารถส่งต่อและสร้างคนดีรุ่นต่อไปได้” อธิบดีกรมการศาสนา กล่าว







    กรมการศาสนามุ่งหวังให้โครงการ “คนดีศรีจังหวัด : เมล็ดพันธุ์แห่งความดี” เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายเยาวชนคุณธรรมที่เข้มแข็งทั่วประเทศ เปิดพื้นที่และขยายโอกาสให้เยาวชนได้ใช้ศักยภาพของตนเองในการสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม พร้อมเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพที่มีทั้ง คุณธรรม ทักษะชีวิต จิตสาธารณะ และความรับผิดชอบต่อสังคม ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “สังคมแห่งความดี” อย่างมั่นคงและยั่งยืน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพชุดเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 3,000 ชุด เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่...