วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569

กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทยหนุนคุ้มครองงานดีไซน์ ต่อยอดผ้าไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

 กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทยหนุนคุ้มครองงานดีไซน์ ต่อยอดผ้าไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์



​กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริมการคุ้มครอง “ผ้าไทย” ในมิติทรัพย์สินทางปัญญา ควบคู่กับการผลักดันการใช้ประโยชน์เชิงสร้างสรรค์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับยุคสมัย ปลุกกระแสความภาคภูมิใจในการสวมใส่ผ้าไทย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่วัฒนธรรมไทยได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ถือเป็นโอกาสในการนำเสนอเอกลักษณ์ไทยสู่สายตานานาชาติ

 


​นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสการแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากโครงการและการรณรงค์ต่างๆ อาทิ โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา การรณรงค์ “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” และเทรนด์การแต่งกายร่วมสมัย “ห่มสไบใส่ยีนส์” เป็นต้น สะท้อนความตื่นตัวของผู้คนในสังคมที่หันมาให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การสวมใส่ผ้าไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในพิธีการหรือโอกาสพิเศษ แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างหลากหลาย กลายเป็นไอเท็มที่มีความสนุก สดใส และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น กระแสดังกล่าวได้สร้างแรงกระเพื่อมไปยังอุตสาหกรรมแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทย ผลักดันให้ช่างฝีมือ นักออกแบบ และผู้ผลิตผ้าไทยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบลวดลายใหม่ๆ เพื่อให้เกิดผลงานสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์

 



​กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งส่งเสริมให้การแต่งกายด้วยผ้าไทยเป็นมากกว่ากระแสในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่เป็นการสร้างความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยผ้าไทยถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญา รากเหง้า วิถีชีวิต และความหลากหลายของชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและนักออกแบบไทย และการผลักดันให้ผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้เข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา จะเป็นการสร้างหลักประกันทางกฎหมายและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันในระยะยาว โดยจะช่วยปกป้อง “องค์ความรู้และภูมิปัญญาการผลิตแบบดั้งเดิม” ผ่านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งปัจจุบันกรมฯ ได้ขึ้นทะเบียน GI ผ้าไทยแล้ว 19 รายการ อาทิ ผ้าตีนจกแม่แจ่ม (เชียงใหม่) ผ้าฝ้ายทอผสมขนแกะบ้านห้วยห้อม (แม่ฮ่องสอน) ผ้าไหมยกดอกลำพูนผ้าครามธรรมชาติสกลนคร ผ้าไหมปักธงชัย (นครราชสีมา) ผ้าไหมมัดหมี่ซิ่นตีนแดงบุรีรัมย์ ผ้าหมักโคลนหนองสูง (มุกดาหาร) ผ้าทอนาหมื่นศรี (ตรัง) เป็นต้น รวมทั้งปกป้อง “ผลงานสร้างสรรค์ใหม่” ผ่านการคุ้มครองลิขสิทธิ์และจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

 




​นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังเดินหน้าประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากลไกการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพและส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการถ่ายทอดความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ชุมชนผู้ผลิต อาทิ การสร้างแบรนด์ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ และการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ เป็นต้น การต่อยอดงานออกแบบร่วมสมัยที่ยังคงอัตลักษณ์ไทยและสามารถพัฒนาเป็นสินค้าในตลาดได้จริง ตลอดจนการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ขยายโอกาสทางการตลาด และเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าและวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน

 







​โดยเมื่อเร็วๆ นี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีการหารือร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ถึงแนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลระดับชาติ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทยและชุดไทยในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการออกแบบลวดลาย การพัฒนาเทคนิคการทอ และข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการอ้างอิง และสนับสนุนผู้ประกอบการ นักออกแบบ และชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับคุณค่าและความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างเป็นระบบ โดยการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการผลักดันชุดไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย โดยกระทรวงวัฒนธรรม อยู่ระหว่างการเสนอขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ต่อ UNESCO โดยมุ่งเน้นการนำเสนอคุณค่าเชิงองค์ความรู้ งานช่างฝีมือ และวิถีการแต่งกายที่สะท้อนอัตลักษณ์ของไทยไว้อย่างรอบด้าน

 

 

---------------------

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569

“ธนบุรีพานิช” เดินเกม CRM พรีเมียม จัด “Refined Movement”เชื่อมโลกยนตรกรรม Mercedes-AMG สู่ไลฟ์สไตล์ สร้าง Brand Engagement ลูกค้าระยะยาว

 “ธนบุรีพานิช” เดินเกม CRM พรีเมียม จัด “Refined Movement”เชื่อมโลกยนตรกรรม Mercedes-AMG สู่ไลฟ์สไตล์ สร้าง Brand Engagement ลูกค้าระยะยาว

บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด ผู้นำธุรกิจยานยนต์ไทย ผู้บุกเบิกการประกอบและผู้แทนจำหน่าย Mercedes-Benz มากว่า 85 ปี พร้อม 4 สาขาทั่วกรุงเทพมหานคร เดินหน้ากลธนบุรีพานิช” พลิกเกม CRM ลักชัวรี


จาก ‘เจ้าของรถ’ สู่ ‘เจ้าของไลฟ์สไตล์’ ผ่าน “Refined Movement”**

ในยุคที่ตลาดรถยนต์ลักชัวรีไม่ได้แข่งขันกันที่ “ผลิตภัณฑ์” เพียงอย่างเดียว แต่ขยับสู่การแข่งขันด้าน “ประสบการณ์” และ “ความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า” บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด กำลังสะท้อนบทบาทใหม่ของดีลเลอร์ Mercedes-Benz 

ในฐานะ Luxury Experience Curator ผ่านการเดินเกม CRM เชิงกลยุทธ์ที่ลึกกว่าการขาย ล่าสุด ธนบุรีพานิชจัดกิจกรรม “Refined Movement” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์สำหรับลูกค้า แต่คือ “โมเดลการสร้าง Brand Preference ระยะยาว” ผ่านการผสานโลกของ Mercedes-AMG เข้ากับไลฟ์สไตล์สุขภาพและ Well-being สะท้อนการตีความใหม่ของคำว่า “Performance” ที่ไม่ใช่แค่สมรรถนะของรถ แต่รวมถึง “สมรรถนะของชีวิต”

จาก Product Experience → Lifestyle Integration

Refined Movement” ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Holistic Luxury Experience โดยร่วมมือกับ Curve BKK และ Stanley เพื่อสร้าง Ecosystem ของไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงกับตัวตนของลูกค้าระดับบน (High-Value Customers) ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่สะท้อนการใช้ชีวิตยุคใหม่ของกลุ่มลูกค้า ตั้งแต่คลาสโยคะ ฟิตเนส เวิร์กช็อป “Matcha 101” ไปจนถึงอาหารสุขภาพทั้งหมดถูกออกแบบให้“แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตจริง” ของลูกค้าไม่ใช่เพียงอยู่ในโชว์รูมหรือโฆษณา

Mercedes-AMG: เมื่อ Performance กลายเป็น Lifestyle Language

อีกหนึ่งแกนสำคัญของงานคือการนำเสนอ Mercedes-AMG ผ่านการจัดแสดงไลน์อัพสมรรถนะสูง ได้แก่ AMG G63 4x4, AMG CLE53, AMG GLE53 และ AMG SL43 แต่สิ่งที่แตกต่างไม่ใช่ “การโชว์รถ” แต่คือการวาง AMG ให้เป็น “ภาษาของไลฟ์สไตล์” ที่สอดคล้องกับ mindset ของลูกค้ารุ่นใหม่ ซึ่งมองความลักชัวรีผ่านประสบการณ์ การดูแลตัวเอง และ identity มากกว่าสถานะเพียงอย่างเดียว


CRM ใหม่ของตลาดลักชัวรี: จาก Transaction → Lifetime Relationship

นายปภณ วิริยะพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ลูกค้าไม่ได้เลือกแบรนด์จากตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เลือกจากความรู้สึกและประสบการณ์ที่แบรนด์สร้างให้กลยุทธ์ CRM ของเราจึงไม่ได้มุ่งแค่การขาย แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว โดยทำให้แบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกค้าในทุกมิติ” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของ CRM ในตลาดลักชัวรี

จากระบบบริหารลูกค้า (Customer Management) สู่การเป็น Customer Relationship Ecosystem ที่เน้น 

ความต่อเนื่องของประสบการณ์” มากกว่าการสื่อสารเป็นครั้งคราวยุทธ์การตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing) ร่วมกับ Curve BKK สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ และ Stanley (สแตนลีย์) แบรนด์กระติกน้ำไลฟ์สไตล์ระดับโลก 

จัดกิจกรรม CRM สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Refined Movement” มุ่งสร้างความผูกพันกับกลุ่มลูกค้าระดับบน (High-Value Customers) โดยผสาน “ยนตรกรรมสมรรถนะสูง” เข้ากับ “ไลฟ์สไตล์พรีเมียม” เพื่อยกระดับ Brand Engagement และ Customer Loyalty ในระยะยาว

กิจกรรมดังกล่าวถูกออกแบบให้สะท้อน DNA ของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงสมรรถนะของรถยนต์ แต่ขยายสู่ “คุณภาพชีวิต” ของผู้ครอบครอง โดยภายในงาน ธนบุรีพานิชได้คัดสรรกิจกรรมไลฟ์สไตล์สุขภาพ อาทิ คลาสโยคะและการออกกำลังกาย ร่วมกับเวิร์กช็อป “Matcha 101” ตลอดจนการนำเสนออาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์แบบ Holistic Lifestyle ให้กับลูกค้า

ในมิติของผลิตภัณฑ์ (Product Experience) ภายในงานยังมีการจัดแสดงยนตรกรรมจากตระกูล Mercedes-AMG ได้แก่ AMG G63 4x4, AMG CLE53, AMG GLE53 และ AMG SL43 ซึ่งถือเป็นไลน์อัพสมรรถนะสูงที่สะท้อนภาพลักษณ์ Performance Luxury ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับยนตรกรรมระดับไอคอน พร้อมตอกย้ำ Positioning ของ Mercedes-AMG ในตลาดรถหรูสมรรถนะสูง

นายปภณ วิริยะพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด กล่าวว่า “กลยุทธ์ CRM ของธนบุรีพานิช มุ่งสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ผ่านประสบการณ์ที่มากกว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์ 

‘Refined Movement’ คือการต่อยอดจาก Product Experience ไปสู่ Lifestyle Experience เพื่อให้ลูกค้าเกิดความผูกพันกับแบรนด์ในทุกมิติ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของตลาดรถลักชัวรีในปัจจุบัน”

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของธนบุรีพานิชในฐานะผู้นำดีลเลอร์ Mercedes-Benz ที่ให้ความสำคัญกับ “Customer-Centric Strategy” โดยปัจจุบันบริษัทมีโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร 4 แห่ง ได้แก่ ลุมพินี งามวงศ์วาน ราชดำเนิน และบางพลัด พร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาฐานลูกค้าในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม


ซินโครตรอน-มทร.อีสาน พร้อมเป็นเจ้าภาพงานใหญ่ Siam Physics Congress 2026 รวมนักฟิสิกส์นานาชาติ ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคใหม่

 ซินโครตรอน-มทร.อีสาน พร้อมเป็นเจ้าภาพงานใหญ่ Siam Physics Congress 2026 รวมนักฟิสิกส์นานาชาติ ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคใหม่  


ประชุมวิชาการระดับนานาชาติทางด้านฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Siam Physics Congress 2026 (SPC2026) กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 20-22 พฤษภาคม 2569 ณ ริมชายหาดหัวหิน โดยสมาคมฟิสิกส์ไทย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เพื่อผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยีอนาคต และเป็นเวทีสร้างเครือข่ายให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาความท้าทายของโลกในปัจจุบันและอนาคต

นครราชสีมา – สมาคมฟิสิกส์ไทย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการฟิสิกส์ระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 21 หรือ Siam Physics Congress 2026 (SPC2026) ระหว่างวันที่ 20 - 22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี ภายใต้แนวคิด “ผสานพลังฟิสิกส์ สร้างสรรค์นวัตกรรม สู่ความยั่งยืน” (Empowering Physics for Creativity and Sustainability) เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของฟิสิกส์ในการตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคใหม่  

ดร.พินิจ กิจขุนทด ประธานคณะกรรมการจัดงาน (Organizing Committee) และหัวหน้าฝ่ายวิจัยและประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอน สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “งาน SPC2026 ในปีนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวมตัวเหล่านักฟิสิกส์ นักวิจัย คณาจารย์ และนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางฟิสิกส์ในหลากหลายสาขา อาทิ ฟิสิกส์พลังงานสูงและเครื่องเร่งอนุภาค เทคโนโลยีควอนตัม ดาราศาสตร์ ไปจนถึงฟิสิกส์วัสดุ พลังงานสะอาด และอื่นๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม New S-Curve ของประเทศไทย”  


ไฮไลท์ของงานประชุม SPC2026 มีการบรรยายพิเศษจากวิทยากรชั้นนำโดยนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่จะมาอัปเดตเทคโนโลยีด้านฟิสิกส์ล่าสุด อาทิ การบรรยายพิเศษโดย Prof. Dr. Yeukuang Hwu จาก Shanghai Advanced Research Institute, Chinese Academy of Science ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีการสร้างภาพแผนที่การสื่อสารของสมองภายใต้โครงการ SYNAPSE ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิกในการสร้างแผนที่สมองสามมิติเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจโรคทางสมองในอนาคต

“อีกทั้งยังมีการบรรยายเกี่ยวกับการขับเคลื่อนศักยภาพของเทคโนโลยีไทยและคนไทยด้วยดาราศาสตร์ การบรรยายเรื่องเทคโนโลยีกราฟีนเพื่อพัฒนาเซนเซอร์และการกักเก็บพลังงานยุคใหม่ และการบรรยายเกี่ยวกับวัสดุพลังงานสมัยใหม่ที่ช่วยให้ประเทศไทยมีความยั่งยืนด้านพลังงานในอนาคต นอกจากนี้การประชุม SPC2026 ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้นำเสนอผลงานสู่สายตาสากลทั้งในรูปแบบบรรยายและโปสเตอร์ รวมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริง” 




"งาน SPC2026 ไม่เพียงแต่เป็นเวทีวิชาการ แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ให้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยแก้ปัญหาความท้าทายของโลกในปัจจุบันและอนาคต" ดร.พินิจ กิจขุนทด ประธานคณะกรรมการจัดงาน SPC2026 กล่าวปิดท้าย

 


สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://spc2026.thaiphysoc.org/ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/SiamPhysicsCongress2026


กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้าทดสอบมาตรฐานฯ ยกระดับเชฟไทยสู่เวทีโลก ณ ไทเป

 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้าทดสอบมาตรฐานฯ ยกระดับเชฟไทยสู่เวทีโลก ณ ไทเป


เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ และการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 ให้แก่แรงงานในต่างแดน โดยมีนายณรงค์ บุญเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย และนายทศพล สุมานนท์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) ไทเป ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนสอนทำอาหาร Yamicook กรุงไทเป ไต้หวัน


นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานแรงงาน ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) ไทเป ได้ร่วมกันยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะสาขาผู้ประกอบอาหารไทย ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยได้อย่างโดดเด่น ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้บริโภคในคุณภาพอาหารไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์อาหารไทยในเวทีนานาชาติ โดยในครั้งนี้นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มอบหมายให้ตน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ และการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 ให้แก่แรงงานในต่างแดน มีผู้เข้ารับการทดสอบ จำนวน 31 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นแรงงานไทย และผู้สนใจในวิชาชีพด้านการประกอบอาหารไทยในไต้หวัน โดยการทดสอบครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ภายใต้หลักเกณฑ์และมาตรฐานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างเคร่งครัด






ทั้งนี้ ผลการทดสอบจะเป็นเครื่องยืนยันศักยภาพของผู้ประกอบอาหารไทย และช่วยเปิดโอกาสในการพัฒนาต่อยอดทางอาชีพในต่างประเทศ รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทยในตลาดแรงงานโลกอย่างยั่งยืน แรงงานไทยและผู้สนใจในวิชาชีพด้านการประกอบอาหารไทยในไต้หวัน ที่ต้องการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กลุ่มงานส่งเสริมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน กองพัฒนามาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน โทร 02 2454837 หรือเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/1CUpC5qdsU/?mibextid=wwXIfr  รองอธิบดีภัทรวุธ กล่าวทิ้งท้าย

ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา บรรยากาศคึกคัก "คนกีฬา" ร่วมเสวนา "การพัฒนาระบบกีฬาของชาติอย่างยั่งยืน" ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ยืนหนึ่งนั่งประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาอีกวาระ "คนกีฬาและสื่อมวลชนกีฬาร่วมแสดงความยินดี"

 ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา บรรยากาศคึกคัก "คนกีฬา" ร่วมเสวนา "การพัฒนาระบบกีฬาของชาติอย่างยั่งยืน" ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ยืนหนึ่งนั่งประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาอีกวาระ "คนกีฬาและสื่อมวลชนกีฬาร่วมแสดงความยินดี"

     วันที่ 9 เม.ย.69 ที่ ห้องอาร์มทอง สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีวาระสำคัญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ หลังการทำหน้าที่ของ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ และกรรมการบริหารชุดเดิมครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี

     โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา จัดเสวนาในหัวข้อ "การพัฒนาระบบกีฬาของชาติอย่างยั่งยืน : บทบาทรัฐ องค์กรกีฬา ภาคเอกชน และสื่อมวลชน"  โดยมีบุคคลากรกีฬาที่เปี่ยมคุณวุฒิและองค์ความรู้เข้าร่วมสัมนา ประกอบไปด้วย ดร.จำลอง อนันตสุข รองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ( ผู้แทนภาครัฐ ) ดร.เลอภพ โสรัตน์ ( ผู้แทนองค์กรสื่อมวลชน ) ร้อยโท ดร.ธนพจน เอกโยคยะ ( ผู้แทนฝ่าย กฏหมาย ) พันจ่าอากาศเอก นัฐพงค์ เกศาพันธ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ( ผู้แทนองค์กรกีฬา ) โดยใช้เวลาเสวนานำเสนอมุมมองด้านต่างๆอย่างครบถ้วน ก่อนที่ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา มอบของที่ระลึกให้กับองค์ปาฐกถาทุกท่าน

     หลังจบการเสวนาเข้าสู่บรรยากาศการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา โดยมีวาระสำคัญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบไปด้วย 

1.พลเอกชัยวิน ผูกพันธ์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

2.ดร.สุนทร ผจญ รองประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

3.นายวรวุฒิ พงษ์ธีระพล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง

4.นายวันกล้า ขวัญแก้ว นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาออนไลน์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง

5.ดร.สโรชินี สุขตระกูล เลขาธิการสมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก เลขานุการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง

   


  จากนั้นคณะกรรมการเลือกตั้งนับองค์ประชุมก่อนเข้าสู่วาระการเลือกตั้ง ซึ่งที่ประชุมเสนอชื่อประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาชื่อเดียว คือ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ โดยมีสมาชิกยกมือรับรองเอกฉันท์ และคณะกรรมการเลือกตั้งทั้ง 5 ท่านให้การรับรอง ทำให้ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนนาการกีฬาเป็นสมัยที่ 2 โดยมีหมุดหมายสำคัญในการประสานกับภาคเอกชนในการจัดหางานรองรับให้นักกีฬาทีมชาติไทย เพื่อเป็นสวัสดิการที่มั่นคงให้นักกีฬาทีมชาติและนักกีฬาคนพิการทีมชาติ และยังต้องประสานความร่วมมือกับองค์กรกีฬาเพื่อช่วยเติมเต็มให้กับวงการกีฬาไทย สมกับสโลแกนของมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาว่า "อยู่เคียงข้างนักกีฬาไทย ทั้งในสนามและนอกสนาม" จากนั้น ดร.จำลอง อนันตสุข รองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา และพลเอกชัยวิน ผูกพันธ์ ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี กับ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ซึ่งได้กล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึกให้กับแขกผู้มีเกียรติตลอดจนคณะกรรมการเลือกตั้งทั้ง 5 ท่าน 



     หลังผลการเลือกตั้ง ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นั่งเก้าอี้ประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา เป็นวาระที่ 2 ก็จะต้องดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในตำแหน่งต่างๆ ก่อนเดินหน้าทำงานในนาม"มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา" ต่อทันที

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ









วานนี้ (วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย  และคณะ เข้าพบคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สักการะหลวงปู่ไต้ฮง ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย พร้อมเยี่ยมชมภารกิจมูลนิธิฯ หอประวัติมูลนิธิฯ และภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัย และอุปกรณ์ด้านกู้ชีพ กู้ภัย ฯลฯ โดยมี คณะผู้บริหาร และพนักงานมูลนิธิฯ ร่วมให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ







ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung  

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทยหนุนคุ้มครองงานดีไซน์ ต่อยอดผ้าไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

  กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทยหนุนคุ้มครองงานดีไซน์ ต่อยอดผ้าไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ​กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพ...