วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กรมพัฒน์ เปิดเทรนหุ่นยนต์ลำเลียง เติมทักษะอนาคตมุ่งอุตสาหกรรม 4.0

 กรมพัฒน์ เปิดเทรนหุ่นยนต์ลำเลียง เติมทักษะอนาคตมุ่งอุตสาหกรรม 4.0

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันหุ่นยนต์ลำเลียงเข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิต คลังสินค้าและโลจิสติกส์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงโรงพยาบาลและสถานพยาบาลมากขึ้น เพื่อช่วยขนย้าย วัตถุดิบ ชิ้นงาน หรือสินค้าสำเร็จรูปภายในโรงงานและคลังสินค้า มีส่วนในการลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มความปลอดภัย และยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจากความสำคัญดังกล่าวจำเป็นต้องมีกำลังแรงงานหรือพนักงานในสถานประกอบกิจการที่มีทักษะฝีมือในการขับเคลื่อนหุ่นยนต์ลำเลียงให้มีประสิทธิภาพ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานจึงได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA) จ.ชลบุรี ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนากำลังคนในสาขานี้ ดำเนินการตามนโยบายนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการพัฒนาทักษะอนาคตส่งเสริมการ Upskill และ Reskill เพื่อเสริมทักษะคนให้ตรงตลาดแรงงาน 


นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งสถาบัน MARA มีการจัดฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือ สาขา การสร้างหุ่นยนต์ลำเลียง (Robot Transportation) ระยะเวลาการฝึกอบรม 30 ชม. อบรมระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2569 การฝึกอบรมเน้นภาคทฤษฎีและปฏิบัติในหัวข้อเกี่ยวกับการออกแบบระบบในการควบคุมและความปลอดภัย โปรแกรมสั่งงาน การประกอบส่วนงานไฟฟ้าและโครงสร้าง การทดสอบแก้ไขปัญหาหน้างาน เป็นต้น โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมจะมีความเชี่ยวชาญมีทักษะการออกแบบและประยุกต์ใช้งานควบคุมหุ่นยนต์ลำเลียงในอุตสาหกรรมได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ทั้งนี้เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรทักษะอนาคตทีกรมฯ ได้จัดเตรียมให้กำลังแรงงานมีความพร้อมสู่เทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาที่สมัครหรือทำงานที่เกี่ยวข้อง รับจำนวนจำกัดเพียง 15 คนเท่านั้น สมัคร https://forms.gle/grGzJjQiBLzsmTwF6 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA)Tel : 038-276-823 เพจ MARA : Manufacturing Automation and Robotics Academy และเพจ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน


กรมการค้าภายใน เปิดจุดจำหน่ายมะม่วง ช่วยเกษตรกรระบายผลผลิตช่วงโค้งสุดท้าย เชื่อมโยงผลผลิตแล้วกว่า 1,000 ตัน เดินหน้าบริหารผลไม้ต่อเนื่องตลอดฤดูกาล

 กรมการค้าภายใน เปิดจุดจำหน่ายมะม่วง ช่วยเกษตรกรระบายผลผลิตช่วงโค้งสุดท้าย เชื่อมโยงผลผลิตแล้วกว่า 1,000 ตัน เดินหน้าบริหารผลไม้ต่อเนื่องตลอดฤดูกาล

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในเดินหน้าเชื่อมโยงช่องทางการตลาดและเปิดพื้นที่จำหน่ายมะม่วงให้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยระบายผลผลิตในช่วงปลายฤดูกาล โดยปัจจุบันยังมีมะม่วงพันธุ์เขียวมรกตและโชคอนันต์จากพื้นที่ภาคเหนือทยอยออกสู่ตลาด รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วง เช่น มะม่วงกวน มะม่วงหนึบ และมะม่วงแผ่น ซึ่งเกษตรกรได้แปรรูปไว้ในช่วงผลผลิตออกมากเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและนำมาจำหน่ายนอกฤดู

ล่าสุด กรมฯ ได้เปิดจุดจำหน่ายมะม่วงรวม 10 จุด ในพื้นที่สำคัญ อาทิ ตลาดนัดกรมศุลกากร กองทัพบก และห้างเจเจมอลล์ ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพและมีประชาชนสัญจรจำนวนมาก ช่วยเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าและดูดซับผลผลิตจากเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตลอดการดำเนินโครงการสามารถ เชื่อมโยงและกระจายผลผลิตมะม่วงออกสู่ตลาดได้แล้วมากกว่า 1,000 ตัน ช่วยบรรเทาปัญหาผลผลิตกระจุกตัวและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในช่วงปลายฤดูกาล

นายจิรวุฒิ กล่าวว่า การเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรมาจำหน่ายดังกล่าว เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต ปี 2569 ที่มีวัตถุประสงค์ให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงได้เรียนรู้การขาย การคำนวณต้นทุน การทำตลาด และเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดการผลิตและการตลาดในอนาคต สอดรับกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทย


นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการตลาดมะม่วงเชิงรุกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาล โดยเริ่มเตรียมการตั้งแต่ก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด ผ่านการจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ผู้รวบรวม ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง โรงงานแปรรูป และองค์การคลังสินค้า ให้เข้าซื้อขายล่วงหน้าผ่านตลาดข้อตกลงของกรมฯ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านตลาดให้แก่เกษตรกร

สำหรับในช่วงเดือนเมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่มะม่วงน้ำดอกไม้จากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ออกสู่ตลาดพร้อมกันในปริมาณมาก ส่งผลให้ราคาอ่อนตัวลง กรมฯ ได้เร่งประสานห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ผู้ส่งออก โรงงานแปรรูป และผู้ประกอบการรายใหญ่ เข้ารับซื้อผลผลิตเพิ่มเติมทันที พร้อมทั้งประสานผู้รวบรวมในพื้นที่เข้ารับซื้อในราคานำตลาด เพื่อพยุงราคา รักษาเสถียรภาพตลาด ดูดซับอุปทานส่วนเกิน และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร


ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ว่าปี 2569 จะมีผลผลิตมะม่วงประมาณ 1.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2 โดยมีสัดส่วนการส่งออกประมาณร้อยละ 15 และอีกร้อยละ 85 จำหน่ายเพื่อการบริโภคภายในประเทศทั้งในรูปผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่พื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสิ้นสุดฤดูกาลที่ภาคเหนือตอนบน โดยช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดคือปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม คิดเป็นประมาณร้อยละ 70 ของผลผลิตทั้งประเทศ

นายจิรวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการค้าภายในจะเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลไม้ภาคใต้และภาคเหนือที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดในระยะต่อไป เพื่อผลักดันให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมตามคุณภาพ พร้อมขอความร่วมมือให้เกษตรกรรักษามาตรฐานคุณภาพผลผลิต และขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลไม้ไทยคุณภาพจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อร่วมกันสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรไทย และผลักดันให้ปี 2569 เป็นอีกปีแห่งความสำเร็จของผลไม้ไทย

กรมการศาสนา (ศน.) ระดมเครือข่ายภาคเหนือ 17 จังหวัด​ ถอดบทเรียน–วางทิศทางแผนคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3

 กรมการศาสนา (ศน.) ระดมเครือข่ายภาคเหนือ 17 จังหวัด​ ถอดบทเรียน–วางทิศทางแผนคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3






เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมทรีธารา จังหวัดลำปาง นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ภาคเหนือ) พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาสังคมไทยสู่สังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน” โดยเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนคุณธรรมให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในทุกระดับของสังคม



ในการนี้ นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับ โดยมีคณะสงฆ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายทางศาสนา และภาคีเครือข่ายด้านการส่งเสริมคุณธรรมจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 25 กรกฎาคม 2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 พร้อมรวบรวมข้อเสนอแนะสำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2571 – 2575) โดยมีการอภิปรายในหัวข้อ “แนวทางการส่งเสริมคุณธรรม 5 ประการ ภายใต้มิติหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามเชิงพื้นที่” จากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ได้แก่ พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ นายประเสริฐ เล็กสรรเสริญ นายธาดา เศวตศิลา นางพิมพ์กาญจน์ ชัยจิตร์สกุล นายกิตติพันธ์ ใจดี ซึ่งได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการยกระดับการส่งเสริมคุณธรรมให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่








อีกทั้ง การประชุมกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 ในระดับจังหวัด ทั้งด้านผลสำเร็จ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ อุปสรรค ความท้าทาย ตลอดจนข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 โดยมีผู้แทนกรมการศาสนา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเป็นวิทยากรและดำเนินการ พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานของชุมชนคุณธรรมในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาชุมชนคุณธรรมให้มีความเข้มแข็ง









การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับเคลื่อนบุคคล ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม จากพื้นที่ต้นแบบในภาคเหนือ อาทิ คนดีศรีจังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนคุณธรรมบ้านทุ่งศรี จังหวัดแพร่ เรือนจำกลางเชียงราย อำเภอเมืองนครสวรรค์ และจังหวัดพะเยา พร้อมนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยของทุกกลุ่มจังหวัด เพื่อร่วมวิเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายและกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมคุณธรรมในระยะต่อไป







อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า จากผลการประชุมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดร้อยเอ็ด และภาคกลาง จังหวัดชลบุรี ที่ผ่านมา รวมถึงผลการประชุมในครั้งนี้ ได้เห็นถึงความคืบหน้าของการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 โดยปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ ได้แก่ การมีผู้นำที่เข้มแข็ง การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของเครือข่ายเครือข่ายสถานศึกษาทุกระดับในพื้นที่ อีกทั้งยังพบความท้าทายที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อน อาทิ การรับมือกับข่าวปลอม (Fake News) การสร้างภูมิคุ้มกันทางคุณธรรมให้กับเด็กและเยาวชนในยุคดิจิทัล การพัฒนาสื่อสร้างสรรค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง การปรับปรุงระบบงบประมาณ และการบูรณาการแผนงานให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งสู่การสร้างสังคมไทยที่ประชาชนมีคุณธรรมเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต มีความสงบสุข และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี พ.ศ. 2570







อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม กำหนดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ภาคใต้) ระหว่างวันที่ 7 – 8 สิงหาคม 2569 เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นให้ครบทุกภูมิภาค สู่การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 ที่ตอบสนองต่อบริบทของประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “สังคมคุณธรรม” อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ///

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ศน. เปิดงาน “มหกรรมฯ ชุมชนคุณธรรมพลังบวร” ภาคเหนือ​ ชวนเที่ยว ชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์ของดีชุมชน พร้อมกิจกรรมทางวัฒนธรรมตลอด ๓ วัน

 ศน. เปิดงาน “มหกรรมฯ ชุมชนคุณธรรมพลังบวร” ภาคเหนือ​ ชวนเที่ยว ชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์ของดีชุมชน พร้อมกิจกรรมทางวัฒนธรรมตลอด ๓ วัน





เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ ลานรถม้า ชั้น ๑ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลำปาง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวรภาคเหนือ” ประจำปี ๒๕๖๙ พร้อมด้วยนายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง วัฒนธรรมจังหวัด ผู้นำศาสนา คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ผู้แทนหน่วยงาน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง



นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวรภาคเหนือ” ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙ โดยความร่วมมือระหว่าง กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดลำปาง และเครือข่ายชุมชนคุณธรรมภาคเหนือ เพื่อส่งเสริมการนำทุนทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดเป็นพลังสร้างสรรค์ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนคุณธรรมตามแนวทาง “บวร” (บ้าน วัด/ศาสนสถาน และราชการ)







ภายในพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นรับชมวิดีทัศน์ “สีสันแห่งศรัทธา ชุมชนคุณธรรมพลังบวรภาคเหนือ” พร้อมการแสดงชุดพิเศษ “ศรัทธาแห่งแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมเหนือ” ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ 

อีกทั้ง การมอบนโยบายการขับเคลื่อนพลังสร้างสรรค์สู่เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง การแสดงพิธีเปิดสุดตระการตา การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทยพระราชนิยมและผ้าอัตลักษณ์จังหวัดลำปาง พร้อมกิจกรรมเยี่ยมชมนิทรรศการ บูธเครือข่ายทางศาสนา บูธชุมชนคุณธรรมจากทั้ง ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ การสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และกิจกรรม Workshop ของดีเมืองลำปาง ภายในงานประชาชนและนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับสีสันของชุมชนคุณธรรมภาคเหนือผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณธรรม การสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม การจัดนิทรรศการ การเสวนาและการอภิปรายในประเด็นการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมพลังบวร การสร้างเศรษฐกิจชุมชน และบทบาทของศาสนาในการพัฒนาสังคม โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้


พร้อมกันนี้ ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเครือข่ายชุมชนคุณธรรมและเยาวชนจากจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือ อาทิ จังหวัดลำปาง สุโขทัย แพร่ เชียงใหม่ และพะเยา ถ่ายทอดอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามผ่านการฟ้อนรำ ดนตรีพื้นบ้าน และการแสดงร่วมสมัย ตลอดทั้ง ๓ วันของการจัดงาน

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ห้ามพลาด คือกิจกรรม Workshop ของดีเมืองลำปาง ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ลงมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง พร้อมรับของที่ระลึกกลับบ้าน รวมถึงการสาธิตเมนูอาหารถิ่น การเลือกซื้อสินค้าทางวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณธรรม และสินค้า OTOP จากทั้ง ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ และกิจกรรมสร้างสีสันจากศิลปินดังภาคเหนือ ได้แก่ มินิคอนเสิร์ตจาก “ตู่ ดารณี” และ มินิคอนเสิร์ตจาก “อ้อม รัตนัง” 





อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า โอกาสนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และจังหวัดลำปาง ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจ ร่วมเที่ยวชมงาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวรภาคเหนือ ประจำปี ๒๕๖๙” ระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ ลานรถม้า ชั้น ๑ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลำปาง จังหวัดลำปาง ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวิถีชุมชนคุณธรรม ชิมอาหารพื้นถิ่น ช้อปผลิตภัณฑ์คุณภาพ ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม และร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งศรัทธาและความร่วมมือของเครือข่าย “บวร” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน ///

กรมพัฒน์ เปิดเทรนหุ่นยนต์ลำเลียง เติมทักษะอนาคตมุ่งอุตสาหกรรม 4.0

  กรมพัฒน์ เปิดเทรนหุ่นยนต์ลำเลียง เติมทักษะอนาคตมุ่งอุตสาหกรรม 4.0 นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันหุ่น...