วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

ฟาร์มเอ็กซ์โป จับมือ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขยายเวลาจัดงานพิเศษถึง 29ก.ย.นี้​ เดินหน้าเชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก

 ฟาร์มเอ็กซ์โป จับมือ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขยายเวลาจัดงานพิเศษถึง 29ก.ย.นี้​ เดินหน้าเชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก

ฟาร์มเอ็กซ์โป ผนึกกำลัง อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขยายเวลาจัดงานพิเศษรวม 6 วันเต็ม ถึง 29 กันยายนนี้ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยพบปะคู่ค้า ต่อยอดสินค้าเกษตรสู่ตลาดสากล ตอบโจทย์ผู้เข้าร่วมงานด้วยการเดินทางสะดวกสบายเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีชมพู

         นายนรบดี ผดุงเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ร่วมมือกับศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ขยายเวลาการจัดงาน  “Toyota Farm Expo 2026”เป็น 6วัน ตั้งแต่วันที่ 24-29กันยายนนี้ จากเดิมที่จัดวันที่24-27กันยายนเท่านั้น เนื่องจากมุ่งสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคการเกษตร พร้อมเชื่อมโยงผู้บริโภคให้ได้สัมผัสและเห็นคุณค่าของผลผลิต ความรู้ และความตั้งใจของเกษตรกรไทยอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับความพร้อมของพื้นที่ สวัสดิภาพ และความปลอดภัยของผู้มาเยือนตลอดการจัดงาน

      สำหรับงานปีนี้จัดขึ้นภายใต้ แนวคิด “From Transformation to Tomorrow” จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการผลิต สู่การแข่งขันด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม การเข้าถึงตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม วันนี้เกษตรกรและผู้ประกอบการจึงต้องก้าวไปไกลกว่าการเป็นผู้ผลิต สู่การเป็น ผู้สร้างธุรกิจและนวัตกรรม ที่สามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยภายในงานมีการจัดแสดงสินค้า บริการและนวัตกรรมด้านการเกษตรกว่า20โซนจากผู้แสดงสินค้ากว่า 500บูธ ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องจักร เทคโนโลยี งานวิจัย ผลผลิตทางการเกษตร อาหารแห่งอนาคต 

      นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า  ปีนี้ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านสถานที่จัดงานได้สนับสนุนการจัดงานต่อเนื่องเป็นพิเศษถึง 6 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีเวลาเข้าร่วมงานมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ตั้งใจนำผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมานำเสนอภายในงาน

     “การสนับสนุน Toyota Farm Expo 2026 สะท้อนความตั้งใจที่จะช่วยขยายพื้นที่และโอกาสให้เกษตรกรไทยสามารถนำเสนอศักยภาพของตนเองต่อผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรไทย”

     สำหรับผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินทางเข้าชมงาน Toyota Farm Expo 2026 ได้อย่างสะดวกและปลอดภัยด้วยบริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยลงสถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี (MT01) และใช้ทางเชื่อมเข้าสู่อาคารจัดแสดงงานได้ตามปกติ ท่ามกลางความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังสูงในหลายพื้นที่

------------

“รมว.จุลพันธ์” สั่งการด่วน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ระดมทีมช่าง เปิดศูนย์พักพิง–พร้อมลุยตรวจเช็กไฟ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เช็กสภาพรถยนต์ จักรยานยนต์ ฟรี บรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือน้ำท่วมทันที

 “รมว.จุลพันธ์” สั่งการด่วน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ระดมทีมช่าง เปิดศูนย์พักพิง–พร้อมลุยตรวจเช็กไฟ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เช็กสภาพรถยนต์ จักรยานยนต์ ฟรี บรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือน้ำท่วมทันที

วันที่ 26 กันยายน 2569 จากสถานการณ์อุทกภัย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ระดมทีมช่าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอุทกภัย พร้อมเปิดศูนย์พักพิง และลงพื้นที่ตรวจเช็ก และซ่อมแซมไฟฟ้าภายในอาคาร เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์อย่างเร่งด่วน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและผู้ใช้แรงงานในหลายพื้นที่ ตนมีความห่วงใยความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้สั่งการด่วนไปยังกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (สนพ.) ทุกจังหวัดที่ประสบภัย ให้ระดมสรรพกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร เครือข่ายกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าช่วยเหลือและฟื้นฟูพี่น้องประชาชนทันที 2 ด้านเร่งด่วน ได้แก่ 

1) การช่วยเหลือเร่งด่วนในพื้นที่น้ำท่วม (ทันที)

จัดตั้งจุดให้บริการและศูนย์ประสานงานช่วยเหลือประชาชน ณ สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานในแต่ละจังหวัดพื้นที่ประสบอุทกภัย เป็นจุดพักพิงชั่วคราว และจุดจอดรถยนต์–รถจักรยานยนต์ เพื่อหนีน้ำท่วมให้กับประชาชน พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่และยานพาหนะร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ช่วยขนย้ายสิ่งของ ผู้ประสบภัย กลุ่มเปราะบาง และร่วมแจกจ่ายถุงยังชีพ สิ่งของจำเป็น พร้อมช่วยตรวจเช็กสภาพรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ณ สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดที่ประสบอุทกภัย 

2) การฟื้นฟูและบรรเทาความเดือดร้อนหลังน้ำลด จัดตั้งศูนย์บริการ "ซ่อม สร้าง สุข" โดยทีมช่างอาสาพัฒนาฝีมือแรงงาน ประกอบด้วย ครูฝึกช่างฝีมือ และอาสาสมัครเครือข่ายกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจเช็กระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัยก่อนใช้งาน ป้องกันอุบัติเหตุไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าลัดวงจร บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ ที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย



นอกจากนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้เปิดจุดให้บริการตรวจเช็กสภาพและบำรุงรักษารถยนต์ รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำยานพาหนะกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยปัจจุบันได้เริ่มเปิดให้บริการนำร่องแล้วในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ผ่านสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานในแต่ละพื้นที่


“นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เกาะติดสถานการณ์และบูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและยานพาหนะของประชาชน ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยหรือสถานประกอบกิจการที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสถาบันหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานในพื้นที่ได้ หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 หรือเพจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน“ นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกระดับ เพิ่มกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ส่งกำลังกู้ชีพ กู้ภัย เร่งช่วยเหลือ - อพยพ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมกรุงเทพฯ พร้อมเน้นย้ำ ฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง!

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกระดับ เพิ่มกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ส่งกำลังกู้ชีพ กู้ภัย เร่งช่วยเหลือ  - อพยพ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมกรุงเทพฯ  พร้อมเน้นย้ำ ฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง!




ตามที่กรุงเทพมหานครได้ขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัย ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ขณะนี้ (วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ห่วงใยสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมทั่วทุกเขตกทม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง จึงได้มอบหมายให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ สั่งการให้นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ และนายยุทธนา ทาโคตร์ หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย เพิ่มกำลังทัพบรรเทาสาธารณภัย ทีมกู้ภัย กู้ชีพ น.เขต และอาสาสมัคร ชุดตอบโต้ภัยพิบัติ  พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ รถโฟวิล [4x4] รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ ลงพื้นที่เสริมทีมบรรเทาฯ และอาสาสมัครที่กำลังปฏิบัติภารกิจเร่งให้ความช่วยเหลือ อพยพประชาชน รวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในพื้นที่ประสบภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยมี อาสาสมัครศิลปิน อาทิ นายภรัณยู โรจนวุฒิธรรม (แทค-ภรัณยู) กำลังลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือในขณะนี้





* ทั้งนี้ หากผู้ประสบภัยต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ตลอด 24 ชั่วโมง  *** เพื่อความรวดเร็วในการประสานงาน เฉพาะพื้นที่ประสบภัย ขอให้ท่านเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนโทรแจ้งเหตุ  อาทิ - ชื่อ-สกุลผู้แจ้งเหตุ และเบอร์ติดต่อกลับที่สะดวก – พิกัด – จำนวนผู้ประสบภัย - รายละเอียดผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้พิการ (ถ้ามี) ***.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ทุกท่านทุกนาย


ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร  กิจกรรมภารกิจ ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 

.

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#น้ำท่วม #กรุงเทพ

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569

Thailand: The Land of Tropical Fruits เปิดวาร์ปตลาดผลไม้สดที่ใหญ่ที่สุดในไทย

 Thailand: The Land of Tropical Fruits เปิดวาร์ปตลาดผลไม้สดที่ใหญ่ที่สุดในไทย

ถ้าอยากรู้ว่าผลไม้ไทยเดินทางจากสวนไปถึงมือคนกินอย่างไร ลองเริ่มต้นจาก “ตลาด” เพราะที่นี่คือจุดที่ผลผลิตจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมารวมตัวกัน ทั้งทุเรียน มังคุด มะม่วง ลำไย มะพร้าว ส้มโอ สับปะรด และผลไม้ตามฤดูกาลอีกสารพัดชนิด

และถ้าพูดถึงแหล่งซื้อผลไม้สดในประเทศไทย มี 3 ตลาดที่สายช้อปควรรู้จัก นั่นคือ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และตลาด อ.ต.ก. แต่ละแห่งมีบรรยากาศและจุดเด่นต่างกัน ตั้งแต่ตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ที่มีผลผลิตหมุนเวียนจำนวนมาก ไปจนถึงตลาดที่เน้นสินค้าเกษตรคุณภาพและผลไม้พรีเมียม

เริ่มกันที่ “ตลาดไท” จังหวัดปทุมธานี ตลาดกลางสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ที่รวมสินค้าไว้หลากหลาย ตั้งแต่ผลไม้ ผัก เนื้อสัตว์ ปลา อาหารทะเล ข้าวสาร ไปจนถึงสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูป โดยกรมการค้าภายในระบุว่าตลาดไทมีผู้ประกอบการกว่า 3,500 ราย และมีสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาดประมาณ 12,000 ตันต่อวัน เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของระบบกระจายสินค้าเกษตรของประเทศ

สำหรับสายผลไม้ ที่นี่มีทั้งตลาดผลไม้รวม ตลาดผลไม้นานาชาติ ตลาดตามฤดูกาล รวมถึงโซนผลไม้เฉพาะอย่างทุเรียน มะพร้าว สับปะรด แตงโม และกล้วย เรียกว่าอยากดูว่าผลไม้ช่วงนี้อะไรออกเยอะ อะไรเป็นของเด่นประจำฤดูกาล สามารถมาเดินสำรวจได้ในที่เดียว

อีกหนึ่งพิกัดสำคัญคือ “ตลาดสี่มุมเมือง” จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางค้าส่งผัก ผลไม้ และของสด เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ภายในมีพื้นที่ตลาดประมาณ 350 ไร่ และมีสินค้าเข้าสู่ตลาดประมาณ 8,000 ตันต่อวัน โดยมีทั้งผัก ผลไม้ พืชไร่ ของสด และสินค้าอีกหลายประเภท

จุดที่น่าสนใจของตลาดสี่มุมเมืองคือความหลากหลายของสินค้าและบรรยากาศการซื้อขายที่คึกคัก เพราะเป็นทั้งพื้นที่ของเกษตรกร ผู้ค้า ผู้ซื้อ และผู้ประกอบการจำนวนมาก ทำให้เห็นภาพการเดินทางของสินค้าเกษตรตั้งแต่เข้าสู่ตลาดไปจนถึงการกระจายออกไปยังร้านค้าและผู้บริโภค

ในช่วงที่ผลไม้ตามฤดูกาลออกสู่ตลาด ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญสำหรับการกระจายผลผลิตไปยังผู้ซื้อ โดยกรมการค้าภายในมีการเชื่อมโยงตลาดสี่มุมเมืองกับตลาดผลไม้จากแหล่งผลิต เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดและถึงมือผู้บริโภคได้มากขึ้น

ส่วนใครที่อยากได้ฟีลตลาดกลางเมือง เดินง่าย และเน้นสินค้าเกษตรคุณภาพ ต้องรู้จัก “ตลาด อ.ต.ก.” บริเวณถนนกำแพงเพชร กรุงเทพฯ ที่มีสินค้าเกษตรจากพื้นที่ต่าง ๆ มาจำหน่าย ทั้งผลไม้สด ผลไม้แปรรูป และสินค้าเกษตรคุณภาพ

ที่ผ่านมา อ.ต.ก. ยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดผลไม้โดยนำผลผลิตจากเกษตรกรทั่วประเทศมาจำหน่ายโดยตรง เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลไม้คุณภาพได้ง่ายขึ้น

พูดง่าย ๆ ว่า ถ้าตลาดไทและตลาดสี่มุมเมืองให้อารมณ์ “ตลาดใหญ่ เดินดูของเยอะ เหมาะกับการซื้อแบบจริงจัง” ตลาด อ.ต.ก. ก็จะให้อีกบรรยากาศหนึ่ง คือเป็นแหล่งรวมสินค้าเกษตรคุณภาพที่เหมาะกับคนที่อยากเลือกซื้อของดีจากหลายพื้นที่ในที่เดียว

แต่ไม่ว่าจะไปตลาดไหน ถ้าอยากได้ผลไม้สดและคุ้ม ต้องมีเทคนิคเล็ก ๆ ติดตัวไปด้วย

อย่างแรกคือดู “ฤดูกาล” ก่อน เพราะผลไม้ที่ออกตามฤดูกาลมักมีตัวเลือกหลากหลายและมีโอกาสได้ผลผลิตที่สดกว่า การรู้ว่าช่วงนั้นผลไม้อะไรอยู่ในฤดู จะช่วยให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น

อย่างที่สองคืออย่าเลือกจากสีอย่างเดียว เพราะผลไม้แต่ละชนิดมีวิธีดูความสุกต่างกัน มะม่วงบางพันธุ์ต้องดูทั้งสีผิวและความแน่น ทุเรียนควรดูทั้งรูปทรง หนาม สี และลักษณะก้าน ส่วนมังคุดควรสังเกตผิวและความสดของผล

อย่างที่สามคือถามแม่ค้าหรือพ่อค้าได้เลยว่า “ลูกไหนกินวันนี้” หรือ “ลูกไหนเก็บไว้กินอีกสองวัน” เพราะคนขายที่อยู่กับผลไม้ทุกวันมักรู้ว่าผลไหนอยู่ในระยะพร้อมกิน และผลไหนควรรอให้สุกต่อ

อย่างที่สี่คืออย่ารีบซื้อทันที เดินสำรวจก่อนสักรอบ ดูหลายร้าน เปรียบเทียบขนาด คุณภาพ และราคา แล้วค่อยกลับมาเลือก จุดนี้สำคัญมากโดยเฉพาะตลาดขนาดใหญ่ เพราะสินค้าชนิดเดียวกันอาจมีหลายเกรด หลายขนาด และหลายระดับราคา

อีกหนึ่งเคล็ดลับคือ ถ้าซื้อเพื่อกินเอง ไม่จำเป็นต้องเลือกผลที่ใหญ่ที่สุดหรือแพงที่สุดเสมอไป ให้เลือกตามเมนูและจำนวนวันที่จะกิน ถ้าจะกินทันที เลือกผลที่อยู่ในระยะพร้อมรับประทาน แต่ถ้าซื้อกลับบ้านหลายวัน ควรเลือกผลที่ยังมีระยะให้สุกต่อได้ จะช่วยให้ทยอยกินได้โดยไม่ต้องเร่งกินให้หมดในวันเดียว

สิ่งที่น่าสนใจของตลาดเหล่านี้จึงไม่ได้อยู่แค่การเป็นสถานที่ซื้อขายผลไม้ แต่เป็นภาพสะท้อนของระบบตลาดผลไม้ไทย ตั้งแต่เกษตรกรนำผลผลิตออกจากสวน ผู้รวบรวมและผู้ค้าเข้ามารับซื้อ การคัดคุณภาพ การกระจายสินค้า ไปจนถึงผู้บริโภคที่เดินตลาดแล้วเลือกผลไม้กลับบ้าน

และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการมองว่าเป็นแหล่งผลไม้เมืองร้อนที่มีความหลากหลาย เพราะไม่เพียงมีผลไม้ให้เลือกจำนวนมาก แต่ยังมีระบบตลาดที่ช่วยเชื่อมโยงผลผลิตจากพื้นที่ต่าง ๆ ให้เดินทางไปถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาระบบตลาดกลางสินค้าเกษตร รวมถึงเชื่อมโยงตลาดจากแหล่งผลิตไปยังผู้ซื้อและผู้บริโภค เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและช่วยให้ผลผลิตทางการเกษตรกระจายออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ดังนั้น ครั้งหน้าอยากซื้อผลไม้ไทยแบบรู้ลึกกว่าการเดินซูเปอร์มาร์เก็ต ลองปักหมุดตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง หรือ อ.ต.ก. แล้วไปสัมผัสบรรยากาศตลาดผลไม้ด้วยตัวเอง


เพราะบางครั้งการจะเข้าใจว่าทำไมผลไม้ไทยถึงมีความหลากหลายและเดินทางไปได้ไกลทั่วประเทศ ก็แค่ต้องลองมาเดินดูด้วยตาตัวเองว่า ในตลาดหนึ่งวัน มีผลไม้จากทั่วประเทศเดินทางมารวมกันมากแค่ไหน

นี่แหละ Thailand: The Land of Tropical Fruits เมืองแห่งผลไม้ที่ไม่ได้มีแค่สวนให้ไปเที่ยว แต่ยังมีตลาดให้ไปเปิดโลกอีกด้วย

#ThailandTheLandOfTropicalFruits

#ThaiTropicalFruits

#ผลไม้ไทย

#ตลาดผลไม้

#กรมการค้าภายใน

#กระทรวงพาณิชย์

QPRIME ผู้สนับสนุนหลัก "The Tom Thailand 2026" เวทีประกวดสาวหล่อเวทีแรกของประเทศไทย พร้อมนวัตกรรมตัดหน้าอกสาวหล่อ Gentle Muscle ตัดหน้าอกเทคนิคสร้างกล้าม สร้างอกทรงกล้าม เสริมความมั่นใจให้สาวหล่อ

 QPRIME ผู้สนับสนุนหลัก "The Tom Thailand 2026" เวทีประกวดสาวหล่อเวทีแรกของประเทศไทย พร้อมนวัตกรรมตัดหน้าอกสาวหล่อ Gentle Muscle ตัดหน้าอกเทคนิคสร้างกล้าม สร้างอกทรงกล้าม เสริมความมั่นใจให้สาวหล่อ

ประเทศไทยมีเวทีประกวดมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีเวทีที่เป็นของ "สาวหล่อ" อย่างแท้จริงมาก่อนจนถึงวันนี้ คิวไพร์มคลินิก เฉพาะทางด้านเวชกรรมศัลยกรรมตกแต่ง (QPRIME Clinic)  เราเชี่ยวชาญด้านการดูแลสาวหล่อและนวัตกรรมตัดหน้าอกสาวหล่อ Gentle Muscle   มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็น ผู้สนับสนุนหลัก (Main Sponsor) ของการประกวด The Tom Thailand 2026 เวทีประกวดสาวหล่อเวทีแรกของประเทศไทย ที่เปิดพื้นที่ให้กลุ่มสาวหล่อได้แสดงความสามารถ ความมั่นใจ และตัวตนอย่างเต็มภาคภูมิ

The Tom Thailand 2026 เวทีประกวดระดับประเทศเวทีแรกของไทยสำหรับสาวหล่อ และทรานส์แมน ในรอบ Audition ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ Calypso Cabaret, Asiatique The Riverfront โดยงานนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าแข่งขันพกพาความมั่นใจมาร่วมประกวดกว่า 200 คนทั่วประเทศ บรรยากาศการประกวดเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พลังความมั่นใจของผู้เข้าประกวดอย่างเต็มเปี่ยม 

QPRIME ไม่ได้ร่วมสนับสนุนเวทีนี้ในฐานะผู้สนับสนุนเพียงอย่างเดียว แต่ได้ส่งทีมแพทย์เฉพาะทางร่วมเป็นคณะกรรมการคัดเลือกด้วยตนเอง นำโดย

นพ.ณัฐพล วงศ์เกียรติขจร (คุณหมอจั๊ม) — แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง  CEO QPRIME  และพญ.ณัฐสินี อารีกุล (คุณหมอน้ำหอม) — แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง QPRIME ผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดหน้าอกสาวหล่อ 

พร้อมด้วย คุณเล็ก – บุณณดา ทิพย์ภิบาล ผู้ถือลิขสิทธิ์ฯ พร้อมด้วย คุณแนน – วิไลลักษณ์ ศิริสาคร และ แม่น็อต แม็กซิม ผู้อำนวยการกองประกวด เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนและแฟนๆ อย่างอบอุ่น ตลอดช่วงเวลา 09.00–16.00 น. ของทั้งสองวัน 

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและความกดดันของการเฟ้นหาตัวจริง โดยมีเหล่าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมาร่วมเจียระไนผู้เข้าประกวดอย่างหนาแน่น นำโดย Master ตัวแม่ตัวพ่อ พี่ป้อม – วินิจ บุญชัยศรี เมกอัปอาร์ทิสต์ระดับประเทศ และ เก่ง – ธชย ประทุมวรรณ ศิลปินมากความสามารถ Team Coach สุดเก๋า ได้รับเกียรติจาก ป๋าต๊อบ – ปฏิญญา ควรตระกูล, ปีใหม่ – สุมนต์รัตน์ และ วิว – ปิยวรรณ ชื่นตะโก มาคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมด้วย Special Commentitee นั่งเก้าอี้กรรมการคัดเลือกอีกแรง นำโดย ดีเจแมน – พัฒนพล, ซานิ – นิภาภรณ์ , อิน บูโดกัน และ  นิโคล เทริโอ


จากผู้สมัครกว่า 200 คน สู่ 56 คนสุดท้าย บรรยากาศในรอบ Audition เต็มไปด้วยความสนุก ความตื่นเต้น และการลุ้นระทึกในทุกนาที ผู้สมัครกว่า 200 คน จากทั่วประเทศเดินทางมาแสดงศักยภาพของตัวเองบนเวทีเดียวกัน สิ่งที่ทีมงานและคณะกรรมการได้เห็นในวันนั้น ไม่ใช่เพียงบุคลิกภาพที่โดดเด่น แต่คือ ความสามารถที่หลากหลายและความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง ทั้งการร้อง การเต้น การพูดบนเวที และพลังงานที่ส่งถึงผู้ชมได้จริง หลังการพิจารณาอย่างเข้มข้น ผู้สมัครที่ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปเหลือเพียง 56 คนสุดท้าย ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งของคณะกรรมการแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง QPRIME  ร่วมเป็นคณะกรรมการคัดเลือก


การเข้าร่วมในครั้งนี้สะท้อนจุดยืนของ QPRIME ที่ต้องการอยู่เคียงข้างคอมมูนิตี้สาวหล่อไทยอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงในฐานะผู้ให้บริการ แต่ในฐานะผู้สนับสนุนที่เข้าใจและให้เกียรติในตัวตนของทุกคน "เราเชื่อว่าคอมมูนิตี้สาวหล่อไทยสมควรมีเวทีของตัวเอง เวทีที่ไม่ต้องอธิบายว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้"

QPRIME ตั้งใจผลักดันให้คอมมูนิตี้สาวหล่อไทยได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักในระดับเอเชีย ผ่านการสนับสนุนเวทีที่มีมาตรฐานและให้คุณค่ากับความสามารถอย่างแท้จริง

Gentle Muscle นวัตกรรมเพื่อสาวหล่อโดยเฉพาะ ที่ QPRIME ที่คิดค้นโดยคุณหมอน้ำหอม

ความเข้าใจที่ คุณหมอน้ำหอม QPRIME มีต่อกลุ่มสาวหล่อ ไม่ได้อยู่แค่บนเวที แต่อยู่ในห้องผ่าตัดด้วยเช่นกัน

Gentle Muscle คือแนวทางการผ่าตัดปรับรูปทรงหน้าอกสำหรับสาวหล่อที่พัฒนาขึ้นเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ QPRIME โดยไม่ได้มุ่งเพียงการตัดหน้าอกให้เรียบ แต่ให้ความสำคัญกับ การสร้างมิติของกล้ามอกให้ดูเป็นธรรมชาติและสมส่วนกับสรีระของแต่ละคน

จุดเด่นของแนวทาง Gentle Muscle

● สร้างทรงกล้ามอกให้มีมิติ 

 ออกแบบรูปทรงเฉพาะบุคคล ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แบนราบ ไม่ต้องใส่สายระบาย  ลดความไม่สบายตัวหลังผ่าตัด ดูแลตัวเองที่บ้านได้ง่ายขึ้น

● ระยะพักฟื้นสั้น 

 ออกแบบเทคนิคเพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น ใส่ใจเรื่องแผลเป็นพิเศษ คุณหมอน้ำหอมให้ความสำคัญกับการวางแนวแผลและการปิดแผลอย่างประณีต ร่วมกับนวัตกรรมการดูแลแผลของ QPRIME เพื่อให้แผลเล็กและเรียบเนียนที่สุดเท่าที่สภาพของแต่ละบุคคลจะเอื้ออำนวย

สิ่งที่สาวหล่อหลายคนบอกตรงกันหลังเข้าปรึกษาคือ ความรู้สึกที่ได้รับการรับฟังและเข้าใจ คุณหมอน้ำหอมดูแลน้อง ๆ และพี่ ๆ สาวหล่อด้วยความเข้าใจในตัวตน ให้เวลากับการพูดคุยถึงความคาดหวังและความกังวลอย่างละเอียด ก่อนวางแผนการผ่าตัดร่วมกัน

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของการผ่าตัดขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ลักษณะผิว และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดของแต่ละบุคคล การประเมินความเหมาะสมต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางเป็นรายบุคคล

ก้าวต่อไปของ The Tom Thailand 2026 การเดินทางของ 56 คนสุดท้ายเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น คุณหมอน้ำหอม และQPRIME พร้อมอยู่เคียงข้างทุกคนตลอดเส้นทางของเวทีนี้ และจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนคอมมูนิตี้สาวหล่อไทยต่อไป เพราะการเป็นตัวเอง ไม่ควรต้องรอใครอนุญาต The Tom Thailand 2026 รอบตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ 3 ตุลาคม 2569

QPRIME Clinic (คิวไพร์มคลินิก) ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลเลขที่ 10102002066 คลินิกตั้งอยู่ที่ 344/5 พระราม 9 ซอย 17 (ซอยศูนย์วิจัย 4) แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. 



ติดตามความเคลื่อนไหวของ The Tom Thailand 2026 และกิจกรรมของ QPRIME ได้ทางช่องทางออนไลน์ของคิวไพร์มคลินิก 

ดูข้อมูล นวัตกรรมตัดหน้าอกสาวหล่อ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://qprime.co.th/surgery/gentle-muscle/

สอบถามโทร. 083 4291999

LINE OA : @qprimetrans 

Facebook : Qprime clinic - Trans ตัดหน้าอกสาวหล่อ ตัดหน้าอกทอม

IG : Trans by Qprime Clinic คิวไพร์ม คิวคลินิก

Tiktok : @qprime_trans

Website: https://qprime.co.th


“ดร.ณัฏฐ์” มือกฎหมายมหาชน ซัด “รังสิมันต์ โรม”ปชน.ใช้อำนาจ กมธ.เป็นเครื่องมือ ทำตัวเป็นศาลโซเชี่ยล เรียก “อนุทิน”ไปพบ 8 ตุลา ปมทุจริตท้องถิ่น ชี้ช่อง ไม่ต้องไปพบ ไม่มีบทลงโทษใดๆ

    “ดร.ณัฏฐ์” มือกฎหมายมหาชน ซัด “รังสิมันต์ โรม”ปชน.ใช้อำนาจ กมธ.เป็นเครื่องมือ ทำตัวเป็นศาลโซเชี่ยล เรียก “อนุทิน”ไปพบ 8 ตุลา ปมทุจริตท้องถิ่น ชี้ช่อง ไม่ต้องไปพบ ไม่มีบทลงโทษใดๆ 

        วันที่ 25 กันยายน 2569 สืบเนื่อง นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ,ปธ.กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ใช้มติเสียงข้างมากใน กมธ.เรียกให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับปมทุจริตท้องถิ่น นั้น

         ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม มือกฎหมายมหาชน,ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่(MD) บจ.AURELIAN GROUP และบริษัทในเครือ AG  ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า  พรบ.คำสั่งเรียกฯ  เป็นเครื่องมือของ กมธ. เคยยกเลิกไปแล้ว ต่อมาได้นำกลับมาใช้อีก เพราะ กมธ.ไม่มีเครื่องมือไปบังคับบุคคลใด แตกต่างจากอำนาจของพนักงานสอบสวนและศาล หากไม่มา อาจขัดหมายเรียกและถูกหมายจับได้

กลไกรัฐธรรมนูญ วางโครงสร้างกลไกตรวจสอบระบบรัฐสภา ฝ่ายนิติบัญญัติ ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ตามหลักแบ่งแยกอำนาจ ของนักทฤษฎีมองเตสกิเออ นักปรัชญาชาวฝรั่งเศศ เพื่อมิให้ผู้ปกครองใช้ออำนาจตามอำเภอใจ แต่รัฐธรรมนูญในระบบรัฐสภาไทย ใช้โมเดลอังกฤษ ดังนั้น ในการตรวจสอบถ่วงดุลระบบรัฐสภา ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร ยังมีฝ่ายตุลการ ตรวจสอบถ่วงดุลและบังคับใช้กฎหมายอีกด้วย

การตรวจสอบถ่วงดุล กลไกรัฐธรรมนูญ อาทิ ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ  ตั้งกระทู้สดถาม  หรือใช้อำนาจ กมธ.สภาผู้แทนราษฎร ที่มีถึง 35 คณะ ในการตรวจสอบ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ให้มีอำนาจเพียงรวบรวมข้อเท็จจริงและรายงานให้ประธานสภาฯเทราบเท่านั้น การแอคชั่นเกินเหตุ ทำเป็นซักถามพยานเหมือนในศาล ดุเดือด แต่ในแง่กฎหมาย ไม่มีผลบังคับอะไรได้ เพราะหากตอบคำถามเท็จ ไม่มีบทลงโทษ ทั้ง ปธ.กมธ.มิใช่ศาล แต่กรณีของนายรังสิมันต์ โรม ทำตัวเป็นศาลโซเชี่ยล ตัดสินแทนฝ่ายตุลาการ พรรคส้ม ชอบโพตส์ปั่นกระแส รายวัน แต่ไร้ราคา เพราะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ การใช้อำนาจ มติ กมธ.เสียงไม่เอกฉันท์ ต้องระวังหส่อยนะ ว่า ประเด็นทุจริตท้องถิ่น มีหน่วยงานของรัฐที่ใช้บังคับกฎหมายหลายหน่วยงานทำหน้าที่อยู่แล้ว จงใจใช้อำนาจและใช้ห้องประชุม ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเบี้ยเลี้ยงประชุม ต้องถาม นายรังสิมันต์ โรม ว่า จงใจแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับตนเองหรือบุคคลอื่นหรือไม่ เพราะเท่ากับทุจริตเงินหลวง  การไปโพสต์ในเพจส่วนตัว ประหนึ่งว่า ได้ลงมติเรียกให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปชี้แจงวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน กมธ.กฎหมาย จงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ให้ไปตอบคำถามกับ ปปช.ได้เลย 

ส่วน พรบ.อำนาจเรียกของค(ณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2568 มีอำนาจเรียกและบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ  หากไม่มีโดยไม่มีเหตุอันควร จะโดนคดีวินัย

แต่สภานะของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าคณะรัฐมนตรี ที่มีอำนาจสูงสุดฝ่ยบริหาร มิใช่ข้าราชกาประจำ การไม่ได้เดินทางพบ กมธ.กฎหมาย ฯ ในระยะเวลากระชั้นชิด จะไปหรือส่งตัวแทนไปชี้แจ้งแทนก็ได้ ไม่มีความผิดทางอาญาใดๆ แต่ตนแนะนำว่า ไม่ต้องไป เพราะไม่มีบทลงโทษฝ่ายบริหาร แต่จะมีเฉพาะข้าราชการประจำในคดีวินัย เท่านั้น 

หากดูเจตนาของนายรังสิมันต์ โรม ไปโพสต์ในเฟซบุกส่วนตัว โดยไม่ได้แจ้งให้มมติผู้ถูกคำสั่งเรียก กมธ.สส.ให้ทราบเป็นความลับราชการ  เท่ากับเอา มติมา กมธ.มาเปิดเผย ต้องถามว่า มีเจตนาอะไรกันแน่  ทำตัวเป็นศาลโซเชี่ยล ใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ ใม่ยึดหลักกฎหมาย  ระเบียบแบบแผน จงใจให้สังคมเข้าใจผิดว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พัวพันคดีทุจริตท้องถิ่น 

ต้องถามว่า นายรังสิมันต๋ฯ สส.ปชน.เคยอ่านจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ หากไม่เคยอ่าน จะได้จัดให้ เพราะให้ไปชี้แจง ต่อ ปปช.แทน จะได้เข้าใจว่า จงใจใช้อำนาจและปฎิบัติหน้าที่โดดยมิชอบด้วยกฎกมาย ผิด พรป.ปปช.และกระทำฝ่าฝืนหรื่อไม่ปฎิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตาม รธฯ.มาตรา 219 ประกอบ มาตรฐานจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 ที่บังคับใช้กับกรรมการในองค์กรอิสระ รวมถึง สส. สว.และคณะรัฐมนตรีด้วย ที่ผ่านมา กมธ.กิจการศาลฯ โดยยกคณะไปแล้วทั้งชุด กมธ.กฎหมายฯน่าจะเป็นรายต่อไป โดยเฉพาะใช้อำนาจของ นายรังสิมันต์ โรม สส.ปชน.ต้องเจอสอย รธน.มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) ,วรรคสี่ ตัดสิทธิการเมืองตลอดไป เป็นคดีอ่าญาแ(นดิน ตนพบเห็นการกระทำกล่าวโทษนายรังสิมันต์ โรม กับพวกได้

ตนเป็นนักลงทุน นักธุกรกิจ ไม้อต้องการให้ สส.พรรคส้ม ปั่นป่วน ภาวะเงินเฟ้อ สินค้าราคาสูง แต่เงินเดือนของพี่น้องประชาชนไม่ได้เพิ่มตามสินค้า ปั่นป่วนรายวันแบบนี้ ตนต้องออกมาจัดการ เพราะนักลงทุนต่างประเทศไม่กล้ามาลงทุน ทั้งที่ประเทศไทย เป็นศูนย์การลงทุนในภูมิภาคอาเซียน  นักศึกษาเรียนจบมามีงานทำ บริษัทของตนเอง จะเปิดรับพนยักงานประจำบริษัทเพิ่มเติมประมาณ 50,000 กว่าตำแหน่ง สนับสนุนให้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้องประชาชน มากกว่า บางพรรคการเมืองท่องได้ 2 คำ “แก้รัฐธรรมนูญ” “แก้ มาตรา 112” แล้วนักธุรกิจอย่างตน จะหวังอะไรกับเด็กอมมือ มือหัดขับ ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย  

////

แฮชแทก #การเมือง #พรบ.คำสั่งเรียก #กมธ. #วินัยข้าราชการ #บทลงโทษวินัยจ้าราชการประจำ #กมธ.กฎหมายฯ #สภาผู้แทนราษฎร #มติคำสั่งเรียก #ฝ่ายนิติบัญญัติ #ดร.ณัฏฐ์ #ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม #รังสิมันต์ โรม #อนุทิน ชาญวีรกูล 

    

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

วศ.อว. คว้ารางวัล Outstanding Research Organization Award 2026 มอบโดยรองนายกฯ และ รมว.อว. "ศ.ดร.ยศชนันฯ" พร้อมโชว์ผลงานวิจัยขับเคลื่อน ววน. สู่การใช้ประโยชน์ ในงาน Thailand Talent Summit 2026

 วศ.อว. คว้ารางวัล Outstanding Research Organization Award 2026 มอบโดยรองนายกฯ และ รมว.อว. "ศ.ดร.ยศชนันฯ" พร้อมโชว์ผลงานวิจัยขับเคลื่อน ววน. สู่การใช้ประโยชน์ ในงาน Thailand Talent Summit 2026


วันที่ 23 กันยายน 2569 ดร.พจมาน ท่าจีน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหารและนักวิจัยเข้าร่วมการประชุมบุคลากรไทยที่มีความสามารถระดับสูง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 หรือ Thailand Talent Summit 2026 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) พัทยา จังหวัดชลบุรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Fostering Thailand Future; Advancing Innovation and National Impact” เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจากทั่วประเทศ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์

การจัดงานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นผู้มอบรางวัลเพื่อยกย่องหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นด้านการวิจัยและการขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดย ดร.พจมาน ท่าจีน อธิบดี วศ. ขึ้นรับรางวัล “Outstanding Research Organization Award 2026” ภายในงานดังกล่าว



นอกจากนี้ วศ.อว. ยังร่วมจัดแสดงนิทรรศการผลงานภายใต้ Theme Soft Power นำเสนอผลงาน “การบูรณาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์ สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทย : ถอดสูตรกระเบื้องเคลือบโบราณขั้นสูงสำหรับการบูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์โบราณและศาลเจ้าจีนในประเทศไทย” ซึ่งนำองค์ความรู้ด้านเซรามิกและวัสดุศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพและเคมี รวมถึงวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตกระเบื้องประดับ เพื่อให้ได้วัสดุบูรณะที่มีคุณภาพและเหมาะสมสำหรับงานอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุ โดยสามารถพัฒนาสูตรกระเบื้องเคลือบสำหรับการบูรณปฏิสังขรณ์หอระฆัง (เจดีย์ยักษ์) วัดพระยาทำวรวิหาร และศาลเจ้าเกียนอันเกง กรุงเทพมหานคร จำนวน 9 เฉดสี บนเนื้อดินเซรามิก 3 ชนิด โดยใช้วัตถุดิบและทรัพยากรที่สามารถจัดหาได้ภายในประเทศ นอกจากช่วยอนุรักษ์คุณค่าของโบราณสถานและศิลปหัตถกรรมแล้ว ยังเป็นการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์


พร้อมกันนี้ นักวิจัยกรมวิทยาศาสตร์บริการยังร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบโปสเตอร์ (Poster Presentation) จำนวน 4 ผลงาน ครอบคลุมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ตั้งแต่การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ประกอบด้วย

“การพัฒนาฐานข้อมูลสีเคลือบเซรามิกประวัติศาสตร์และเกณฑ์ข้อกำหนดคุณลักษณะเพื่อยกระดับการบูรณะมรดกทางวัฒนธรรมไทยในกรุงเทพมหานคร” ผลงานโดย ดร.สุทธิมา ศรีประเสริฐสุข นำองค์ความรู้ด้านเซรามิกและวัสดุศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาสูตรกระเบื้องเคลือบโบราณจากโครงการประดับกระเบื้องเคลือบหอระฆัง (เจดีย์ยักษ์) วัดพระยาทำวรวิหาร ให้มีความคงทนและใกล้เคียงกับของเดิม พร้อมจัดทำฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานและโบราณวัตถุของชาติอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ


“การพัฒนาคอนกรีตแห้งสำเร็จรูปจากมวลรวมคอนกรีตและมอร์ตาร์รีไซเคิล 100%” ผลงานวิจัยของ ดร.จรูญ จันทร์สมบูรณ์ และคณะ โดยมี ดร.พิจิกา มูลอำคา สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ เป็นผู้นำเสนอ นำนวัตกรรมการใช้เศษวัสดุก่อสร้างเป็นมวลรวม 100% มาผลิตคอนกรีตแห้งสำเร็จรูป ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ช่วยลดขยะจากภาคก่อสร้างและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติผ่านมาตรฐาน มอก. 3202-2564 และพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ

“การยกระดับสมุนไพรไทย ‘พญายอ’ ด้วยอนุภาคแก้วชีวภาพนาโนเพื่อการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์” ผลงานของ ดร.อุษณีย์ พันธุลาภ นางสุบงกช ทรัพย์แตง นางสาวปัทมาพร จิตปรีดี และดร.ณัฐวัลคุ์ แสวงบุญ ผสานสารสกัดพญายอกับอนุภาคแก้วชีวภาพนาโน เพื่อเพิ่มศักยภาพสมุนไพรไทยสู่การประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ โดยวัสดุที่พัฒนาขึ้นมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และต้านเชื้อแบคทีเรีย มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพ และมีศักยภาพต่อยอดสู่การใช้งานด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อกระดูกในอนาคต

และ “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เซรามิกต้านเชื้อสำหรับอุปกรณ์สปาและแพทย์ทางเลือก” พัฒนาอุปกรณ์เซรามิกต้านเชื้อจุลชีพด้วยเทคนิคกักเก็บอนุภาคเงิน (Ag) ในชั้นดินเกาลิน ซึ่งสามารถทนการเผาที่อุณหภูมิสูงถึง 1,230°C โดยไม่สูญเสียคุณสมบัติการต้านเชื้อ ผ่านการทดสอบว่าสามารถฆ่าเชื้อได้จริงและไม่เป็นพิษต่อเซลล์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของอุปกรณ์สปาและการแพทย์ทางเลือก


ฟาร์มเอ็กซ์โป จับมือ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขยายเวลาจัดงานพิเศษถึง 29ก.ย.นี้​ เดินหน้าเชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก

  ฟาร์มเอ็กซ์โป จับมือ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขยายเวลาจัดงานพิเศษถึง 29ก.ย.นี้​ เดินหน้าเชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก ฟาร์มเอ็กซ์โป ผนึกกำลัง อิมแพ...