วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569

ดีเดย์! 7 เมษางดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบกรมส่งเสริมสหกรณ์นัดถกเครือข่ายสหกรณ์ชาวสวนปาล์มฯ เตรียมมาตรการรับราคาผันผวน

 ดีเดย์! 7 เมษางดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบกรมส่งเสริมสหกรณ์นัดถกเครือข่ายสหกรณ์ชาวสวนปาล์มฯ เตรียมมาตรการรับราคาผันผวน




    กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมหารือชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มฯและเครือข่าย หามาตรการรองรับหากเกิดราคาปาล์มผันผวน หลังพาณิชย์ฯงดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบเป็นเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่ 7 เม.ย.69 เป็นต้นไป

      หลังคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ว่าด้วยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันปิโตรเลียมในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาคพลังงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบหรือซีพีโอภายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

        จึงกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อการบริหารจัดการปริมาณน้ำมันปาล์มดิบให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเกิดความสมดุลในทุกภาคส่วน ทั้งด้านการบริโภค อุตสาหกรรมและพลังงานให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ

         อาศัยอำนาตตามความในมาตรา 9(2) และมาตรา 25(3) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้า             และบริการ พ.ศ.2542 โดยประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 1 ปี เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไปตามประกาศในราชกิจจาฯ

          ล่าสุดกรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมนัดหารือกับชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่จำกัดและเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มภาคใต้ เพื่อรับมือหามาตรการรองรับกรณีเกิดสถานการณ์ความผันผวนด้านราคาที่มีผลกระทบต่อเกษตรกรสมาชิกชาวสวนปาล์ม



      นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เตรียมหารือกับชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มภาคใต้ ถึงมาตรการรองรับหากเกิดความผันผวนด้านราคาปาล์มน้ำมัน หลังกระทรวงพาณิชย์มีคำสั่งงดส่งออกน้ำมันปาล์มเป็นเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่  7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

       “ได้เตรียมหารือกับทางชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มภาคใต้      ถึงมาตรการต่าง ๆ รองรับหากเกิดปัญหาในเรื่องราคาที่มีผลต่อเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ ขณะเดียวกันก็ยังติดตามดูแลความเคลื่อนไหวสถานการณ์ปาล์มอย่างใกล้ชิด” รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ระบุ

         ขณะที่ นายพรพิพัฒน์ บางพระ ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด ต.คลองยา อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ กล่าวยอมรับว่ามีความกังวลในเรื่องราคาปาล์มน้ำมันหลังกระทรวงพาณิชย์มีคำสั่งงดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ เป็นระยะเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

ยอมรับว่าอนาคตมีความกังวลเรื่องราคาปาล์ม หากรัฐบาลจำกัดไม่ให้มีการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ             หรือซีพีโอ แต่ขณะนี้ราคาทุกอย่างก็ยังปกติ สำหรับผลผลิตปาล์มน้ำมันที่รับซื้อจากสมาชิกในวันนี้ (ณ วันที่ 7 เม.ย.69) อยู่ที่ 8.40-9.00 บาท/กก. ส่วนราคาน้ำมันปาล์มดิบหรือซีพีโออยู่ที่ 40 บาท/กิโลกรัม”นายพรพิพัฒน์เผย


        อย่างไรก็ตามประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด ย้ำด้วยว่า เห็นด้วยหากรัฐบาลต้องการน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตไบโอดีเซลเพื่อทดแทนน้ำมันดีเซลที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย จึงหันมาใช้พลังงานทดแทนจากปาล์มน้ำมัน

       “เอาน้ำมันปาล์มมาทำไบโอดีเซล บี20 ก็เป็นเรื่องที่ดี ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เครื่องจักรการเกษตรต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็ใช้น้ำมันไบโอฯ กันทั้งนั้น แต่ว่ารัฐบาลต้องควบคุมราคาสินค้าด้วย ไม่ให้ขึ้นราคา ต้องดูแลราคาปาล์มด้วย เพราะไม่ได้ส่งออกน้ำมันปาล์มแล้ว” นายพรพิพัฒน์กล่าวย้ำ


กรมวิทยาศาสตร์บริการ ผนึกกำลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนาม MOU ครั้งสำคัญ ขับเคลื่อนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย สู่การยกระดับหน่วยตรวจสอบและรับรองตามมาตรฐานสากล

.วิทยาศาสตร์บริการ ผนึกกำลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนาม MOU ครั้งสำคัญ ขับเคลื่อนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย สู่การยกระดับหน่วยตรวจสอบและรับรองตามมาตรฐานสากล


        เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ศรีราชามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากรของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยและการให้บริการทางวิชาการให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานในระดับสากล

       พิธีลงนามครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยฝ่ายกรมวิทยาศาสตร์บริการ นำโดย ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร จาก สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ สถาบันพัฒนานักวิทยาศาสตร์ สถาบันพัฒนามาตรฐานและตรวจสอบรับรอง และฝ่ายคณะวิศวกรรมศาสตร์ ศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย รศ.ดร.ณัฐพล จันทร์พาณิชย์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณาจารย์ ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน

       ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษา เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการดำเนินงานวิจัยร่วม ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการทางวิทยาศาสตร์ให้สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      รศ.ดร.ณัฐพล จันทร์พาณิชย์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์บริการในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการและการวิจัยของคณะฯ รวมถึงการส่งเสริมให้นักศึกษาและบุคลากรได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศ


      ภายใต้บันทึกความเข้าใจความร่วมมือฉบับนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันดำเนินกิจกรรมในหลากหลายมิติ อาทิ การพัฒนาเครือข่ายห้องปฏิบัติการทดสอบวัสดุก่อสร้าง การส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรม การบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการ ตลอดจนการพัฒนาทักษะวิชาชีพให้แก่นิสิตเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานในอนาคต รวมถึงการสนับสนุนการให้บริการวิชาการแก่ภาคอุตสาหกรรมและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

      ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองหน่วยงานในการร่วมกันขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับนานาชาติ

Journey of Longevity พลิกนิยามการท่องเที่ยวใกล้กรุง สู่เส้นทางสุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง

 Journey of Longevity พลิกนิยามการท่องเที่ยวใกล้กรุง สู่เส้นทางสุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ  โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ, Ascend Travel , บริษัทรถเช่า ทรู ลีสซิ่ง , gettgo และ Sanook.com เปิดตัวเส้นทาง Journey of Longevity สุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลางมุ่งเน้นกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ได้ออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เพื่อ “เติมพลังชีวิตและสุขภาพ” ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์  Wellness Retreat, Local Experience ใช้ชีวิตแบบ “Work-Life Balance” ในพื้นที่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง พร้อมจัดทำโปรโมชั่นรวบรวม ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและยั่งยืนในพื้นที่เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน – 15 มิถุนายน 2569 

นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตและสุขภาพ” มากขึ้น โดยมองว่าสุขภาวะที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิต ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กลายเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การเดินทางในรูปแบบ “Rest & Recharge” จึงสะท้อนความต้องการพักผ่อนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ลดความเครียดจากการทำงาน และใช้วันหยุดอย่างคุณค่า ซึ่งภูมิภาคภาคกลางมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็น “Hub of Wellness Travel” ด้วยความพร้อมด้านอาหารสุขภาพ วิถีชุมชนที่เรียบง่าย ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และความสะดวกในการเดินทาง เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น ทั้งรูปแบบสุดสัปดาห์ (Weekend Getaway) หรือ One Day Trip ใกล้กรุงเทพมหานคร  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ดำเนินการร่วมกับพันธมิตร นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญ “Journey of Longevity” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืนใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง ชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เพื่อ “เติมพลังชีวิตและสุขภาพ” ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลาย Local Experience และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลในรูปแบบ “Work-Life Balance” ที่ผสานการพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และการเรียนรู้วิถีท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ (S Spine and Joint Hospital) กล่าวว่า ในหลายประเทศทั่วโลก มีแนวคิดที่น่าสนใจคือการ ‘จ่ายใบสั่งเที่ยวแทนใบสั่งยา’ เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ เราเชื่อว่าแนวคิดนี้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยอย่างมาก เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิถีชีวิตที่สมดุล ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูก ข้อ และระบบการเคลื่อนไหว เราพบว่าโรคยอดนิยมของคนเมืองในปัจจุบัน ไม่ใช่โรคที่ซับซ้อน แต่คือความเสื่อมจากไลฟ์สไตล์—อาการปวดหลังเรื้อรัง ออฟฟิศซินโดรม ข้ออักเสบจากการใช้งานหนัก สิ่งเหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กับจังหวะชีวิตที่เร่งรีบและความเครียดสะสม การเข้าร่วมแคมเปญ Journey of Longevity จึงเป็นมากกว่าการสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะการแพทย์ยุคใหม่ต้องทำงานควบคู่กับการป้องกัน เราเชื่อว่าการเดินทางใกล้กรุง การใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เป็นเสมือน ‘Wellness Prescription’ สำหรับคนทำงานยุคใหม่ ให้ได้ Rest & Recharge เพื่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ” โรงพยาบาลมอบส่วนลดพิเศษ 

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อที่พัก หรือ กิจกรรมในแคมเปญ มอบส่วนลด 75 % จำนวน 1,500 สิทธ์  

โปรแกรมที่เข้าร่วม 1) กายภาพ (ตรวจ moti ก่อน) 2) ตรวจ moti physio (ตรวจสมดุลมัดกล้ามเนื้อด้วยระบบ AI)  และ 3) Bone density ตรวจมวลกระดูก   

สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่เห็นข่าวประชาสัมพันธ์แคมเปญ ผ่านช่องทางสื่อ มอบส่วนลด 50 % จำนวน 1,500 สิทธ์โปรแกรมที่เข้าร่วม 1)กายภาพ (ตรวจ moti ก่อน) 2) ตรวจ moti physio (ตรวจสมดุลมัดกล้ามเนื้อด้วยระบบ AI)  และ 3) Bone density ตรวจมวลกระดูก   

เกริกพงศ์ งาทวีสุข General Manager and Founder of Ascend Travel กล่าวว่า มีความตั้งใจที่จะเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มจองที่พัก แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพฤติกรรมการเดินทางเชิงคุณภาพ ภายใต้แคมเปญ Journey of Longevity เราเห็นโอกาสในการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการพักผ่อนระยะสั้น ได้ตัดสินใจออกเดินทางง่ายขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจอย่างเป็นรูปธรรม Ascend Travel มอบสิทธิประโยชน์ Cash Back 20% สำหรับทุกการจองที่พักผ่านแพลตฟอร์ม ในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง เป้าหมายของเราคือทำให้การเดินทางใกล้กรุงเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย ทั้งในมิติของเวลา งบประมาณ และประสบการณ์ที่ได้รับ เพราะการท่องเที่ยวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่พักผ่อน แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและใจ เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นการ ‘เติมพลังชีวิตและสุขภาพ’ อย่างแท้จริง” Ascend Travel  มอบสิทธิประโยชน์ Cash Back 20% สำหรับทุกการจองที่พักขั้นต่ำ 1,500 บาทผ่านแพลตฟอร์ม ในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการใน 7 จังหวัดเมืองน่าเที่ยว จองที่พัก คลิก ! https://www.ascendtravel.com/

บริษัท ทรู ลีสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถเช่าหลากหลายรูปแบบ เพื่อใช้ในธุรกิจและเดินทางท่องเที่ยว  มุ่งมั่นที่จะเสนอประสบการณ์เดินทางที่แตกต่าง มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Journey of Longevity ซึ่งมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืนในภาคกลาง เราเข้าใจว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการ ‘Rest & Recharge’ ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น จึงมอบส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับบริการรถเช่าขับเอง และบริการรถมินิโค้ช Mercedes-Benz Sprinter พร้อมพนักงานขับรถมืออาชีพ เพื่อรองรับการเดินทางครอบคลุมทางสู่ 7  จังหวัดเมืองน่าเที่ยว  ทรู ลีสซิ่งยินดีมอบส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับบริการ

รถเช่าขับเอง กรอกโปรโมชั่น CODE SD152026 จองที่ https://trueleasing.co.th/th/selfdrive

บริการรถมินิโค้ช Mercedes-Benz Sprinter พร้อมพนักงานขับรถมืออาชีพ  กรอกโปรโมชั่น CODE MN152026 จองที่ https://trueleasing.co.th/th/minicoach

นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า เรามองว่าการเดินทางใกล้กรุงในครั้งนี้ เป็นมากกว่าทริปพักผ่อน แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและใจ การมีประกันที่เหมาะสมกับช่วงเวลาเดินทาง ช่วยลดความกังวล เพิ่มความคล่องตัว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น gettgo เห็นแนวโน้มของการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่ผู้คนต้องการออกไปพักผ่อน รับประสบการณ์ใหม่ ๆ และดูแลสุขภาพกายใจไปพร้อมกัน เราจึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกการเดินทางมีความอุ่นใจมากยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งเพื่อนร่วมทางที่ช่วยเปลี่ยนความตั้งใจอยากพักผ่อน ให้กลายเป็นการออกเดินทางจริง ด้วยโซลูชันประกันภัยที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า เพื่อให้ทุกคนสามารถออกไป ‘เติมพลังชีวิตและสุขภาพ’ ได้อย่างมั่นใจในทุกกิโลเมตรและเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวสะดวกและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น gettgo มอบส่วนลด 20% สำหรับประกันรถยนต์ระยะสั้น 30, 90 และ 180 วัน จากวิริยะประกันภัย เพียงใช้โค้ด GGTAT20  สำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และอ่างทอง ซื้อประกันภัยออนไลน์ คลิก https://s.gettgo.com/prtatlongivity

พบกับมิติใหม่ของการเดินทางแนะนำเส้นทาง Journey of Longevity สุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง พร้อมดีลส่วนลดสูงสุด 75% ภายใต้แคมเปญ Journey of Longevity จากความร่วมมือของพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ, Ascend Travel , ทรู ลีสซิ่ง , gettgo ร่วมมอบสิทธิประโยชน์และดีลสุดพิเศษตลอดระยะเวลาแคมเปญ เพื่อสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เติมพลังชีวิตและสุขภาพอย่างคุ้มค่า ครบทั้งมิติการดูแลสุขภาพ การเดินทาง ที่พัก และความอุ่นใจในทุกเส้นทาง  

ติดตามข้อมูลและโปรโมชันท่องเที่ยว ได้ที่ https://journeyoflongevity.com/

ปิยภูมิ ปักธง “Advance Design” พลิกเกมอัญมณีไทยสู่ตลาดโลก​ ยกระดับ Soft Power ฝีมือคนไทย สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย

 ปิยภูมิ ปักธง “Advance Design” พลิกเกมอัญมณีไทยสู่ตลาดโลก​ ยกระดับ Soft Power ฝีมือคนไทย สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทั้งสงคราม ภาวะเงินเฟ้อ และราคาโลหะมีค่าที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัท ปิยภูมิอัญมณี จำกัด ยังคงเดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจอย่างมั่นคง ด้วยกลยุทธ์ “Advance Design” ยกระดับงานออกแบบไทยให้ล้ำหน้าเทรนด์โลก พร้อมยึดหลักธรรมา      ภิบาลเป็นรากฐานการเติบโตระยะยาว ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับสู่ตลาดโลก

นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปิยภูมิอัญมณี จำกัด และรองประธานที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่บริษัทยังรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10–15% ต่อปี และในช่วง 2 เดือนแรกของปีล่าสุด ยอดขายเติบโตเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

หัวใจสำคัญคือการรักษา “DNA” ของแบรนด์ ผ่านการพัฒนา Advance Design หรือการออกแบบที่ล้ำหน้าเทรนด์ตลาด 2–3 ซีซัน เพื่อสะท้อนศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ที่เหนือกว่าการแข่งขันด้านกำลังการผลิต

นายวิบูลย์ ให้ข้อมูลต่อว่า ตราบใดที่โลกยังมีความต้องการความงาม อุตสาหกรรมเครื่องประดับย่อมเติบโตได้ บริษัทให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และการคุ้มครองสิทธิ์งานออกแบบของลูกค้าอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่นำแบบไปผลิตซ้ำ เพื่อลดการแข่งขันภายในตลาดเดียวกัน และสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และโปร่งใส ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

บริษัทยังได้นำเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ CAD ขั้นสูงมาใช้พัฒนางานออกแบบและต้นแบบสินค้า เพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ขณะเดียวกันมองว่า AI ยังไม่สามารถทดแทนความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในมิติอัตลักษณ์แบรนด์และความละเอียดเชิงศิลปะ

ในปี 2026 บริษัทเตรียมเข้าร่วมงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่  22-25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการขยายเครือข่ายธุรกิจ  และสร้างโอกาสทางการค้าระดับนานาชาติ โดยมองว่าการที่ Informa Markets เข้ามาเป็นผู้จัดงาน ถือเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานงานแสดงสินค้าไทยสู่สากล อย่างไรก็ตาม ยังต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์สงครามในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดงาน 

ในฐานะผู้ประกอบการ อยากเสนอให้เพิ่มความเข้มข้นด้านการประชาสัมพันธ์ ผ่านแพลตฟอร์ม Social Media โดยเฉพาะ TikTok และ Instagram ให้มากขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสร้าง “แม่เหล็ก” ภายในงาน อาทิ การจัดสัมมนา หรือกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนและผู้เข้าชมงานใช้เวลาอยู่ภายในงานนานขึ้น และเกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งานwww.jewellerygemaseanbkk.com


หรือดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง

Website: https://jewellerygemaseanbkk.com 

Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand 

IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/ 

LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/

Line: https://lin.ee/cp9sd85


นายวิบูลย์ กล่าวปิดท้ายว่า ปัจจุบันประเทศไทยครองอันดับ 1 ของโลกด้านการผลิตและส่งออกเครื่องประดับเงิน และถือเป็นหนึ่งในกลไกหลักที่ขับเคลื่อนมูลค่าการส่งออกในกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับอย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพเชิงแข่งขันของประเทศทั้งด้านทักษะฝีมือแรงงาน ความประณีตในการออกแบบ และโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครบวงจรที่ได้รับการยอมรับจากตลาดโลก

พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถือเป็น Soft Power สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการไทย (Thai Ownership) ทำให้ผลกำไร การจ้างงาน และเม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างแท้จริง เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย และช่างฝีมือในหลายพื้นที่

 หากภาครัฐและเอกชนร่วมกันผลักดันเชิงยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง ทั้งด้านการพัฒนานวัตกรรมการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การขยายตลาดต่างประเทศ และการเจรจาการค้า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจะไม่เพียงสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้ประเทศ แต่ยังช่วยยกระดับอำนาจต่อรองของไทยในเวทีการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมขยับบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าสำคัญของภูมิภาคในอนาคต.


###

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569

วว. จับมือกรมการท่องเที่ยว เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ฟรี!

 วว. จับมือกรมการท่องเที่ยว เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ฟรี!

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักรับรองระบบคุณภาพ (สรร.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.)  ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว  เชิญผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินเพื่อการรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569  ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย  เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. 0 2577 9052, 098 899 0914 (คุณจิราวรรณ,คุณกิตติวรรณ)

อนึ่ง สำนักรับรองระบบคุณภาพ วว.  (Office  of Certification  Body  : OCB)  มีฐานะเป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) ที่มีมาตรฐานการทำงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์สากลเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับการรับรองระบบงานมาตรฐาน ISO/IEC 17021-1 : 2015 จากสำนักงานคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ (สก.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และได้รับการรับรองระบบงานมาตรฐาน ISO/IEC 17021-1 : 2015 และ ISO/TS 22003 : 2013 จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)  ได้รับการขึ้นบัญชีหน่วยรับรอง / หน่วยตรวจสอบกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมวิชาการเกษตร และกรมปศุสัตว์  

โดย สรร. ให้บริการด้านการตรวจประเมินและให้การรับรองระบบมาตรฐานสากล ได้แก่ ISO 9001,  ISO 14001, ISO 45001, ISO 22000, GMP/GHPs (Codex), HACCP ให้บริการฝึกอบรมในรูปแบบ In-house  Training  และ Public Training เพื่อให้ความรู้เรื่องระบบคุณภาพและมาตรฐานสากลต่างๆ พร้อมใบประกาศนียบัตรจาก วว.

“กรมการค้าภายใน ผนึกกำลังหน่วยงานพันธมิตร ลุยช่วยมะม่วงภาคเหนือตอนล่าง รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพิ่มเติม”

 “กรมการค้าภายใน ผนึกกำลังหน่วยงานพันธมิตร ลุยช่วยมะม่วงภาคเหนือตอนล่าง รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพิ่มเติม”



นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 กรมการค้าภายใน (DIT) ได้นำภาคเอกชน ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้า CP Axtra (Lotus & Makro) BigC Tops และ GoWholesale รวมถึงผู้ประกอบการส่งออกและผู้รวบรวมเพื่อการส่งออก ได้แก่ บจ.ไทย เบสท์ โปรดักส์ โฮลดิ้ง บจ.ล่ำซำ เฟรช ฟรุ๊ต บจ.นางดาวผลไม้ไทย บจ.อาเสี่ยใหญ่ ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง ลงพื้นที่ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร เพื่อเชื่อมโยงรับซื้อมะม่วงภาคเหนือตอนล่างจากเกษตรกรจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมากและกระจุกตัว โดยผลผลิตส่วนใหญ่ของภาคเหนือตอนล่างจะไหลมารวมกันที่จังหวัดพิจิตร ที่เป็นที่ตั้งของสถานประกอบการรวบรวมคัดแยกมะม่วงแห่งใหญ่ในโซนภาคเหนือตอนล่าง

นายจิรวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการนำภาคเอกชนเข้ารับซื้อผลผลิตมะม่วงเพิ่มเติมดังกล่าว จะสามารถดูดซับปริมาณผลผลิตมะม่วงรับประทานสุก (น้ำดอกไม้) และมะม่วงรับประทานดิบ (ฟ้าลั่น เพชรบ้านลาด) ของผลผลิตภาคเหนือตอนล่าง เพิ่มเติมได้กว่า 1,000 ตัน ซึ่งจะเริ่มรับซื้อเพิ่มเติมได้ทันทีช่วงต้นสัปดาห์หน้า ต่อเนื่องจนถึงช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูกาล





กิจกรรมข้างต้น เป็นการดำเนินการ ภายใต้กลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน ภายใต้มาตรการบริหารจัดการสินค้าผลไม้ ปี 2569 ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจิ สุธรรมพันธุ์) ที่ให้ความสำคัญในการดูแลสินค้าเกษตร และพี่น้องเกษตรกร ซึ่งกรมการค้าภายใน จะได้ขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ เพื่อรักษาระดับเสถียรภาพราคามะม่วงและผลไม้ชนิดอื่นๆ ตลอดฤดูการผลิต ปี 2569 อย่างเข้มข้นต่อไป

สำหรับภาพรวมพื้นที่เพาะปลูกมะม่วงรวมทุกสายพันธุ์ของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ประมาณ 200,000 ไร่ ผลผลิตมากกว่า 200,000 ตัน โดยปี 2569 คาดว่าผลผลิตจะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย และเกษตรกรให้การดูแลเป็นอย่างดี ตั้งแต่การใส่ปุ๋ย ทำสาวต้นมะม่วง และห่อมะม่วงด้วยกระดาษคาร์บอน 


กรมการค้าภายใน จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป รณรงค์ช่วยกันบริโภคมะม่วงและผลไม้ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 ที่จะมีผลผลิตมะม่วงและผลไม้ตามฤดูกาลอีกหลากหลายชนิดออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยสามารถเลือกซื้อมะม่วงคุณภาพได้ตามห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง หรือตามตลาด และรถโมบายผลไม้ต่างๆ ใกล้ที่ไหนเลือกซื้อที่นั่น รวมกันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกร ตามนโยบาย “ไทยช่วยไทย” ของรัฐบาล

นายจิรวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

สบพ.เปิดพื้นที่ให้จอดรถฟรี 10 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 10 – 19 เมษายนนี้ ร่วมส่งความสุขและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ขานรับนโยบายกระทรวงคมนาคม "Smart Travel Songkran 2569"

 สบพ.เปิดพื้นที่ให้จอดรถฟรี 10 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 10 – 19 เมษายนนี้ ร่วมส่งความสุขและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ขานรับนโยบายกระทรวงคมนาคม "Smart Travel Songkran 2569"


ดร.วราภรณ์ เต็มแก้ว รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ที่จะถึงนี้ มีวันหยุดยาวต่อเนื่องรวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 -15 เมษายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก สบพ. หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม ได้จัดโครงการ  "CATC Park and go" เพื่อมอบให้กับประชาชนและร่วมฉลองเทศกาลวันสงกรานต์ 2569  “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ด้วยการเปิดพื้นที่ลานจอดรถ ภายใน สบพ. ให้ประชาชนนำรถยนต์มาจอดค้างคืนได้ โดยไม่เสียค่าบริการ ตั้งแต่วันที่ 10-19 เมษายน 2569 เป็นเวลา 10 วัน ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนที่ต้องการความสะดวกในการเชื่อมต่อระบบสาธารณะอื่นๆ เนื่องด้วย สบพ. อยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปที่ https://forms.gle/FS59i7FgzTfhG4Un7


ดีเดย์! 7 เมษางดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบกรมส่งเสริมสหกรณ์นัดถกเครือข่ายสหกรณ์ชาวสวนปาล์มฯ เตรียมมาตรการรับราคาผันผวน

 ดีเดย์! 7 เมษางดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบกรมส่งเสริมสหกรณ์นัดถกเครือข่ายสหกรณ์ชาวสวนปาล์มฯ เตรียมมาตรการรับราคาผันผวน     กรมส่งเสริมสหกรณ์เตร...