วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ลาดกระบัง เดินหน้าลุยพื้นที่โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 มุ่งอาสาพัฒนาลาดกระบัง ภายใต้แนวคิด “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา”

 รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ลาดกระบัง เดินหน้าลุยพื้นที่โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 มุ่งอาสาพัฒนาลาดกระบัง ภายใต้แนวคิด “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา”

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) ก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก โดย นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 13 พรรคประชาธิปัตย์ เร่งลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นในการอาสาเข้ามาทำหน้าที่ทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของประชาชนและการพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายรัฐศักดิ์ ลงพื้นที่หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ที่บริเวณสวน 60 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ , ตลาดเกรียงไกร พื้นที่เคหะร่มเกล้า , แอร์พอร์ตลิ้งค์ลาดกระบัง โดยได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนสะท้อนปัญหาและความต้องการในพื้นที่ เพื่อนำไปเป็นแนวทางผลักดันการพัฒนาอย่างตรงจุด

แม้พื้นที่ดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน จากผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่การลงพื้นที่อย่างหนักและต่อเนื่องของนายรัฐศักดิ์ หมายเลข 13 กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง และทำให้การแข่งขันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้มีความเข้มข้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน กระแสตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองเพิ่มขึ้น ภายหลังการปรับภาพลักษณ์และรีแบรนด์พรรคในช่วงที่ผ่านมา โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุน ส่งผลให้การหาเสียงของผู้สมัครในหลายพื้นที่ รวมถึงเขตลาดกระบัง ได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


พรรคประชาธิปัตย์ยังสะท้อนจุดยืนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศในการก้าวข้ามปัญหาสะสม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความขัดแย้งทางการเมือง โดยพรรคพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสในการบริหารประเทศ และผลักดันเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน


ด้านประวัติและศักยภาพของผู้สมัคร นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง  เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2516 ปัจจุบันอายุ 52 ปี เป็นชาวอำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะผู้นำฯ จากมหาวิทยาลัยรังสิต อีกทั้งยังผ่านการอบรมหลักสูตรด้านผู้นำและนักบริหารระดับสูงมากกว่า 10 หลักสูตร อาทิ หลักสูตรธรรมศาสตร์เพื่อสังคม รุ่นที่ 22 หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่นที่ 16 และ 17 รวมถึงหลักสูตรพลังอำนาจแห่งชาติ(พอช.1และ2) และหลักสูตรเดอะมาสเตอร์ รุ่นที่ 9

ในด้านประสบการณ์การทำงาน ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เจ้าของ บริษัทชไนเดอร์ ลิฟท์(ประเทศไทย)จำกัด  ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถด้านการบริหารจัดการและประสบการณ์ภาคเอกชนที่พร้อมนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน


นอกจากนี้ นายรัฐศักดิ์ ยังมีบทบาทด้านสังคมและศาสนา เคยอุปสมบทที่วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหาร มีพระธรรมวชิรเมธี (ท่านเจ้าคุณมีชัย)เป็น พระอุปฌาย์ โดยมีอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนของประเทศไทยไปร่วมพิธีอุปสมบทคือ พณฯท่านชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีกทั้งยังได้รับรางวัลพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2568 และรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น สาขาผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม จากสถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม


ดังนั้น การเสนอตัวและการได้รับความไว้วางใจจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง หมายเลข 13 จึงสะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของคุณรัฐศักดิ์ ที่มุ่งนำประสบการณ์จากภาคธุรกิจและงานเพื่อสังคม มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ลาดกระบังให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดของคุณรัฐศักดิ์ “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา” พร้อมย้ำความตั้งใจที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประชาชน รับฟังทุกปัญหา และผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม


ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งตามเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด 

อย่าลืมเข้าคูหา X 13 (บัตรสีเขียว)

"ปรากฏการณ์ 5 ยักษ์ตื่น! Better Group ประกาศศักดาผู้นำเบอร์ 1 Waste to Energy ดันโรงงานไทยก้าวข้ามทุกกฎเหล็กสิ่งแวดล้อม"

 "ปรากฏการณ์ 5 ยักษ์ตื่น! Better Group ประกาศศักดาผู้นำเบอร์ 1 Waste to Energy ดันโรงงานไทยก้าวข้ามทุกกฎเหล็กสิ่งแวดล้อม"

กลุ่มบริษัท เบตเตอร์ กรุ๊ป (Better Group) ผู้นำด้านการจัดการของเสียครบวงจรและพลังงานทดแทน ประกาศความพร้อมเต็มพิกัดในงาน "Asia EnwastExpo 2026" ภายใต้แนวคิด "Better Group Empowering Asia's Green Future" ตอกย้ำวิสัยทัศน์ปี 2569 ด้วยการผนึกกำลัง 5 บริษัทในเครือ รุกขยาย ฐานปฏิบัติการสู่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ พร้อมโชว์นวัตกรรมเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน (Waste-to-Energy) ขับเคลื่อนรายได้มั่นคง และยกระดับมาตรฐานโรงงานไทยสู่ Global Standard

คุณณัฐพรรณ เหลืองวิริยะ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและ สื่อสารองค์กร บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG เปิดเผยว่า “ปี 2569 ถือเป็นปี แห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด Green Regulation ที่กฎหมายสิ่งแวดล้อมจะมีความเข้มงวด มากขึ้น ซึ่ง Beller Group มีความพร้อมสูงสุดในการเป็นพันธมิตรคู่คิด ให้กับผู้ประกอบการ ด้วยการผนึก กำลัง 15 พลังยักษ์ใหญ่" (The Power of 5) ของกลุ่มบริษัท ประกอบด้วย BWG (บริหารจัดการ), ETC (โรงไฟฟ้าขยะ), AKP (เตาเผากากอันตราย), BWC (บริการครบวงจร) และ BME (ที่ปรึกษา) เพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคกมีมา

ใช้กลยุทธ์รุกตลาด รักษาฐานลูกค้า และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านกลยุทธ์การแข่งขัน บริษัทฯ สามารถแข่งขันในตลาดได้ด้วยการคงราคาค่าบริการไว้ เนื่องจากได้ปรับเปลี่ยนวิธีการกำจัดกาก อุตสาหกรรม โดยเพิ่มโครงการ Waste to Energy ซึ่งเป็นการนำขยะมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงประสิทธิภาพสูง (SRF) เพื่อผลิตไฟฟ้า และเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับโรงปูน ซึ่งเป็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มเติมที่สำคัญ และยั่งยืน มีการขยายเครือข่ายก็เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญ โดยการรุกเปิดสาขาใหม่ใน 3 หัวเมืองอุตสาหกรรม หนาแน่น ได้แก่ ระยอง อยุธยา และสมุทรปราการ การขยายฐานนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มฐานลูกค้า แต่ยังช่วยให้ บริษัทฯ บริหารจัดการค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขนส่งกากอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดภายในงานได้ ขุนวัตกรรม Recovery สร้างมูลค่าเพิ่ม และผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ภายในงาน Asia EnwastExpo 2026 เบตเตอร์ กรุ๊ป ยังได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนที่บูธ P11 โดยนางสาวณัฐพรรณ กล่าวเสริมว่า “นอกจากนี้ BWG ยังเดินหน้าลดต้นทุนเชิงรุกและสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม (Recovery) โดยการจัดตั้ง บริษัท เบตเตอร์ เวสท์ แคร์ จำกัด ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้สารเคมีบำบัดน้ำได้อย่าง ชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการนำสารเคมีที่ไม่ใช้แล้วมาฟื้นฟู (Recovery) สร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทเอง ได้นำมาเปิดตัวภายในงาน เป็นน้ำยาทำความสะอาดพื้น และมีแผนจะขยายไลน์ ผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายในกลุ่มทำความสะอาดอื่นๆ อาทิ Multi-Purpose Cleaner ภายในปี 2569 เพื่อสร้าง New S-Curve การเติบโตใหม่ให้กับบริษัทฯ

เดินหน้าธุรกิจแกร่ง ไม่หวั่นปัจจัยภายนอก ด้วยพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวสู่ธุรกิจที่มี มูลค่าเพิ่มอย่าง Waste to Energy ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันสูง และไม่หวันต่อปัจจัยภายนอก รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือการขึ้นลงของราคาค่าบริการ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสร้าง รายได้อย่างต่อเนื่อง และเติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการรักษาอันดับเครดิตองค์กรจากทริสเรทติ้ง (IRIS Rating) ที่ระดับ 'BBB' (Stable) ซึ่งสะท้อนวินัยทางการเงินที่ดีเยี่ยม


พบคำตอบที่ใช่เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน ขอเชิญร่วมเปิดประสบการณ์และค้นหาโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมที่ คุ้มค่าที่สุด พร้อมรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว และกิจกรรมร่วมสนุกรับของที่ระลึกมากมาย ได้ที่ บูธเบตเตอร์ กรุ๊ป (P11) อาคาร 5-6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงาน Asia EnwastExpo 2026 ตั้งแต่ วันนี้ - 8 กุมภาพันธ์ 2569


"เคนปากช่อง" เปิดเวทีโค้งสุดท้าย! "เคนโด้" ปราศรัยเดือด ประกาศลั่น "เลิกทาสนายทุน" หวังยึดฐานเสียงปากช่อง-โคราช(นครราชสีมา)

 "เคนปากช่อง" เปิดเวทีโค้งสุดท้าย! "เคนโด้" ปราศรัยเดือด ประกาศลั่น "เลิกทาสนายทุน" หวังยึดฐานเสียงปากช่อง-โคราช(นครราชสีมา)


บรรยากาศการเมืองโค้งสุดท้ายที่ปากช่องระอุ! "เคนปากช่อง" นายพิศณุพงศ์ สิทธิโชคแก้วมูล   ผู้สมัครสส.เขต นครราชสีมา เขต 14 เปิดเวทีปราศรัยหวังโกยคะแนนเสียงช่วงท้าย ด้าน "เคนโด้" ขึ้นเวทีซัดหนัก ปลุกพลังประชาชน "เลิกทาสนายทุน" เรียกเสียงเชียร์สนั่น

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่าเป็นไปอย่างคึกคักและดุเดือด โดยล่าสุด "เคนปากช่อง" ได้เปิดเวทีปราศรัย ณ สวนสาธารณะเขาแคน เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและนำเสนอนโยบายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันลงคะแนน โดยมีประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่น


เคนปากช่อง คุ้นเคยพื้นที่และเข้าใจความเป็นอยู่ของเกษตรกร ชูนโยบาย ข้าวสารตันละ 15,000 บาท ปุ๋ยรัฐ 500 บาท/กระสอบ เพื่อลดต้นทุนเกษตรกร เปลี่ยนเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรที่มาร่วมงานอย่างมาก 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของเวที การขึ้นปราศรัยของ "เคนโด้"รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ  ที่เน้นลีลาการพูดที่ดุดันและเข้าถึงอารมณ์ โดยได้หยิบยกประเด็นความเหลื่อมล้ำและปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนมาพูดถึง พร้อมประกาศจุดยืนที่ชัดเจนบนเวทีว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้อง "เลิกทาสนายทุน" โดยเน้นย้ำว่าการเมืองต้องเป็นของประชาชน และนโยบายต่างๆ ต้องทำเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย ไม่ใช่เพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนใหญ่

"เราจะไม่ยอมก้มหัวให้นายทุนอีกต่อไป ปากช่องต้องเปลี่ยน โคราชต้องเปลี่ยน อำนาจต้องกลับมาอยู่ในมือของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง" เคนโด้ กล่าวทิ้งท้ายท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเชียร์กึกก้อง

การเปิดเวทีในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการ "ยึดคะแนนเสียง" เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้กับฐานเสียงเดิมและดึงดูดคะแนนเสียงจากกลุ่มพลังเงียบ โดยทีมงานมั่นใจว่ากระแสตอบรับจากการปราศรัยครั้งนี้ จะส่งผลบวกอย่างมากในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

8กุมภาพันธ์ 2569 ชาวปากช่อง กาเบอร์5 บัตรสีเขียว เคนปากช่อง เป็น สส. เพื่อปากช่องต้องดีกว่านี้  กาเบอร์6 บัตรสีชมพู ดันพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นนายกรัฐมนตรี 

**วธ. มอบโล่เชิดชูเกียรติ 251 แห่งคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น เดินหน้าขับเคลื่อน “สังคมไทยคุณธรรม” อย่างยั่งยืน

 **วธ. มอบโล่เชิดชูเกียรติ 251 แห่งคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น เดินหน้าขับเคลื่อน “สังคมไทยคุณธรรม” อย่างยั่งยืน


วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จัดพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติหน่วยงานและชุมชนที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการขับเคลื่อนคุณธรรมในทุกระดับ โดยได้รับเกียรติจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี




พิธีดังกล่าวโดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายคุณธรรมจากทั่วประเทศ เข้าร่วมงาน  ณ ห้องนิทรรศการ 5 ชั้น 1 อาคารหอศิลป์แห่งชาติ 

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ  รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติได้ขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) อย่างต่อเนื่อง มุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มมากขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสมานฉันท์ บนพื้นฐานของหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และ คุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน




ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดกระบวนการพัฒนาคุณธรรมเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับพัฒนาคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดทั่วประเทศผ่านการประเมินและได้รับเกียรติบัตรประกาศยกย่อง รวมทั้งสิ้น 42,951 แห่ง และมีหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการคัดเลือกเป็น คุณธรรมต้นแบบโดดเด่น และรับโล่เชิดชูเกียรติของนายกรัฐมนตรี จำนวน 251 แห่งประกอบด้วย ชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น 77 ชุมชน อาทิ ชุมชนวัดศรีมณีวัน จังหวัดตาก ชุมชนวัดใหม่กรงทอง จังหวัดปราจีนบุรี และชุมชนบ้านโนนหอม จังหวัดสกลนครองค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น 95 แห่ง ระดับกรมหรือเทียบเท่า อาทิ กรมการท่องเที่ยว กรมกิจการเด็กและเยาวชน และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น 75 อำเภอ อาทิ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี และอำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร

และ จังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุตรดิตถ์ พะเยา ร้อยเอ็ด และสระแก้ว


รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดพิธีในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเสริมแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำความดี ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และปรับเปลี่ยนกรอบคิด ค่านิยม และพฤติกรรมของคนในสังคมให้สะท้อนการมีคุณธรรมในการดำรงชีวิต จนเกิดเป็นพฤตินิสัยของคนไทย พร้อมทั้งขยายเครือข่ายคุณธรรมให้เข้มแข็ง ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “สังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรม ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” อย่างแท้จริง

ปั้นทักษะ สู่อาชีพจริง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มอบวุฒิบัตรฯ เครื่องมือทำกิน 97 คน ที่นนทบุรี

  ปั้นทักษะ สู่อาชีพจริง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มอบวุฒิบัตรฯ เครื่องมือทำกิน 97 คน ที่นนทบุรี

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569  นายสมาสภ์  ปัทมะสุคนธ์  อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตร และเครื่องมือพื้นฐานชุดการฝึก (ชุดเครื่องมือทำมาหากิน) ให้แก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรม 2 หลักสูตร ได้แก่ ช่างอเนกประสงค์ และการทำขนมเบเกอรี่ จำนวน 97 คน พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมต่าง ๆ โดยมี นางสาวปาณิสรา  กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรม นางสาวนิตยา แสงพุ่มพงษ์  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 26 นนทบุรี กล่าวรายงาน มีหัวหน้าส่วนราชการ ประธานอาสาสมัครแรงงาน ผู้จัดการธนาคารออมสิน ภาค 5 ของจังหวัดนนทบุรี ร่วมเป็นเกียรติ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 26 นนทบุรี


นายสมาสภ์  ปัทมะสุคนธ์  อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขานรับนโยบายกระทรวงแรงงาน มุ่งเน้น คนไทยต้องมีงานทำ สร้างคนให้งาน พัฒนาศักยภาพแรงงานผ่านการ Up-skill  และ Re-skill ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อให้แรงงานมีรายได้ที่เหมาะสม มีความมั่นคงในอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงานดำเนินการฝึกอบรมให้แก่แรงงานทั่วประเทศ  ซึ่งในวันนี้ มีผู้สำเร็จการฝึกอบรม 2 หลักสูตร ได้แก่ ช่างอเนกประสงค์ 57 คน และการทำขนมเบเกอรี่ 40 คน รวมทั้งสิ้น 97 คน จากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 26 นนทบุรี ได้รับวุฒิบัตรและเครื่องมือทำกิน เพื่อเป็นต้นทุนในการประกอบอาชีพต่อไป 









นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชม พูดคุย และให้กำลังใจแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมภายในสถาบันฯ อีก 4 หลักสูตร ได้แก่ บาริสต้ามืออาชีพ การนวดหินร้อน เทคโนโลยี IoT ในงานอุตสาหกรรม และการซ่อมบำรุงระบบปรับอากาศยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับผู้ที่สนใจต้องการฝึกอบรม สามารถดูรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน www.dsd.go.th หัวข้อ กำหนดการฝึกอบรม หรือติดต่อสอบถามได้ที่สถาบัน / สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ทุกจังหวัดทั่วประเทศ อธิบดีสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เปิดสนามประลองไอเดีย OEC Hackathon#2 ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 เปิดสนามประลองไอเดีย OEC Hackathon#2 ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการแข่งขัน OEC Hackathon ครั้งที่ 2: Hack my Hometown คิด สร้าง เปลี่ยน ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยมีนายจรัส เล่ห์สิงห์ คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านวิจัย เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมด้านการศึกษา ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา พร้อมด้วยนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและปวช. ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 10 ทีม เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงแรมริเวอร์ไรน์เพลส โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จังหวัดนนทบุรี



ดร.นิติ กล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 10 ทีม จากผู้สมัครทั่วประเทศจำนวน 614 ทีม ซึ่งปีนี้กิจกรรมดังกล่าว ได้รับความสนใจจากโรงเรียนทุกสังกัดทั่วประเทศเป็นอย่างมาก การแข่งขันในครั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการประสงค์ให้น้อง ๆ ทุกคนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และนำเอาความรู้ทักษะไปเผยแพร่ขยายผลในโรงเรียนและเครือข่ายต่อไป ซึ่งผู้ชนะการแข่งขันในครั้งนี้จะได้รับโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท ส่วนรองชนะเลิศอันดับหนึ่งได้รับโล่รางวัลและเงินรางวัล 7,000 บาท รองชนะเลิศอันดับสองได้รับโล่รางวัลและเงินรางวัล 4,000 บาท และเกียรติบัตรสำหรับทุกคนที่ส่งไอเดียเข้าร่วมโครงการ 


ผู้ผ่านเข้ารอบ 10 ทีม ได้แก่ 1. ทีม Border EdGuard จากโรงเรียนนาจะหลวย อุบลราชธานี 2. ทีม Mow Mow Milk โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สระบุรี 3. ทีมคลื่นยังมีสัน แต่ตัวฉันไม่มีใคร โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 4. ทีมสฤษดิชัย โรงเรียนศรียานุสรณ์ จันทบุรี 5. ทีม Hack Our Home Udon วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี 6. ทีม Powderpuffgirl โรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี 7. ทีมหนองหม้อ FC โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช 8.  ทีม Mindselfhandsome&cool โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 9.  ทีม FireWork โรงเรียนวารีเชียงใหม่ และ 10. ทีม GoTogether โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะร่วมกิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ เช่น Knowledge Sharing การแบ่งปันความรู้จากวิทยากร Mini Workshop การพัฒนาทักษะที่จำเป็นและแนะนำเครื่องมือหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่นำมาใช้แก้ปัญหา Mentoring Session การให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับปรุงความคิดหรือวิธีแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น และ Pitching Presentation การนำเสนอความคิดและวิธีการแก้ปัญหาของแต่ละทีม พร้อมฟังมุมมองและข้อเสนอแนะจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 


ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นกำลังใจและติดตามการนำเสนอผลงาน Pitching Day ของ 10 ทีมสุดท้ายแบบสด ๆ ต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมรับคำแนะนำและการสนับสนุนเพื่อพัฒนาต่อยอดไอเดีย พร้อมร่วมส่งแรงเชียร์ไปด้วยกันผ่านการถ่ายทอดสดทาง Facebook และ YouTube : สภาการศึกษา ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

*นักเรียนจิตรลดาสวมบทนักสืบไขคดีรอยเลือดปริศนาด้วยแสงซินโครตรอน*

 *นักเรียนจิตรลดาสวมบทนักสืบไขคดีรอยเลือดปริศนาด้วยแสงซินโครตรอน*


สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิด “ค่ายลำแสงซินโครตรอน แสงแห่งอนาคต” ให้แก่นักเรียน ม.5 จากโรงเรียนจิตรลดา พร้อมจำลองเหตุการณ์คนร้ายบุกแทงเจ้าชายในห้องแล็บลับระดับชาติที่วิจัยสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทิ้งรอยเลือดปริศนาให้นักเรียนสืบหาคนร้ายผ่านการวิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอนโดยเทคนิค Micro-IR Spectroscopy และยังมีฐานการทดลองวิทยาศาสตร์อื่นๆ ให้เรียนรู้การทำงานเบื้องต้นของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน และเทคนิคการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอน



นครราชสีมา – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนจัดกิจกรรม “ค่ายลำแสงซินโครตรอน แสงแห่งอนาคต” ให้แก่นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนจิตรลดา ระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จ.นครราชสีมา โดย ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ ประธานค่ายลำแสงซินโครตรอน แสงแห่งอนาคต และรองผู้อำนวยการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงสยาม 2 ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมพร้อมบรรยายพิเศษเรื่องแสงซินโครตรอนให้แก่นักเรียนในค่าย



ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ กล่าวว่า “ในค่ายครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมเยี่ยมชมการทำงานของห้องปฏิบัติการแสงสยาม ในบริเวณโถงทดลอง ห้องควบคุม เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน และวงกักเก็บอิเล็กตรอน โดยมีนักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง นักฟิสิกส์ และนักวิทยาศาสตร์ประจำห้องปฏิบัติการนำเยี่ยมชมและให้ความรู้ และได้ทำกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์จำนวน 4 ฐานการทดลอง ได้แก่ 1. ฐาน Fast & Furious : การบังคับลำอนุภาคด้วยแม่เหล็ก 2. ฐาน ณ หน้าทอง : เทคนิค X-ray Fluorescence 3. ฐานเจ้าชายเลือดผสม Micro-IR Spectroscopy 4. ฐานสืบจากขน : เทคนิคการทดลองเอกซเรย์ 3 มิติ ซึ่งเป็นฐานทดลองที่ให้นักเรียนได้รู้หลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน รวมถึงเทคนิคการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนที่นักวิทยาศาสตร์นำไปใช้ในการศึกษาวิจัยด้านต่างๆ” 


สำหรับฐานการทดลองเจ้าชายเลือดผสมเป็นการทดลองใหม่ที่จัดขึ้นให้แก่นักเรียนในค่ายลำแสงซินโครตรอนฯ เป็นครั้งแรก โดยจำลองเหตุการณ์ร้าย ณ ห้องแล็บลับซึ่งเป็นองค์กรระดับชาติที่มีสิ่งชีวิตหลายชนิดจำนวนมาก โดยคนร้ายได้บุกเข้ามาทำร้ายเจ้าชายในห้องแล็บ และถูกเจ้าชายแทงกลับด้วยดาบก่อนหนีไป ทิ้งเพียงรอยเลือดตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งนักเรียนต้องไขปริศนาว่าเลือดที่พบนั้นเป็นของสิ่งมีชีวิตใด จะใช่เลือดของคนร้ายหรือสิ่งชีวิตใดที่อยู่ในห้องแล็บลับนั้น โดยใช้การวิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอนโดยใช้เทคนิคอินฟราเรดไมโครสเปกโตรสโกปี หรือ Micro-IR Spectroscopy และจำแนกข้อมูลที่วัดได้ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (Principal Component Analysis, PCA)


ดร.ศิรินาฏ ศรีจันทร์ หัวหน้าส่วนสเปกโตรสโกปีและเทคนิคการถ่ายภาพชีวภาพ ผู้จัดฐานการทดลองเจ้าชายเลือดผสม กล่าวว่า “ในฐานนี้นักเรียนจะได้เตรียมตัวอย่างจริงเพื่อใช้ในการทดลองและได้เรียนรู้เทคนิค Micro-IR Spectroscopy ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนในการย่านรังสีอินฟราเรดเพื่อวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดที่เป็นตัวอย่างชีวภาพ โดยเทคนิคนี้อาศัยหลักการสั่นพ้องภายในโมเลกุลตัวอย่างที่มีความถี่ตรงกับความถี่ของแสงอินฟราเรด ทำให้เกิดการดูดกลืนแสงอินฟราเรดที่แตกต่างกันในโมเลกุลของสารแต่ละชนิด โดยอินฟราเรดสเปกตรัมของตัวอย่างชีวภาพจะให้ข้อมูลสารชีวโมเลกุล อาทิ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และอื่นๆ ที่สามารถใช้เป็น “ลายนิ้วมือ” (Fingerprint) ในการระบุชนิดตัวอย่างชีวภาพได้ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้หลักการจำแนกข้อมูลด้วยเทคนิค PCA ซึ่งเป็นวิธีของการลดจำนวนชุดข้อมูลที่มีจำนวนมากและขนาดใหญ่แต่ยังคงสาระสำคัญไว้”  

การจัดกิจกรรมค่ายสำแสงซินโครตรอนฯ เป็นผลสืบเนื่องจากการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันฯ และโรงเรียนจิตรลดา เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์เรียนวิทยาศาสตร์นอกห้องเรียนของนักเรียน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีซินโครตรอนและสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งร่วมกันพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศ และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้เยาวชนมีเจตนคติที่ดีต่อวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ลาดกระบัง เดินหน้าลุยพื้นที่โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 มุ่งอาสาพัฒนาลาดกระบัง ภายใต้แนวคิด “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา”

  รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ลาดกระบัง เดินหน้าลุยพื้นที่โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 มุ่งอาสาพัฒนาลาดกระบัง ภายใต้แนวคิด “เข้าถึง เข้าใจ เข้า...